ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : วิธีดื่ม Black Lable แบบสุดยอด!!



(D)
ดื่มอย่างไรไม่ให้เสียของพร้อมสัมผัสกับรสชาติที่แอบซ่อน ( ลอกเค้ามา )
ทุกๆ คนเคยรู้จักคำว่า 'เสียของ' กันบ้างมั้ยเอ่ย ?? เพราะคนไทยเราน่ะ ชอบทำให้เสียของอยู่เรื่อย โดยเฉพาะนิสัย "การดื่มแบบผสมมิกเซอร์" ทั้งหลาย ซึ่งเป็นการทำให้วิสกี้ชั้นดีบางชนิดทีไม่ควรผสมสิ่งอื่นใดๆ เจือปนในการดื่ม เพราะจะทำให้เราไม่สามารถรับรู้ถึงรสชาติความอร่อยที่แท้จริงของมัน





เริ่มจาก ' เรด เลเบิ้ล ' (Red Label) กันก่อนเลยดีกว่า

Red Label หรือในอดีตชื่อ JW Special Old Highland (เปลี่ยนมาใช้ชื่อ Red Label ในปี 1909) เป็นวิสกี้ตระกูล JW ชนิดเดียว ที่ไม่ได้เป็น Scoth Whisky แท้ 100% หากแต่ว่า JW เน้นไปที่รสชาดของวิสกี้ ที่สามารถปรับให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์ มีทั้งความหวาน ความนุ่ม และความเผ็ดร้อนในเวลาเดียวกัน

Red Label เป็น Blended Whisky ที่ผ่านการผสมมาจาก Malt และ Blended Whisky 35 ชนิด เป็น JW หนึ่งในไม่กี่ชนิด ที่ผลิตออกมาในขนาดที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกขวดจะมีลักษณะเหมือนกันคือ ขวดทรงสี่เหลี่ยม และ ฉลากสีแดงขอบทอง

สัญลักษณ์เด่นอีกอย่างคือ ไสตรดิ้งแมน หรือกล่องของ Red Label
ที่สามารถนำมาเรียงต่อกันกลายเป็นฉลาก Red Label ขนาดใหญ่ได้

ข้อแนะนำในการดื่ม Red Label สำหรับการดื่ม Red Label นั้น ไม่มีวิธีการดื่มทีแนะนำตายตัวมาจาก JW
สามารถดื่มผสมกับอะไรก็ได้ กินเพียวก็ได้ หรือจะนำไปทำค๊อกเทลก็ยังได้
บวกด้วยเรื่องของราคา ทำให้ Red Label เป็นเหล้าที่ขายดีที่สุด

ซึ่งจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล ดูน่าจะถูกใจคนไทยที่สุด
เพราะเป็นน้องเล็กสุดในตระกูลนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการดื่มตลอดค่ำคืน
พูดง่ายๆ ก็คือกินได้นานๆ ราคาไม่แพง และสนุกสนานกันทั้งคืนนั่นแหละ

จอห์น นี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล ก็เลยขายดีที่สุดไปโดยปริยาย ง่ายๆ ตามหลักสากลนิยมก็คือ จะใส่น้ำแข็ง ผสมโคล่า ชามะนาว หรือโซดาเปล่าๆ ก็ได้ทั้งนั้น แล้วแต่ความชอบของบุคคล สุดแล้วแต่ว่าจะชอบรสชาติแบบไหนหลังผสมมิกเซอร์แล้วเท่านั้นเอง

แต่นักดื่มมืออาชีพมักนิยมผสมน้ำก่อนแล้วจึงผสมโซดาตามลงไป
ในอัตราส่วน 2:1 หรือที่เรียกกันว่า "โซดาลอย" นั่นเอง...
ผสมเสร็จก็ เอ็นจอย ดริ๊งกิ้ง กันได้ตลอดทั้งคืน ( แต่อย่าขับรถหลังดื่มนะ )







จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล

Black Label เป็น Blended Whisky อายุ 12 ปี เป็นวิสกี้ Johnnie Walker ที่เก่าแก่ที่สุด โดยวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 1865 ในชื่อของ Walker’s Old Highland
ก่อนจะมาใช้ชื่อ Extra Special Old Highland ในปี 1906 - 1908 และสุดท้ายในปี 1909 ก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อ Black Label จนถึงทุกวันนี้

ลักษณะ เด่นของ Black Label คือกลิ่นหอม รมควันถ่านพีท กลิ่นขิงวานิลลา และกลิ่นผลไม่อย่างลูกแพร และแอปเปิ้ล และส่วนผสมจาก เกรนและมอลท์ วิสกี้กว่า 40 ชนิด ผสมผสานออกมาเป็น JW Black Label ในปัจจุบัน

วิธี การดื่ม JW Black Label ที่ดีที่สุด จะต้องดื่มโดยผสมกับน้ำและน้ำแข็ง เพื่อที่จะทำให้ได้กลิ่นของบุหรี่แห้ง กลิ่นของวานิลลา และกลิ่นของผลไม้ ที่จะอบอวลขึ้นมาหลังจากได้สัมผัสกับน้ำ การผสมน้ำจะทำให้ได้รสของวิสกี้ที่เข้มข้นขึ้น





จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กรีน เลเบิ้ล

Green Label หรือ ในอดีตที่เราคุ้นเคยในชื่อของ JW Pure Malt เป็นวิสกี้น้องใหม่ที่สุดในบรรดา 5 Label ทั้งหมด

ความ พิเศษของวิสกี้ที่หมักบ่มนาน 15 ปีชนิดนี้ อยู่ตรงที่ Green Label เป็นวิสกี้ชนิดเดียวที่มีเพียงส่วนผสมของ Malt Whisky โดยไม่มี Grained Whsiky ผสมอยู่เลย แถมส่วนผสมวิสกี้ทั้ง 15 ชนิด ที่นำมา Blended จนกลายเป็น Green Label นั้น มาจากแหล่งกำเนิด Whisky ชั้นดีของสก๊อตแลนด์คือ Talisker, Cragganmore, Linkwood, และ Caol Ila
จนกลายเป็น "Pure Malt Green Label" ในปัจจุบัน

วิธี การดื่ม Green Label ให้ได้รสชาติมากที่สุด คือให้กินในแบบของ On the Rock ด้วยการริน Green Label ลงในแก้วพอประมาณก่อน หลังจากชิมและรับกลิ่นรมควันจางๆและไอทะเล กลิ่นถังเชอรรี่ รวมถึงผลไม้ชนิดต่างๆ
เช่น แอพพริคอท ผิวส้ม พีช บวกกับกลิ่นเปลือกไม้ป่า และหญ้าอ่อน

หลัง จากนั้นจึงใส่น้ำแข็งตามไป 1 - 2 ก้อน จะได้เห็นน้ำมันของวิสกี้ Fusil Oil และจะได้รับกลิ่นที่หอมเข้มข้นขึ้นตามลำดับ เมื่อวิสกี้ได้สัมผัสความเย็น

Green Label มีเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อดื่มแล้วรสชาติจะแตกต่างกันทุกครั้ง ซึ่งมาจากส่วนผสมต่างๆของ Pure Malt ทั้ง 15 ชนิดนั่นเอง
(แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ค่อยชอบกรีนกันซักเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะมันเป็นจุกขวดก๊อกหรือเปล่านะ)






จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ โกลด์ เลเบิ้ล

Gold Label ถูกเปิดตัวขึ้นเมื่อปี 1920 ในโอกาสครบรอบ 100 ปี Johnnie Walker เป็นที่มาของคำว่า Century Blend ที่จารึกอยู่บนฉลากของ Gold ทุกขวด

วิสกี้หายากทุกชนิดที่ผสมออกมาเป็น Gold มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี
รวมทั้งน้ำแร่บริสุทธิ์ และถังสำหรับหมัก รวมทั้งส่วนผสมหลักคือ
Clynelish ซึ่งเป็นวิสกี้มอลทืที่หายาก และราคาสูง ทำให้เกิดสีทอง ในตัววิสกี้ Gold ขวดนี้

การ ดื่ม เนื่องจากการดื่มวิสกี้ ไม่จำเป็นจะต้องคำนึงว่า วิสกี้จะเกิดการแข็งตัว เมื่อนำไป Frozen หรือ แช่ให้เย็นจัด โดยเฉพาะ Gold ขวดนี้
ยิ่งคุณได้สัมผัสมัน ด้วยความเย็นมากเท่าไหร่ รสชาดและกลิ่นของ Gold ขวดนี้ จะยิ่งนุ่มและอบอวลขึ้น (ยิ่งแก้วเย็นๆ ด้วยแล้วจะยิ่งเพิ่มรสชาติให้สุดยอดค่ะ)

