ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : @@@ เกร็ดความรู้ยามเย็น @@@



(D)


พระท่ากระดาน จังหวัดกาญจนบุรี
พระท่ากระดาน จังหวัดกาญจนบุรี


คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง
โดย ราม วัชรประดิษฐ์

ฉบับนี้ขอนำท่านผู้อ่านมาทำความรู้จัก "พระท่ากระดาน" พระเครื่องยอดนิยมองค์สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีประวัติและพุทธลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์น่าสนใจศึกษาอีกองค์หนึ่งครับผม

กล่าวตามประวัติความเป็นมาแล้ว "พระท่ากระดาน" นี้ ตั้งชื่อตามชื่อ "วัดท่ากระดาน หรือวัดกลาง" อันเป็นวัดสำคัญ 1 ใน 3 วัดของ "เมืองท่ากระดาน" เมืองเก่าแก่เมืองเดียวริมลำน้ำแควใหญ่ที่มีความสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยาเคียงคู่กับเมืองกาญจนบุรีเก่าและเมืองไทรโยคคือเป็นเมืองที่มีเจ้าปกครอง อีกทั้งเป็นเมืองหน้าด่านที่ต้องสู้รบกับกองทัพพม่าที่ยกเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ในทุกคราว แต่ปัจจุบันจากลักษณะสภาพทางภูมิศาสตร์ จึงถูกยุบเป็นกิ่งอำเภอเมื่อ พ.ศ. 2438 และลดฐานะเป็นหมู่บ้านและตำบลอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

"เมืองท่ากระดาน" มีวัดสำคัญ 3 วัด คือ วัดเหนือ (วัดบน) วัดกลาง (วัดท่ากระดาน) และวัดล่าง เมื่อราว พ.ศ. 2495 ได้มีการขุดค้นหาโบราณวัตถุกันเป็นการใหญ่ และได้พบพระพิมพ์เนื้อตะกั่วสนิมแดงที่วัดทั้งสามเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะวัดกลางซึ่งเรียกชื่อเต็มว่า "วัดท่ากระดาน" นั้น ได้ปรากฏพระพิมพ์เนื้อตะกั่วสนิมแดงงามจัดและปิดทองมาแต่ในกรุทุกองค์ กอปรกับวัดนี้ตั้งอยู่ในส่วนกลางของเมืองท่ากระดานเก่าพอดี ชาวบ้านจึงเห็นเหมาะสมที่จะเรียกพระพิมพ์นี้ตามชื่อวัดว่า "พระท่ากระดาน"

สถานที่ที่สันนิษฐานว่าเป็นที่สร้าง "พระท่ากระดาน" คือบริเวณหน้าถ้ำทางตอนเหนือของเมืองท่ากระดานเก่าขึ้นไปตามลำน้ำ ซึ่งเดิมคงจะเป็นวัดเก่าแก่ เนื่องจากมีศาสนวัตถุที่ปรักหักพังและซากพระเจดีย์เป็นจำนวนมาก และจากวัตถุโบราณที่พบ เช่น บาตรขนาดเขื่อง เตาดินเก่าๆ หลายเตา ที่สำคัญคือปรากฏมีสนิมแดงงดงามมากตกอยู่เรี่ยราดบริเวณเตาและพบพระท่ากระดานทุกๆ พิมพ์อีกด้วย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นแหล่งสร้างพระท่ากระดานอย่างแน่นอน และเนื่องจากหน้าถ้ำมีต้นลั่นทมขนาดใหญ่อยู่ต้นหนึ่งจึงเรียกพระท่ากระดานที่พบในบริเวณนี้ว่า "พระท่ากระดาน กรุถ้ำลั่นทม"

นอกจากนี้ ยังมีการขุดค้นพบพระท่ากระดานตามบริเวณต่างๆ โดยรอบแต่มีจำนวนไม่มากนัก อาทิ วัดบ้านนาสวน (วัดต้นโพธิ์) อารามร้างตอนเหนืออำเภอศรีสวัสดิ์, วัดศรีอุปลาราม (วัดหนองบัว) อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี, วัดท่าเสา ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น

"พระท่ากระดาน" มีพุทธลักษณะเค้าพระพักตร์เคร่งขรึมน่าเกรงขาม แข้งเป็นสัน และพระหนุแหลมยื่นออกมา ลักษณะเหมือน "พระอู่ทองหน้าแก่" อันเป็น "พุทธศิลปะสมัยลพบุรี" และด้วยอายุการสร้างเกินกว่า 500 ปี พระท่ากระดานส่วนมากจึงเกิด "สนิมไขและสนิมแดง" ขึ้นคลุมอย่างหนาแน่น และส่วนใหญ่จะลงรักปิดทองมาแต่เดิม ดังนั้นข้อพิจารณาเบื้องต้นในการศึกษา "พระท่ากระดาน" ก็คือ สภาพสนิมไข สนิมแดง และรักเก่า ทองเก่า ครับผม

