 (D)
“เทพจ้าวแห่งโชคลาภ”ใน ประวัติตำนานของจีน มีจำนวนมากมายหลายท่าน แบ่งออกเป็นยุคสมัย ตามสมัยของราชวงศ์ต่างๆ แล้วแต่ประชาชนและกษัตริย์ในยุคสมัยต่างๆจะสถาปนาขึ้นมาเป็นความภาคภูมิของ ตนเอง แต่เทพจ้าวแห่งโชคลาภที่ได้รับการกล่าวขานถึงและนิยมมากที่สุด เห็นจะเทพจ้าวแห่งโชคลาภที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ “โจว”โบราณ ประกอบด้วย เทพแห่งโชคลาภภาคขุนนางเสนาบดี หรือเทพแห่งโชคลาภฝ่ายบุ๋นและอีกท่านหนึ่งคือ เทพแห่งโชคลาภภาคนักรบ หรือเทพแห่งโชคลาภฝ่ายบู๋ กล่าวคือเทพแห่งโชคลาภฝ่ายบุ๋น มีชื่อว่า “ผี่กาน”เป็น เสนาบดีที่มีความมั่งคั่งร่ำรวยมาก มีอุปนิสัยชอบแจกเงินทองของมีค่าแก่ชาวบ้านทั่วไป ไม่เลือกคนร่ำรวย ยากดีมีจน คนดีหรือคนเลว ชอบแจกปันชนิดไม่เลือกหน้าไม่เลือกชั้นวรรณะ
ภาพลักษณ์ของเทพแห่งโชคลาภฝ่ายบุ๋น “ผี่กาน” มักจะสวมอาภรณ์ชุดสีแดง สวมหมวกเสนาบดีที่มีปีกสองข้าง หน้าตาอิ่มเอิบไร้ทุกข์ ยิ้มแย้ม หัวร่อ นิสัยออกจะเพี้ยนๆบ้าง มือถือเงินทองกองใหญ่ มีเด็กเล็กเป็นบริวารวิ่งตามอย่างร่าเริงจำนวนมากมาย ส่วนเทพแห่งโชคลาภฝ่ายบู๋ มีชื่อว่า “เจ้ากงหมิง”เป็นนายพลที่มีวิชาอาคมแก่กล้ามาก สำเร็จวิชาไสยเวทย์ ยุทธศาสตร์บนเทือกเขา“ง๊อไบ๊”หรือ “เอ๋อเหมย” มีเสือสมิงเป็นพาหนะและเป็นบริวาร ที่ได้มาจากคราวที่ปราบปีศาจเสือสมิงมากฤทธ์ที่มาคอยกัดกินทำร้ายชาวบ้าน เป็นนายพลที่มีอำนาจบารมีมาก หน้าตาขมึงทึง ไว้หนวดแข็งบาน สวมชุดนายทหารเต็มยศ มือหนึ่งถือกระบองวิเศษสามารถปราบปีศาจร้ายได้ อีกมือหนึ่งถือถังเงินถังทองวิเศษ ที่ได้รับจาก เทพปรมาจารย์ชื่อ“เจียงไถ้กง” หรือ “เจียงจื่อหยา”ภาย ในเต็มไปด้วยเพชรนิลจินดาของมีค่า ที่หยิบออกมาได้ไม่รู้จักหมดสิ้น กิริยาบทจะยืนบนหลังเสือหรือขี่เสือสมิงที่เป็นบริวาร เป็นคู่ขับเคี่ยวแข่งขันบารมีของ “ผี่กาน”มาตลอด ทั้งสองท่านเกิดในยุคสมัยเดียวกัน ประชาชนส่วนมากนิยมเทพแห่งโชคลาภฝ่ายบู๋มากกว่า เพราะนอกจากมีความมั่งคั่งแล้วยังมีอำนาจมากมหาศาลด้วย จึงเชื่อว่า เมื่อกราบไหว้บูชาท่าน จะส่งผลให้บังเกิดทั้งความร่ำรวยและมีอำนาจบารมีพร้อมกันไปด้วย
ชาวจีนจะนิยมมากในการขอพรแห่งโชคลาภในวันขึ้นปีใหม่ หรือวันตรุษจีน เพราะถือว่าเป็นวันแห่งการริเริ่มในสิ่งที่เป็นมงคลเป็นสิ่งดีงาม แต่ขบวนการและบทบาทการขอพรก็จะต้องมีขั้นตอนที่ละเอียดซับซ้อนตามไปด้วย ด้วยความเชื่อที่ว่า เทพแห่งโชคลาภจะโคจรอยู่เสมอไม่หยุดนิ่งที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานานๆ เพราะจะต้องสัญจรไปแจกปันความมั่งคั่งความสุขตามที่ท่านเคยได้ตั้งปฏิปทาไว้ ในเทศกาลวันตรุษจีน ช่วงเวลาแรกสุด(ยี่สิบสามนาฬิกาของเวลาสากล ชาวจีนถือเป็นเวลาที่หนึ่งหรือยามแรกของวันใหม่แล้ว)ของวันแรกของเดือนแรก ของปี ชาวจีนเรียกว่าแทบทุกบ้าน จะต้องขะมักเขม้นที่จะเตรียมการจัดของ อาหารชั้นเลิศทั้งอาหารเจ ของคาว ของหวาน ผลไม้ชื่อมงคลรวมกันหลายสิบชนิด พร้อมกระดาษเงินกระดาษทอง ทองคำแท้แท้ เพชรนิลจินดา(ที่ว่านี้เป็นเฉพาะครอบครัวที่มีอันจะกินมากๆเท่านั้น)เสื้อ ผ้าสีสวยงามที่ดีที่สุดมาจัด เพื่อถวายไหว้แก่เทพจ้าวแห่งโชคลาภ |