การจิบควรจิบทีละน้อย และยิ่งถ้าได้ ช๊อกโกแลต มารับประทานด้วยแล้ว
คุณจะได้สัมผัส ความพิเศษ ว่าทำไม วิสกี้ขวดนี้ จึงได้รับให้ประดับด้วยฉลากสีทอง






จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล

Blue Lable นี่คือการผสมผสานของ เกรนวิสกี้ และ มอลท์วิสกี้ จำนวน 16 ชนิด ที่ต้องบอกว่า แพงที่สุดในโลก เพราะอะไรนั่นหรือ

ก็ เพราะในจำนวน 16 ชนิดดังกล่าว มีบางชนิดที่ผ่านการหมักบ่มมากว่า 60 ปี และที่สำคัญ ในจำนวนวิสกี้ 1 ล้านถัง ที่ดิอาจิโอ ทำการผลิต จะมีเพียง 1 หรือ 2 ถัง เท่านั้น ที่นำมาเป็นส่วนผสมของ Blue Label ดังนั้นทุกขวดจะมีหมายเลขกำกับ เพื่อแสดงถึงจำนวนที่ผลิตว่า หาได้ยากยิ่งขนาดไหน

Blue ขวดนี้ จะมีจุกขวดที่ทำจากไม้ก๊อก หุ้มตะกั่วสีทอง
มีกล่องบรรจุใส่เป็นสีน้ำเงิน และทอง บุภายในด้วยผ้าซาตินอย่างดี

การดื่ม จำไว้ว่า อย่าเอาไปผสมมิกเซอร์ ให้เสียของเสียราคา แถมโดนด่าว่าโง่ได้นะจ๊ะ

การ ดื่มที่ดีที่สุด แน่นอน!! วิสกี้ระดับนี้ จะต้องเป็นการดื่มแบบ จิบวิสกี้ โดยไม่เติมอะไร หรือภาษาบ้านๆก็เรียกว่า ดื่มกันเพียวๆ ซึ่งคุณเจ้าของ JW แอบบอกมาว่า ถ้าจะให้ดี ควรจะอมน้ำแข็งให้เกิดความเย็นในปาก เมื่อน้ำแข็งละลายหมด จึงค่อยจิบ Blue เข้าไป จะได้รับรสชาดที่ดีที่สุด


แล้วจะได้รู้ว่า วิสกี้ที่ว่ากันว่า ล้ำลึกที่สุดในโลก รสชาดเป็นเช่นใด

ปล.!! เมาไม่ดื่มนะคะ.......เอ๊ย เมาไม่ขับ!!! เอิ๊กๆๆ




เบียร์ เหล้า วิสกี้ บรั่นดี ไวน์ ฯลฯ มันต่างกันอย่างไร


ประเภทของไวน์ (Wine)


ไวน์สามารถแบ่งออกได้ คือ

- ไวน์ที่ไม่มีฟอง (Still Wine) ได้แก่ ไวน์แดง (Red Wine) , ไวน์ขาว(White Wine) และโรเซ่ไวน์ (Rose Wine)

- ไวน์ที่มีฟอง (Sparkling Wine) เช่น เชมเปญ

- ไวน์ที่แต่งเติมเสริมดีกรี (Fortified Wine) ได้แก่ Port , Sherry

- ไวน์ที่ปรุงแต่งด้วยรสสมุนไพร (Aromatized Wine) ได้แก่ เวอร์มูธ (Vermouth) , บิทเทอร์ (Bitter)
และอนิซ (Anise)

ประเภทของเบียร์ แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ

Lager Beer :
จะ มีรสชาดอ่อน ปริมาณแอลกอฮอล์ไม่สูงมาก มีหลากหลายรสชาด และหลากหลายยี่ห้อ ผลิตกันในหลายประเทศ รวมถึงในประเทศไทยด้วย เช่น เบียร์สิงห์ , เบียร์ช้าง , เบียร์ลีโอ เป็นต้น