"พระท่ากระดาน" นั้น สมัยโบราณเรียกขานกันว่า "พระท่ากระดาน เกศคด ตาแดง" อันเป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะคือ มีเกศค่อนข้างยาวและคดงอ ส่วน "ตาแดง" นั้น เนื่องจากพระท่ากระดานเป็นพระหล่อจากเนื้อชินตะกั่ว ซึ่งพอได้อายุเนื้อตะกั่วจะขึ้นสนิมปกคลุมบนผิว "สนิมตะกั่ว" จะมีลักษณะเป็นสีแดง หนา และติดแน่น มีความมันเยิ้ม ยิ่งเมื่อถูกสัมผัสก็จะยิ่งมันวาว และบนสนิมแดงนี้จะเกิดสนิมไขสีขาวครีมเคลือบอยู่อีกชั้นหนึ่ง และจากกาลเวลาที่ยาวนานดังกล่าวแล้วสนิมแดงนี้จะเป็นสีแดงเข้มคล้ายสีเปลือกมังคุด และมี "รอยแตกตามุ้ง" ลักษณะเป็นตาตารางบนเนื้อสนิมแดงตลอดจนบนสนิมไข ซึ่งเกิดจากการหดตัวหรือการขยายตัวของเนื้อตะกั่วขององค์พระ เอกลักษณ์อีกประการหนึ่งคือ "คราบปูนแคลเซียม" อันเป็นหลักสำคัญสำหรับการพิจารณาพระแท้ของพระเครื่องชินตะกั่ว ซึ่งเรียกว่า "พระชินสนิมแดง"

"พระท่ากระดาน" มีทั้งหมด 2 กรุ คือกรุเก่าและกรุใหม่ ทั้งสองกรุนี้จะแตกต่างกันที่พื้นหลังขององค์พระ "กรุเก่า" จะตัดติดเป็นขอบพื้นบ้าง ทำให้องค์พระดูใหญ่และล่ำสัน ส่วน "กรุใหม่" จะตัดติดขอบชัดกับแม่พิมพ์ขององค์พระเห็นพระพักตร์และพระกรรณอย่างชัดเจน ทำให้เมื่อดูพระท่ากระดานกรุใหม่จะมีขนาดเล็กกว่ากรุเก่าแต่ผิวพระและลักษณ์แม่พิมพ์ด้านหน้าจะคมชัดกว่า

ในอดีตนักนิยมสะสมพระเครื่อง พระบูชา มักนำ "พระท่ากระดาน" ไปล้างผิวแคลเซียมออกเพื่อให้เห็นสีของสนิมแดงและรอยแตกตามุ้งได้อย่างชัดเจนทั้งองค์ แต่ในปัจจุบันจะนิยมความบริสุทธิ์ขององค์พระเดิมที่ปราศจากการล้างหรือตกแต่งใดๆ ตำหนิแม่พิมพ์และรายละเอียดต่างๆ จึงถูกบดบังด้วยผิวรักปิดทอง สนิมแดง และแคลเซียม การพิจารณาจึงจำเป็นต้องตรวจสอบจากขนาดขององค์พระและเอกลักษณ์ของแม่พิมพ์ดังที่กล่าวมาเท่านั้นครับผม

โดยคุณ กตเวท (151)  [พ. 04 มี.ค. 2552 - 19:53 น.]



โดยคุณ กตเวท (151)  [พ. 04 มี.ค. 2552 - 19:59 น.] #544765 (1/15)
สันนิฐานว่าพระฤาษีเป็นผู้สร้างโดยเจ้าเมืองท่ากระดานอัญเชิญมา

โดยคุณ BCC-106 (434)  [พ. 04 มี.ค. 2552 - 20:02 น.] #544773 (2/15)
ขอบคุณมากครับผม

โดยคุณ toei89 (625)  [พ. 04 มี.ค. 2552 - 20:12 น.] #544785 (3/15)

โดยคุณ nava75 (565)  [พ. 04 มี.ค. 2552 - 20:28 น.] #544820 (4/15)

โดยคุณ บ้านพระ (4.7K)  [พ. 04 มี.ค. 2552 - 20:40 น.] #544837 (5/15)
เยื่ยมครับ..ขอบคุณมากครับ

โดยคุณ kookkai (91)(2)   [พ. 04 มี.ค. 2552 - 20:53 น.] #544853 (6/15)

โดยคุณ WEERA_NUNGHOTMAI (2.8K)(16)   [พ. 04 มี.ค. 2552 - 21:27 น.] #544912 (7/15)
ขอบคุณครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [พ. 04 มี.ค. 2552 - 21:42 น.] #544935 (8/15)
ได้ความรู้ครับ.......

โดยคุณ bannapong (1.2K)  [พ. 04 มี.ค. 2552 - 22:10 น.] #545005 (9/15)
ขอบพระคุณมากครับพี่..................

โดยคุณ nui28 (2.6K)  [พ. 04 มี.ค. 2552 - 22:11 น.] #545006 (10/15)
เยี่ยมค่ะ ความรู้คู่เวปG

โดยคุณ น้องกระแต (1.8K)  [พ. 04 มี.ค. 2552 - 22:33 น.] #545065 (11/15)
.....ขอบพระคุณมากครับพี่......

การให้ความรู้ เป็นการให้ที่สูงส่ง เหนือสิ่งอื่นใด


โดยคุณ คอปแมน (47K)  [พฤ. 05 มี.ค. 2552 - 04:14 น.] #545179 (12/15)
ที่ลงรูปใช่ของหลวงพ่อนารถหรือเปล่าครับ เห็นมีคล้ายชันโรงที่องค์พระด้วย

โดยคุณ กตเวท (151)  [พฤ. 05 มี.ค. 2552 - 06:22 น.] #545225 (13/15)
ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนนะครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [พฤ. 05 มี.ค. 2552 - 08:12 น.] #545292 (14/15)

โดยคุณ เอสเรวดี (758)  [พฤ. 05 มี.ค. 2552 - 08:12 น.] #545293 (15/15)
ขอบคุณครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM