 (D)

หนุมาน หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน
หนุมาน หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุนหลวงพ่อสุ่น วัดเกาะศาลากุนในสมัยนั้น ที่ท่านยังเป็นพระลูกวัดอยู่ ท่านได้นำต้นไม้มาปลูกไว้สองชนิด คือต้นรักซ้อน พุดซ้อนไว้ภายในวัด ทุกวันท่านจะทำน้ำมนต์รดตลอดมา จนกระทั่งต้นไม้ทั้งสองเจริญเติบโตจนต้นแก่ได้ที่ ท่านจะดูฤกษ์ยามแล้วจึงลงมือขุด เมื่อขุดเสร็จแล้วท่านได้นำต้นไม้ ทั้งสองมาตากแดดให้แห้ง แล้วท่านจึงได้ให้ช่างมาแกะเป็นรูปหนุมาน เมื่อช่างมาแกะเสร็จ ท่านก็จะรวบรวมหนุมานห่อด้วยผ้าขาวแล้วนำไปบรรจุไว้ภายในบาตรเก็บไว้ภายในกุฎิ พอได้ฤกษ์งามยามดีทุกวันเสาร์ท่านจะนำหนุมานเข้าไปปลุกเสก ภายในพระอุโบสถ โดยท่านจะจัดเวรยาม ให้พระเณรดูกันอยู่ภายนอก มิให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนเด็ดขาด แต่ละคืนที่ปลุกเสกท่านจะปลุกเสกถึงรุ่งสว่างบางครั้งก็เที่ยงคืน เมื่อเสร็จพิธีแล้วท่านจะนำหนุมานมาปลุกเสกต่อที่ในกุฎิ จนครบถ้วนกระบวนการของท่านแล้วจึงนำออกแจกกับบรรดาลูกศิษย์ลูกหา โดยมิได้เรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนเนื้อหนุมานที่ท่านสร้างมี 3 ชนิดด้วยกัน คือ เนื้อไม้รักซ้อน เนื้อไม้พุดซ้อน เนื้องา ศิลปะการแกะแยกออกเป็น 2 พิมพ์ ดังนี้ 1. พิมพ์หน้าโขน 2. พิมพ์หน้ากระบี่ ถ้าเสือก็ต้องหลวงพ่อปาน ถ้าหนุมานก็ต้องหลวงพ่อสุ่น การใช้หนุมานว่า นะโม 3 จบ นึกถึงพระท่านนาคทัศน์ และ หลวงพ่อสุ่นและว่าคาถา นะ บัง เพลิง โม บัง ปากกระบอก ยะ มิให้ออก อุดธัง อะโธ โธอุด ธังอัด อะสังวิสุโรปุสะพุพะมะอะอุ โอมยะ พุทธา ทะโย สตรี สตรี นิสิงโห
ขอบคุณข้อมูลจาก เวป banphra.com ครับ
"ขุนกระบี่วานร ฤทธิเกริกไกร หนึ่งในสยาม" หนุมาน หลวงปู่สุ่น นับเป็นสุดยอดของขลังหนึ่งในชุดเบญจภาคี เครื่องรางของขลังของวงการ นักสะสมใฝ่หาไว้มาครอบครองบูชาไม่แพ้เขี้ยวเสือแกะหลวงพ่อปาน หลวงพ่อสุ่นเรียนวิชาปลุกเศกหนุมาน จากพระนาคทัศน์ คาถากำกับหนุมานให้ว่า " นะมัง เพลิง โมมังปากกระบอก ยะมิให้ออก อุดธังโธอุด ธังอัด อะสังวิสุโรปุสะพูพะ มะอะอุ โอมยะพุทธา ทะโยสตรี สตรี นิสังโห "
ในส่วนของศิลปะ การะแกะหนุมาน ช่างแกะ เป็น 3 แบบ คือ แบบหน้าโขนทรงเครื่อง ,แบบหน้ากระบี่,และหน้าลิงหัวค่ำ ลิงหัวค่ำจะแกะเป็นหนุมานหัวหลิม ปากและลิ้นเหมือนเป็ด หนุมานหลวงพ่อสุ่นเป็นงานแฮนด์เมดแกะขึ้นด้วยมือไม่มีบล๊อกแม่พิมพ์ การพิจารณาจึงต้อง เน้นการอ่านฝีมือช่างให้ออก ชนิดที่เก๊หรือแท้ ก็ยังไม่แน่ใจ ก็ควรผ่านดีกว่าครับ
หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน เมื่อเอ่ยนามนี้ น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักโดยเฉพาะนักสะสมเครื่องรางรุ่นเก่าๆ หลวงพ่อสุ่นท่านเป็นต้นตำนานการสร้างหนุมานที่ทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ มีอานุภาพคุ้มครองป้องกันภัย เมตตามหานิยม เเก่ผู้ที่มีครอบครอง ถามว่าทำไม่หนุมานของท่านถึงมีอานุภาพมาก ลูกศิษย์ของท่านเคยเล่าให้ฟังว่า การปลุกเสกหนุมานของหลวงพ่อสุ่นมีความเเปลกเเละพิศดารเป็นอย่างมาก คือก่อนที่ท่านจะทำการปลุกเสกหนุมาน ในตอนเช้าท่านจะให้ลูกศิษย์ไปตัดต้นไม้ที่มีหนามมาไว้มากๆ ส่วนมากจะเป็นต้นไผ่ ต้นพุทรา ต้นมะขามเทศ ช่วงค่ำท่านก็จะทำวัตรกับพระลูกวัดตามปกติ หลังจากทำวัตรเสร็จเเล้ว ท่านก็จะเข้าไปในกุฎิประมาณหนึ่งชั่วโมงท่านก็จะออกมา พร้อมกับอุ้มบาตรออกมาด้วย เเล้วเรียกลูกศิษย์ให้อุ้มบาตรเข้าไปในโบสถ์ (ท่านกำชับบอกลูกศิษย์ว่าห้ามเปิดบาตรเด็ดขาด ท่านพูดลอยๆว่า...ขี้เกียจจับ) เเล้วท่านก็จะนั่งทำวัตรอีกครั้ง เมื่อท่านทำวัตรเสร็จเเล้วท่านก็นั่งหันหลังให้พระประธานเเล้วเอาบาตรตั้งไว้ด้านหน้าจากนั้นก็จะให้ลูกศิษย์นำกิ่งไม้ที่มีหนามที่เตรียมไว้ สุมไปที่ตัวท่านให้เต็มจนหาทางเข้าออกไม่ได้ จากนั้นท่านก็จะให้ลูกศิษย์ออกจากโบสถ์เเล้วลั่นกลอนประตูโบสถ์ปิดไว้ห้ามผู้ใดเข้าออก ครั้นเวลาประมาณตี 4 ท่านก็จะเรียกลูกศิษย์ให้เข้าไปในโบสถ์ เพื่อเก็บหนุมานที่ติดอยู่กับกิ่งไม้เเละหนามที่สุมตัวท่าน ตัวไหนที่หล่นอยู่กับพื้นให้เเยกไว้ต่างหาก ท่านว่ายังใช้ไม่ได้เพราะปลุกไม่ขึ้น สิ่งที่คาใจในหมู่ลูกศิษย์คือหนุมานขึ้นไปติดกับกิ่งไม้เเละหนาม ได้อย่างไร เเละที่สำคัญท่านออกมาจากกองกิ่งไม้เเละหนามที่สุมตัวท่านได้อย่างไร โดยทุกอย่างอยู่ในสภาพเดิมทั้งสิ้น หนุมานหลวงพ่อสุ่น จะมีด้วยกันสามเนื้อ เนื้อไม่ งาช้าง เเละเขี้ยว ลูกศิษย์หลวงพ่อสุ่นที่เล่าเรื่องให้ฟังยังบอกอีกว่า การใช้หนุมานให้ได้ผลควรจะมีคาถากำกับ ให้ตั้งนะโม 3 จบ เเล้วว่า ... โอม หะนุมานะ นะอย่าทำนะ ....ท่านยังบอกอีกว่าเวลาไปไหนมาไหน ให้ภาวนาในใจโดยไม่มีหนุมานก็ได้ หนุมานตัวที่ลงนี้เป็นเนื้องาเเกะ โดยช่างชาวบ้าน ตัวเล็กมาก.....
ข้อสังเกตุในการพิจารณาหนุมานหลวงพ่อสุ่น นั้น ต้องชมให้นาน เก็บรายละเอี่ยดของเเท้ให้มากที่สุด เช่น รอยทิ้งมีด (สำคัญมาก) ..ความเเห้งของไม้...รอยเเตกของไม้ เนื่องจากช่างเเกะหนุมานของวัดศาลากุนนั้นมีหลายคน เเต่ละคนมีเครื่องมือในการเเกะเเตกต่างกัน |