Ale Beer :
จะมีรสชาดปานกลาง เกือบจะเข้มข้น รสชาดขมกว่าเลเกอร์เบียร์ มีปริมาณแอลกอฮอล์ ประมาณ 5.5-6.5
ดีกรี

Stout Beer :
จะมีรสชาดเข้มข้นแรงที่สุด รสชาดเยี่ยมยอด มีฟองเข้มข้น
กลิ่น หอมและรสชาดออกหวานฝาดขมเล็กน้อยถึงขมพิเศษ น้ำเบียร์มีสีน้ำตาลเข้มออกดำแดง ที่เรียกกันว่า “Black Beer” นิยมดื่มกันมากในอังกฤษ มีปริมาณแอลกอฮอล์ ประมาณ 4.5-7.5 ดีกรี ได้แก่ Guiness Stout Beer ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนของประเทศอื่นๆ มีอยู่หลายยี่ห้อ เช่น Out Malt Stout Beer , Murphy’s Beer ,Dragon Stout Beer , Cooper’s Stout Beer , Paulaner Salvator Beer


สุรา คือ เครื่องดื่มที่มีปริมาณของแอลกอออล์ผสมอยู่ด้วย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1.สุราที่ได้จากการหมักบ่ม

2.สุราที่ได้จากการต้มกลั่น

โดยปกติแล้ว สุราที่เราจะต้องเรียนรู้มีอยู่มากมายหลากหลายชนิด หลากหลายรสชาติ แต่ในที่นี้ขอแนะนำให้รู้จักกับสุรากลั่น ซึ่งได้แก่

- Brandy
- Whisky
- Vodka
- Tequila
- Gin
- Rum

เหล้า เหล่านี้ จัดอยู่ในกลุ่มเหล้า Spirits ที่สามารถเลือกดื่มได้ทุกโอกาสทุกเมื่อ ตามต้องการ โดยจะมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่สูง ตั้งแต่ 35-160 ดีกรี มีหลายประเทศที่ผลิตออกมาขาย รวมถึงประเทศไทยด้วย


Brandy บรั่นดี

เป็น เหล้าที่ทำมาจากองุ่น รสชาติหอมนุ่มนวล ชวนดื่ม ดีกรี ประมาณ 35-50% กรรมวิธีการผลิต หมักแล้วนำมาต้มกลั่น โดยเหล้าบรั่นดียังมีอีกสองประเภท คือ

- Cognac คอนยัค
เป็นเหล้าบรั่นดีที่ผลิตขึ้นในแคว้นคอนยัค ของประเทศฝรั่งเศส และ

- Armagnac อาร์มายัค
เป็นเหล้าบรั่นดีที่ผลิตขึ้นในแคว้นอาร์มายัค ของประเภทฝรั่งเศส



Whisky วิสกี้


เป็น เหล้าที่ทำมาจากข้าวต่างๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวโพด ข้าวไรน์ เป้นต้นรสชาติหอมนุ่ม ดีกรี ประมาณ 35-45% มีผลิตในหลายประเทศ แต่หลักๆ จะแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

- วิสกี้ที่มาจากประเทศสก็อตแลนด์ Scotch Whisky
- วิสกี้ที่มาจากประเทศอเมริกา Bourbon Whiskey
- วิสกี้ที่มาจากประเทศแคนนาดา Canadian Whisky
- วิสกี้ที่มาจากประเทศไอซ์แลนด์ Irish Whiskey
และยังมีวิสกี้ที่มาจากประเทศอื่นๆ อีกมากมายด้วย

วิสกี้จากสก๊อตแลนด์เช่น จอห์นนี่วอล์กเกอร์ แบล็ก เลเบิล,ชีวาส เป็นต้น
วิสกี้จากอเมริกา หรือ Bourbon เช่น แจ็ค เดเนียล,จิม บีม เป็นต้น



Vodka วอสก้า


เป็น เหล้าที่ทำมาจากมันฝรั่งต่างๆ รสชาติร้อนแรง บาดคอ ไม่มีสีไม่มีกลิ่นไม่มีรส ดีกรี ประมาณ 35-180% ประเทศที่เป็นต้นตำรับในการผลิตวอสก้า คือ รัสเซีย แต่ในปัจจุบันมีหลายประเทศที่ผลิตเหล้าวอสก้าออกมามากมาย และยังมีการเติมแต่งรสชาติต่างๆ ด้วย เช่น รสเลมอน รสแบล็คเคอเรน เป็นต้น
เช่น Absolute Vodka,Sminoff เป็นต้น



