(0)
แดงเคาะแรก...เหรียญหลวงปู่ วัดกู่แก้ววิทยาราม รุ่นที่1 (บ.เพียปู่) อ.หนองหาร จ.อุดรธานี ปี 2520 เนื้อทองแดง พร้อมบัตรรับรองครับ









ชื่อพระเครื่อง แดงเคาะแรก...เหรียญหลวงปู่ วัดกู่แก้ววิทยาราม รุ่นที่1 (บ.เพียปู่) อ.หนองหาร จ.อุดรธานี ปี 2520 เนื้อทองแดง พร้อมบัตรรับรองครับ
รายละเอียด นานๆจะเหรียญสภาพนี้ ส่วนใหญ่จะผ่านการใช้มาค่อนข้างเยอะ มาพร้อมบัตรรับรองของการันตีพระ สภาพสวยแบบนี้ หายาก สร้างน้อยครับ

รับประกันตามกฏเวปทุกประการครับ
ราคาเปิดประมูล 100 บาท
ราคาปัจจุบัน 1,300 บาท (!!! ปิดประมูลแล้ว !!!)
เพิ่มขึ้นครั้งละ 100 บาท
วันเปิดประมูล อ. - 12 พ.ค. 2569 - 20:44:10 น.
วันปิดประมูล พ. - 13 พ.ค. 2569 - 20:52:13 น. (ปิดประมูลแล้ว)
ผู้ตั้งประมูล ronnakorn2516 (4.3K)


(0)
ข้อมูลเพิ่มเติม 1 อ. - 12 พ.ค. 2569 - 20:44:40 น.



ภาพสตูสวยๆครับ


ข้อมูลเพิ่มเติม 2 อ. - 12 พ.ค. 2569 - 20:46:07 น.



วัดกู่แก้ว บ้านเพียปู่ หมู่ 8 ตำบล ไชยวาน อำเภอ ไชยวาน จังหวัด อุดรธานีวัดกู่แก้ว เป็นวัดสังกัด มหานิกาย ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลไชยวาน ทางด้านทิศ ตะวันออก ของ ที่ว่าการอำเภอไชยวาน ประมาณ 2.5 กิโลเมตรวัดกูแก้วถือได้ว่าเป็นดินแดนอารยะธรรม ที่ล้ำค่าอีกแห่งหนึ่ง ของจังหวัดอุดรธานี วัดกู่แก้วมีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน เมื่อประมาณ ร.ศ 101 ได้พบบันทึกจากรอยจารึก ไว้ในใบเสมา ความว่า มีพระธุดงค์รูปหนึ่ง มีชื่อว่า พระอาจารย์ อุ่ม ได้เดินธุดงค์มาจาก ภูรังกา จังหวัด นครพนม เมื่อก่อนนั้นบริเวณที่ตั้งวัดแห้งนี้ เป็นป่าดงดิบมีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่มากมาย ใครหลัดหลงเข้าไป ส่วนมากไม่ค่อยมีชีวิตรอดกลับมาได้ พระอาจารย์ อุ่ม เป็นผู้ค้นพบหลังฐานซากปรักหักพัง ของวัดร้างแห่งนี้ และ ได้ เกณฑ์ชาวบ้านใน ละแวกนั้น ช่วยกันบูรณะก่อตั้งเป็นวัดขึ้นมาใหม่ (คือวัดกู่แก้วในปัจจุบัน) ก่อนจะค้นพบในครั้งนั้น ประอาจารย์ อุ่ม ได้ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ ใต้ต้นมะม่วงขนาดใหญ่ วันนั้นเป็นวันพระตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ฝนตกหนัก เกินฟ้าผ่านบริเวรใกล้เคียง หลายครั้ง พอฝนหยุดตกตะวันบ่าย คล้อยแสงพระอาทิตย์สาดส่องลอด ใต้กิ่งมะม่วงกระทบสิ่งแวววาว สะท้อนไปทั่วบริเวณ พระอาจารย์ อุ่ม รู้สึกประหลาดใจมองไปที่เนินดินซึ้งเป็นจอมปลวกขนาดใหญ่ จึงได้พบว่าแสงแวววาว นั้น เกิด จากเศียรพระพุทธรูปซึ่งถูกห่อหุ้ม ด้วย ปลวกจมมิดองค์ เมื่อถูกฝนชะล้าง จึงปรากฏเป็นองค์พระ พระอาจารย์อุ่มดีใจมาก ก้มกราบพร้อมอธิษฐานว่า ขอเป็นผู้บูรณปฏิสังขรณ์สร้างวัดขึ้นมาใหม่ ต่อมาได้ชักชวนชาวบ้านละแวกนั้น และ ชาวบ้านใกล้เคียง ช่วยกันทำความสะอาดองค์พระ และ อัญเชิญออกจากจอมปลวก ประดิษฐานไว้เป็นที่กราบไหว้บูชาในที่สมควร ซึ้งพระพุทธรูปองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองทองสัมฤทธิ์ มีหน้าตักกว้าง 90 ซ.ม. สูง 150 ซ.ม. เกศเป็นแก้วแวววาว ซึ้งพระพุทธรูปองนี้ ก็คือ “หลวงปู่กู่แก้ว” นอกจากองค์หลวงปู่ แล้ว ยังได้ค้นพบ พระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ องค์เล็ก ขนาดต่างๆ หน้าตักกว้าง 6 นิ้ว บ้าง 9 นิ้ว บ้าง จำนวน 13 องค์ ส่วนพระอาจารย์อุ่ม หลังจากค้นพบพระพุทธรูป และ ได้จัดการบูรณปฏิสังขรณ์ สร้างวัดใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินธุดงค์เรื่อยไป โดยไม่หวนกลับมาอีกเลย จากการบอกเล่าสืบต่อกันมา ผู้ที่มีบทบาท ในการจัดสร้างวัดจริงๆ นั้น ชื่อ ว่า พระอาจารย์ ซาลุน ซึ้งเป็นต้นตระกูล “ศรีลาวงษ์”เป็นผู้ชักชวน และนำพาชาวบ้าน จัดสร้าง กุฏิ สร้างศาลา และ วิหารไม้ เมื่อ ประมาณ ปี พ.ศ.2435 เนื่องจากชาวบ้านละแวกนี้ ส่วนใหญ่มีอาชีพทางการ เกษตรทำไร่ทำนา ก่อนจะไปทำนา หรือ ลงไปนอนนา เมื่อถึง วันวิสาขะบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ในทุกปีก็มักจะมี ชาวบ้านใกล้เคียง มากราบนมัสการขอพร สรงน้ำพระประธานและ พระพุทธรูป ขนาดต่างๆ ในวัดด้วย การปฏิบัติอย่างนี้ ได้ทำติดต่อกันมา เป็นระยะเวลา ที่ยาวนานมาก จนกลายเป็น ประเพณี ที่เรียกกันว่า “ บุญสรงกู่ ” และ ได้ยึดถือสืบต่อปฏิบัติกันมา จน ถึง ปัจจุบัน ประเพณี บุญส่งกู่จะจัดขึ้น ตรงกับ วันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวัน ขึ้น15 เดือน 6 ของทุกปี ต่อมา เมื่อ ปี พ.ศ. 2524 พระอาจารย์คำจันทร์ ได้ทำการ ก่อสร้างอุโบสถขึ้นมาใหม่แทนอุโบสถ ที่เป็นไม้ ซึ่งชำรุดทรุดโทรม และ ได้ขุดแท่งพระประธาน พบ พระ พุทธรูป ที่บรรจุ ไว้ ในกรุ ใต้ แท่นพระประธาน เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ ขนาด ต่างๆ จำนวน 123 องค์ รวมกับ จำนวนที่มีอยู่ก่อน 13 องค์ เป็น 136 องค์ ในสมัย นั้น การดูแลรักษาไม่เข้มแข็ง จึงถูกขโมยไป 2 ครั้ง เป็นสาเหตุที่ ทำให้ พระพุทธรูปหาย ไป 20 องค์
ต่อมาเมื่อ เดือน มกราคม พ.ศ. 2548 พระครูกันตสีลาภิรักษ์ เจ้าอาวาส วัดกู่แก้ว ได้ทำการรื้อถอนอุโบสถ หลังเก่า เนื่องจากเสากลางจำนวน 10 ต้นได้ชำรุดแตกร้าวโดยไม่ทราบสาเหตุ ใน วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ได้ทำการขุดวางฐานราก เพื่อทำการ ก่อสร้างหลังใหม่ (หลังปัจจุบัน) ได้พบวัตถุโบราณ ประเภท เครื่องโลหะ หม้อดินเผา และ พบพระพุทธรูป บุเงิน บุทอง สัมฤทธิ์ จำนวน100 กว่า รายการ เป็น พระพุทธรูปบุเงิน 34 องค์ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ 10 องค์ รวมกับของเดินที่มีอยู่แล้ว จำนวน ทั้งสิ้น 160 องค์
วัตถุโบราณ และ พระพุทธรูป เหล่านี้ ทางกรมศิลปากร ได้มาตรวจสอบและลงทะเบียนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการตรวจสอบของกรมศิลปากร พบว่า วัตถุโบราณ และ พระพุทธรูป ที่ค้นพบเหล่านี้ ได้ถูกสร้างขึ้น ในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะ องค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปปรางมารวิชัย มีลักษณะที่สวยงาม มีนาม ว่า “องค์หลวงปู่กู่แก้ว” เป็นที่เคารพ สักการะ ของประชาชน ในอำเภอไชยวาน และ อำเภอ ใกล้เคียง


 
ราคาปัจจุบัน :     1,300 บาท
เพิ่มขึ้นครั้งละ :     100 บาท

!!! ปิดประมูลแล้ว !!!

ผู้ชนะประมูล    Saraburihinkong (12)

 
(0)
  ประวัติการเสนอราคา
 ผู้เสนอราคาราคาเวลา
  BoyMeter (957) 200 บาท อ. - 12 พ.ค. 2569 - 20:52:13 น. (ถึงราคาขั้นต่ำแล้ว)
  prisajee (3.7K) 300 บาท อ. - 12 พ.ค. 2569 - 21:12:17 น.
  BoyMeter (957) 300 บาท อ. - 12 พ.ค. 2569 - 21:12:17 น. (Auto bid)
  Nokeieiei (607) 400 บาท อ. - 12 พ.ค. 2569 - 21:27:18 น.
  Saraburihinkong (12) 500 บาท อ. - 12 พ.ค. 2569 - 21:49:03 น.
  maewtato (2.8K) 600 บาท อ. - 12 พ.ค. 2569 - 21:54:04 น.
  พงศ์ภูเหล็ก (34)(1) 700 บาท พ. - 13 พ.ค. 2569 - 05:10:36 น.
  maewtato (2.8K) 800 บาท พ. - 13 พ.ค. 2569 - 05:10:36 น. (Auto bid)
  พงศ์ภูเหล็ก (34)(1) 900 บาท พ. - 13 พ.ค. 2569 - 05:10:59 น.
  maewtato (2.8K) 1,000 บาท พ. - 13 พ.ค. 2569 - 20:43:58 น.
  พงศ์ภูเหล็ก (34)(1) 1,100 บาท พ. - 13 พ.ค. 2569 - 20:43:58 น. (Auto bid)
  maewtato (2.8K) 1,200 บาท พ. - 13 พ.ค. 2569 - 20:44:12 น.
  พงศ์ภูเหล็ก (34)(1) 1,200 บาท พ. - 13 พ.ค. 2569 - 20:44:12 น. (Auto bid)
  Saraburihinkong (12) 1,300 บาท พ. - 13 พ.ค. 2569 - 20:45:31 น.

www1
Copyright ©G-PRA.COM