กำเนิดเเล้วผู้ปราบ หิรัณยกศิปุ นารายณ์อวตาร เศียรเป็นสีหราช อินทรีเป็นคนนักขาเป็นกต กายยินกำยัม ปัถพีหวั่นไหวทั้งโลกา อำนาจมากมาย นามนี้คือนรสิงหาวตาร

หลังจากหิรัณยากษะ
(หิรันตยักษ์)ถูกพระนารายณ์อวตาร เป็นหมูป่าสังหารเรียบร้อยแล้วนั้น
พญายักษ์ชื่อว่า หิรัณยกศิปุ ผู้เป็นน้องชายฝาแฝดก็ขึ้นมาเป็นใหญ่ในหมู่อสูร
(ใต้บาดาล) แทนพี่ชาย พญายักษ์นี้มีจิตใจ
หยาบช้ากว่าพี่ชายยิ่งนักได้ไปบำเพ็ญตบะขอพรต่อพระพรหมว่าขออย่าให้ตนเองถูก มนุษย์
เทวดา สัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย ฆ่าเอาให้ตายได้ อย่าให้ตายด้วย อาวุธใด ๆ ในสากลโลก
อย่าให้ตายในเวลากลางวันและกลางคืน อย่าให้ตายในบ้านนอกบ้าน
ซึ่งพระพรหมธาดาก็ประสิทธิ์ประสาทพรให้ตามที่ขอทุกประการ
ทำให้พญาหิรัณยกศิปุมีความฮึกเหิมไม่เกรงกลัวผู้ใด แม้แต่พระผู้เป็นเจ้า
พญายักษ์ตนนี้มีโอรสองค์หนึ่งชื่อว่า ประหลาทกุมาร
ซึ่งเป็นอสูรที่ตั้งมั่นอยู่ในศีล
ธรรมอันดีมีความจงรักภักดีต่อพระนารายณ์มหาเทพยิ่งนัก
ทำให้แนวความคิดของพญาหิรัณยกศิปุนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแลพญายักษ์ก็มี
ความรักในโอรสยิ่งนัก เรียกได้ว่ารักดังหัวแก้วหัวแหวน
ประหลาทกุมารผู้ตั้งอยู่ในศีลธรรมก็พยายามโน้มน้าวจิดใจของบิดาให้เลิก
ประพฤติชั่วหันมาทำความดีมีความจงรักภักดีต่อผู้เป็นเจ้า
แต่บิดาก็หาได้ฟังไม่เที่ยวเบียดเบียนบีฑาบรรดาทวยเทพทั้งหลายให้เดือดร้อน
ไปทั่วทุกหัวระแหง
พระอินทร์จึงชักชวนบรรดาทวยเทพทั้งหลายไปขอร้องให้พระนารายณ์มหาเทพมาช่วยปราบพญาอสูรผู้ชั่วร้ายตนนี้เพราะไม่มีใครจะปราบมันได้
พระนารายณ์มหาเทพก็ทรงรับปากว่าจะช่วยแต่ทรงขอเวลาคิดหาหนทางปราบพญาอสูรก่อน
ฝ่ายประหลาทกุมารผู้เป็นโอรสก็เพียรพยายามขอร้องให้บิดาเลิกเบียดเบียนผู้
อื่นฝ่ายพญาอสูรผู้บิดาก็หาเชื่อฟังไม่จึงใช้พวกพราหมณ์อสูรทั้งหลายไปอบรม พระโอรส
ให้มาเข้าข้างตนพระโอรสก็ไม่ยอมแม้จะพยายามอย่างใดพระโอรสก็ไม่ยอม
จากความรักมากก็กลายเป็นความชังมากจึงสั่งให้จัดการฆ่าโอรสของตนเสีย แต่ไม่ว่าจะ
ใช้วิธีใด ๆ ก็ไม่สามารถฆ่าโอรสของตนได้ พญาหิรัณยกศิปุจึงถามโอรสตรง ๆ
ว่าพระนารายณ์มหาเทพนั้นมีจริงหรือไม่ ถ้ามีจริงและแน่จริงก็ปรากฏตัวออกมาเลย
และทัน ใดในระหว่างนั้นเสาศิลากลางห้องท้องพระโรงก็แตกออกมา
มีตัวประหลาดเป็นครึ่งคนครึ่งสิงห์
ปราดเข้ามาจับตัวหิรัณยกศิปุลากออกไปวางไว้บริเวณธรณีประตู
(คืออยู่ในปราสาทครึ่งตัวอยู่นอกปราสาทครึ่งตัว)
และนรสิงห์ผู้นั้นก็ถามพญาอสูรว่าตนเป็นมนุษย์เทวดาหรือสัตว์
พญายักษ์ตอบว่าไม่ใช่ทั้งมนุษย์เทวดาและสัตว์,นรสิงห์
ก็ถามต่อไปว่าเวลานี้ร่างของหิรัณยกศิปุ อยู่นอกเรือนหรือในเรือน
พญายักษ์ตอบว่าไม่ใช่ทั้งในเรือนและนอกเรือน
และนรสิงห์ถามต่อไปอีกว่าเวลานี้เป็นกลางวันหรือกลางคืน หิรัณยกศิปุตอบว่า
มิใช่ทั้งกลางวันและกลางคืน
แต่เป็นเวลาโพล้เพล้นรสิงห์จึงชูมือกางกรงเล็บออกมาถามพญายักษ์ว่าอันนี้คือ
อาวุธหรือไม่ พญายักษ์ก็ตอบว่าไม่
นรสิงห์จึงประกาศว่าพรทั้งหลายของพระพรหมธาดาเป็นอันเสื่อมแล้ว
และตัวพญาอสูรก็ตกอยู่ในภาวะอันนอกเหนือจากพรหมประกาศิตทุกประการแล้ว
กล่าวจบนรสิงห์ก็จัดการ
สังหารพญาอสูรด้วยการใช้กรงเล็บฉีกกระชากท้องของพญาอสูรจนถึงทรวงอกจนขาดใจ ตาย
พระนารายณ์มหาเทพจึงประทานแต่งตั้งให้ประหลาทกุมารเป็นใหญ่แทนบิดาต่อไป
พร้อมกับสั่งสอนให้ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดีแล้วเสด็จกลับยังที่ประทับของ พระองค์
คืนความสงบให้กลับมาสู่ไตรโลกอีกต่อไป |
|