Tequila เตกีล่า


เป็น เหล้าที่ทำมาจากต้นกระบองเพชร พันธุ์ อากาเว้ ที่มีอยู่มากในประเทศเม็กซิโก รสชาติร้อนแรง บาดคอ นิยมดื่มกินกับมะนาว และเกลือ เหล้าเตกีล่ามีอยู่ 2 สี คือ สีขาวหรือสีเงิน และสีทอง ดีกรี ประมาณ 38-40% เช่น El Toro เป็นต้น



Gin ยินหรือจิน


เป็น เหล้าที่ทำมาจากสมุนไพรต่างๆ และผลจูนิเปอร์ ประเทศต้นตำรับที่คิดค้นผลิตขึ้นมา คือ ชาวดัทช์ ประเทศโปรแลนด์ แต่ปัจจุบัน จะนิยมเหล้ายินที่มาจาก ลอนดอน ประเทศอังกฤษกันมาก รสชาติหอม ดีกรี ประมาณ 35-43% เช่น Gordon Gin,Bombay



Rum รัม


เป็น เหล้าที่ทำมาจากกากน้ำตาลอ้อย ผลิตกันมากในแถบประเทศทะเลแคริเบี้ยน คิวบา จาไมก้า รสชาติหอมนุ่ม แต่หอมน้อยกว่าเหล้ายิน ดีกรีประมาณ 35-40% แบ่งออกเป็น 3 สี ได้แก่ สีขาว ,สีทอง และสีดำเช่น บาร์คาดี้,กัปตัน มอร์แกน รวมทั้งแสงโสม แม่โขงบ้านเราด้วย





เหล้า Liqueur (ลิเคียวร์)


เหล้า หวาน เป็นเหล้าที่ใช้ผสมในค็อกเทล เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติและสีสันให้กับค็อกเทลเนื่องจากเหล้าหวานมีมากมายหลาย ชนิด แล้วแต่ว่าจะใช้ผลไม้ สมุนไพร หรือพืชอื่นใดมาเป็นส่วนผสมที่ใช้ทำเหล้า รสชาติออกรสหวาน มีกลิ่น รสตามวัตถุดิบที่ใช้นำมาทำเหล้าหวานนั่นๆ มีดีกรีตั้งแต่ 18-40%
เช่น

- Cointreau เป็นเหล้าที่ผลิตจากเปลือกผิวส้ม รสหวานหอมซ่าออกเปรี้ยว หอมกลิ่นผิวส้ม มีสีขาวใส ดีกรี ประมาณ 40% ผลิตจากประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1849

- Creme De Banana กลิ่นรสกล้วยหอม มีสีเหลืองสดใส รสหอมหวาน ดีกรี ประมาณ 25-30%

- Kahlua เหล้ากาแฟ น้ำสีดำ รสหวาน หอมกลิ่นกาแฟ ดีกรี ประมาณ 26.5% ผลิตจากเหล้าสปิริตผสมกับเมล็ดกาแฟ
จากประเทศเม็กซิโก (อันนี้ผมก็ชอบครับ ผสมกับ Vodka เป็นค็อกเทลชื่อ แบล็ครัสเซียน)

เหล้าหวาน ก็มีมากมายหลายตัว เอามาหมดคงยาวเกินไป สั้นๆก็พอ ข้ามไปที่เหล้าชนิดต่อไปครับ

เหล้า Aperitif

เหล้า ที่นิยมทานก่อนอาหาร เพื่อเรียกน้ำย่อย เป็นเหล้าที่นำไวน์มาผสมกับเครื่องเทศ และสมุนไพรต่างๆ มีรสชาตอเข้มข้น ข่ม กลิ่นหอมฉุน คล้ายเหล้ายา เหล้าในกลุ่มนี้แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ

- Vermouth
- Bitter
- Anise เหล้าในกลุ่มนี้จะนิยมดื่มกันมากในประเทศอิตาลี กรีซ ฝรั่งเศส


เหล้า Martini

เป็นเหล้าเวอร์มูธ กลั่นจากสมุนไพร ไม้หอม (Wormwood) รากยารากไม้ รสชาติออกข่ม หอมกลิ่นสมุนไพรดีกรี ประมาณ 16-18% มี 2 รส คือ

- Dry (Blanco) สีเหลืองเข้มถึงอ่อน รสชาติฝาด
- Sweet (Rosso) สีแดงออกชมพู รสชาติหวาน ส่วนใหญ่ผลิตที่ประเทศอิตาลี


เหล้า Campari Bitter

เป็น เหล้าบิตเตอร์ กลั่นจากสมุนไพร รากไม้ เปลือกควีนนิน ผิวส้ม กลิ่นผิวส้ม รสชาติหอมกลิ่นส้ม ข่มฉุน น้ำสีส้มออกแดงทับทิม ผลิตโดยนาย Caspare Davide Campari ในนครมิลาน ประเทศอิตาลี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1861 เป็นเหล้าที่ดื่มเพื่อช่วยชูกำลัง ดีกรีร้อนแรง

โดยคุณ brain (160)(2)   [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 08:14 น.]



โดยคุณ pusit (1.7K)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 08:25 น.] #508830 (1/18)
สวัสดียามเช้าครับ....ของชอบเลยครับ...ขอบคุณครับ........

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 08:51 น.] #508865 (2/18)
สุดยอดเลยครับ คุณbrain ผมนับถืออย่างจริงใจครับผม

อย่างพวกเราๆ ก็ผสม โซดาบ้าง โซดา+น้ำบ้าง Coke บ้าง เสียของหมดจริงๆอย่างที่ท่านว่า ครับผม

โดยคุณ toei89 (625)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 09:02 น.] #508877 (3/18)
สวัสดีตอนเช้าครับ

โดยคุณ โพธโชคชัย (3K)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 09:13 น.] #508892 (4/18)
เปรี้ยวปาก

โดยคุณ คนหลังแก้ว (559)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 09:14 น.] #508896 (5/18)


(D)
ขอบคุณสำหรับสาระน่ารู้อ่ะครับ...อึกๆ เอิ๊ก!

โดยคุณ oboyzaa (545)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 09:22 น.] #508907 (6/18)
สวัสดีครับทุกท่าน อ่านแล้ว ....เปรี้ยวปากแต่เช้าเลยครับ อยากได้ไอ้เจ้า.....บูล..มาลองปฎิบัติจัง

โดยคุณ ARTMAN7007 (1.2K)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 09:25 น.] #508912 (7/18)
อ่านแล้วอยากดื่มเลยครับ

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 09:41 น.] #508931 (8/18)
เคยกินแต่เหล้าขาว ยาดอง
ไทยบ้านเนอะอ้าย

โดยคุณ kookkai (91)(2)   [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 09:53 น.] #508942 (9/18)

โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 10:04 น.] #508968 (10/18)
ใครมีแบบไหนส่งมาได้นะครับ..
แล้วผมจะลองดื่ม ลองชิม ดูสิว่ารสสัมผัสที่ได้จะเหมือนอย่างศิษย์น้องbrain บอกไว้หรือเปล่า...

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 10:24 น.] #508996 (11/18)

โดยคุณ looknam1 (2.6K)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 10:38 น.] #509024 (12/18)

โดยคุณ phaisan (3.9K)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 10:46 น.] #509052 (13/18)
ถึงมาวหล้าว เช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน...

โดยคุณ asanaa (502)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 11:19 น.] #509113 (14/18)
ถูกใจมากๆๆๆ.......สงสัยต้องลองหน่อยแล้วคืนนี้

โดยคุณ kaiser (73)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 11:23 น.] #509124 (15/18)


(D)
โซดามาแล้วครับพี่ๆ

โดยคุณ lancer (929)(1)   [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 11:51 น.] #509179 (16/18)

โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 15:37 น.] #509430 (17/18)
นี่ถ้าไม่ใช่ของชอบไม่อ่านจนจบนะเนี่ย ขอบคุณครับ

โดยคุณ kvandi (681)  [พฤ. 05 ก.พ. 2552 - 18:38 น.] #509616 (18/18)
สุดยอดครับของชอบทั้งน้านเลยครับ (whiskey) ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆด้วยนะครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM