ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : @@@ ขอให้อ่านให้จบนะครับ....นานๆมีสาระสักครั้ง @@@



(D)
ในฐานะนิสิตสัตวแพทย์ขอประนาม
ในวันพฤหัสที่ 19 ม. ค. ที่ผ่านมา แฟนของผม ยืนรอรถเมล์อยู่บริเวณสำโรง
เวลาประมาณบ่าย 5 โมงเย็น
มีรถบรรทุกหมูที่จะไปส่งโร! งฆ่าสัตว ์แล่นผ่านมา
ได้มีหมูตัวหนึ่ง ดิ้นรนหลุดออกจากกรง ตกลงมาจากรถกระบะ
ลงมาอยู่ที่ริมฟุตบาท ตรงหน้าแฟนผม
เกิดความสงสารสัตว์ที่จะถูกนำไปโรงฆ่า
เธอโทรศัพท์หาผม เราตกลงกันว่าจะติดต่อขอซื้อหมูตัวนั้น ในราคา 6000
บาท
แล้วให้นำไปส่งที่บ้าน ใน จ . สมุทรปราการ ที่อยู่ห่างไปประมาณ 10 กม .
มาวันแรกเค้ายังเดินไม่ได้ เนื่องจากเจ็บที่ขาหลังด้านขวา
อีกทั้งน้ำหนักมากถึง 107 กิโล ร่วมกับเพลียจากการเดินทาง
วันแรกจึงให้น้ำ
ให้อาหาร แล้วมันก็นอนพัก เราก็เป็นห่วง กลัวมันจะไม่สบาย
เราได้ตั้งชื่อมันว่า เจ้าสำโรง ตามสถานที่ที่พบมัน

เช้าวันต่อมา อาการมันดีขึ้น สดใสขึ้น กินน้ำได้มาก
เราได้ไปพาสัตวแพทย์ที่หน้าซอยบ้านมาตรวจ 2 ครั้ง
แพทย์บอกว่าเจ้าสำ! โรงอ่อนเพลีย และเจ็บที่ขา ตรวจแล้วกระดูกไม่หัก
แต่กล้ามเนื้ออักเสบ ให้นอนพักผ่อน
เนื่องจากเกรงใจเพื่อนบ้านที่ติดกันเนื่องจากหมูร้องเสียงดัง
จึงได้โทรศัพท์ติดต่อไปที่
วัดสวนแก้ว จ . นนทบุรี
เนื่องจากเคยได้ยินว่ามีรับสัตว์ที่ไถ่ชีวิต
ทางวัดบอกว่ามีการรับเลี้ยงสั! ตว์ที่ไถ่ชิวิตจริงๆ
แต่ที่นนทบุรีเต็มแล้ว
ทางวัดมีสาขาที่ อ . กบิณทร์บุรี จ . ปราจีนบุรี
ชื่อมูลนิธิร่มโพธิ์แก้ว 2
( วัดนรก) รับเลี้ยงสัตว์ที่ถูกไถ่ชีวิตทางวัดที่นนทบุรี ส่งวัว ควาย
ไปไว้ที่นั่นแล้วสิบกว่าตัว รับเลี้ยงได้ จึงติดต่อให้ทางวัดนำรถมารับ
โดยจ่ายค่าขนส่ง 1000 บาท ตกลงให้มารับในวันเสาร์

ในวันเสาร์ วันนี้เป็นวันที่รถของทางวัดจะมารับเจ้าสำโ ! รง
วันนี้มันดีขึ้นมาก
พยายามลุกเดิน 3 ขา แต่ยังไม่ค่อยไหว กินอาหารได้ดีขึ้นมา! ก
เราเลี้ยงเจ้าสำโรงด้วยข้าว กล้วย ผักกาด ผักบุ้ง
วันนี้เราเลยได้รู้ว่าเจ้าสำโรงชอบกินผักบุ้งมาก
นึกแล้วก็ใจหายเหมือนกัน
เพราะวันนี้รถจะมารับมันไปแล้ว
วันนี้เจ้าของเขียงหมูที่เราซื้อเจ้าสำโรงมา
แวะมาเยี่ยมที่บ้านด้วย แล้วก็ให้คำแนะนำในการเลี้ยง
รวมทั้งถามอาการเจ็บขาของมัน
(เราเองก็คาดไม่ถึงว่าเจ้าของเขียงหมูจะเป็นห่วง
ตามมาเยี่ยมถึงบ้านด้วย เค้าบอกว่าพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมอีก
เราบอกเค้าว่าวันนี้ทางวัดจะมารับมันไปเลี้ยงแล้ว
ไม่ต้องมาแล! ้วก็ได้ครับ ขอบคุณมากๆ )

ประมาณ บ่าย 3 โมง รถของทางวัดก็มารับ
เราช่วยกันอุ้มเจ้าสำโรงขึ้นรถอย่างทุลักทุเล
วันนี้เจ้าสำโรงร้องดังมากๆ
เหมือนมันไม่อยากไป เราเองก็คิดถึงมัน เลยขอแผนที่ทางวัดไว้
เผื่อวัน! หลังจะตามไปเยี่ยม ตกเย็น ไปงานรับปริญญาน้องชายแฟน

กลับมานอนที่บ้าน
นอนไม่ค่อยหลับ เพราะคิดถึงเจ้าสำโรง มันรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
น่าแปลกที่แฟนก็คิดเหมือนกัน
วันรุ่งขึ้นจึงตัดสินใจไปเยี่ยมมันที่โน่นเลย
เผื่อขาดเหลือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงจะได้ช่วยกัน
ไปถึงวัดตอนบ่ายๆ บริเวณมูลนิธิร่มโพธิ์แก้ว
จะมีลักษณะเป็นโรงจำหน่ายของที่รับบริจาคมา ละมีการทำสวนพืชไร่หลายชนิด

จึงไปติดต่อกับพระที่ดูแลที่นี่
บอกท่านว่ามาเยี่ยมเจ้าสำโรงที่รถนำมาส่งเมื่อวาน ระหว่างนั้น

เจ้าหน้าที่วัด
และพระรูปอื่น ทำหน้าแปลกๆ และซุบซิบกันไปมา
และได้เรียกพระท่านนี้เข้าห้องไปคุย ปิดประตูอยู่พักหนึ่ง ท่านก็ออกมา
ผมเลยบอกว่ารบกวนท่านบอกทางไปที่เลี้ยงสัตว์
เพราะว่าวันนี้ไปแวะซื้อผักบุ้งจากห้างมาหอบใหญ่
เพราะรู้ว่าเจ้าสำโรงชอบ
พระท่านบอกว่าเดี๋ยวพาไปเอง ท่านพาเดินดูที่นั่น ที่นี่ พาไปดูสวน
ผมก็บอกท่านว่าขอไปดูหมู ท่านก็บอกว่าทางนี้ พอไปถึงก็ไม่มี
ท่านก็บอกว่าอยู่อีกที่หนึ่ง วนไป วนมานานถึง 2 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบ
ระหว่างนั้นพระท่านนี้ก็เล่าว่า วัวที่นี่ไม่มีแล้ว
เนื่องจากนำไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนชาวบ้านที่มาช่วยงานแทนเงินเดือน (แล้วถ้าหากชาวบ้านที่ได้นำไปขายหรือฆ่าล่ะ )

ระหว่างเดินอยู่ พบคอกเลี้ยงลูกหมูป่าคอกเล็ก ๆ ประมาณ 10 ตัว

ไม่พบวัวซักตัว
หลังจากเดินมานานก็ยังไม่พบ จึงถามพระ ท่านก็บอกว่าหมูเมื่อวานป่วย
นำไปส่งที่ปศุสัตว์แล้ว ผมเลยถามท่านว่าปศุสัตว์ไปทางไหน จะตามไปเยี ่ยม
ท่านก็บอกว่าวันหยุดราชการไม่เปิด
ผมก็ถามท่านว่าแล้วเมื่อวานวันหยุดราชการปศุสัตว์มาตรวจได้ยังไง
ท่านก็เงียบไปบ่ายเบี่ยงต่างๆ
แล้วบอกผมว่าเดี๋ยวต้องถามคนดูแลสัตว์อีกที
ผมก็บอกว่างั้นขอพบ พระบอกว่าคนนี้ไม่อยู่ กลับกรุงเทพ
ผมบอกว่างั้นจะรอพบ
สุดท้ายคนๆนี้ก็มา หลังจากรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง
มันบอกผมว่าหมูเมื่อวานป่วย เลยให้สัตวแพทย์มาดู
และนำไปส่งที่ปศุสัตว์แล้ว
ผมบอกจะตามไปดู ก็บอก ว่าปิดราชการ ไปไม่ได้
ผมถามว่าวั้นสัตวแพทย์มาได้ยังไง
มันตอบว่าสัตวแพทย์มาดูแล้ว บอกว่าอาการมันหนัก เลยจัดการไปแล้ว !!!

ผมตกใจมากถามว่าสัตวแพทย์ที่มาดูชื่ออะไร จะตามไปถาม ถามไปถามมา
สุดท้ายมันบอกผมว่ามันตัดสินใจฆ่าเอง โดยเชือดแบ่งเนื้อแจกจ่ายไปแล้ว
และมันบอกว่าขอรับผิดเอง มันอ้างว่าคาดไม่ถึงว่าผมจะตามไปดู
มันบอกว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีคนที่ไถ่ชิวิตสัตว์ตามไป! ดู มีผมเป็นคนแรก
ถ้ามันรู้ว่าผมมามันคงไม่ฆ่าหรอก ทั้งผม และแฟนผมเสียใจมาก
นึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นได้ ในวัด
กับสัตว์ที่ไถ่ชีวิตมาจากโรงฆ่า คิดไม่ถึงว่ามาถึงที่นี่
มันไม่ให้เค้ากินน้ำกินอาหารด้วยซ้ำ กลับฆ่ามันเหมือนถูกส่งโรงฆ่าสัตว์
ผมและแฟนผมเสียใจมาก เธอร้องไห้ตลอดเกือบทั้งวันหลังจากนนั้น
ผมจึงคิดว่าอย่างน้อยต้องประกาศให้สังคมรับรู้
ถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้น
และคงต้องพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก
ขอความเห็นใจจากสังคมด ้วยครับ
จากคุณ : นพ . ภูริภัทร ภูริพันธุ์ภิญโญ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 09:20 น.]



โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 09:27 น.] #570347 (1/35)


(D)
ได้รับความอนุเคราะห์เรื่องราวดีๆ(แต่ร้าย)จากท่านสิทธิโชติ ทนายความหัวเห็ดครับ

โดยคุณ หิรัญ (660)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 09:28 น.] #570349 (2/35)

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 09:29 น.] #570351 (3/35)
มูลนิธินี้อยู่ใกล้ที่ทำงานผมครับ เคยไปชุดแรกๆ เพื่อดูเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าๆ แปลกๆ สะสมครับ

แต่ไม่ได้ไปมานานแล้วครับ ร่วมๆ 10 ปี แล้วครับ........

โดยคุณ ARROW (6.3K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 09:41 น.] #570371 (4/35)
สังคมสมัยนี้ เลวร้ายขึ้น ทุกวันครับ
ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างมากครับ

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 09:41 น.] #570372 (5/35)
ทางมูลนิธิฯ และทางวัดสวนแก้ว ท่านเจ้าคุณหลวงพ่อพระพยอม น่าจะมาแถลงข้อเท็จจริงนี้นะครับ ก่อนชาวประชาจะสิ้นศรัทธา เพราะคนชั่วๆไม่กี่คน ครับผม

โดยคุณ โพธโชคชัย (3K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 09:42 น.] #570374 (6/35)
สัตว์ห่มผ้าเหลือง

โดยคุณ ครูน้อย (717)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 09:44 น.] #570380 (7/35)
น่าลองถามทางวัดสวนแก้วดูซิจะตอบว่าอย่างไร
"จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย"

โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 09:50 น.] #570393 (8/35)

โดยคุณ ArtMaN7007 (1.2K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 10:05 น.] #570420 (9/35)

โดยคุณ PRAPAS-JATUKARM (4.4K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 10:06 น.] #570421 (10/35)
ผมเป็นคนหนึ่งนะถ้ามีโอกาสจะทำบุญด้วยการไถ่ชีวิตสัตว์ แต่เหตการณืที่ได้อ่านวันนี้ผมรู้สึกสะท้อนใจมากเลยครับ ใจร้ายมาก มันทำให้คนที่ทำบุญจะทุกข์หนักกว่าตอนที่ก่อนไถ่ชิวิตสัตว์อีกนะครับ ผมนับถือและศรัทธาพระพยอมมาก ๆ ท่านอาจารย์คงไม่ทราบหรอก องค์กรมันใหญ่และคงดูแลได้ไม่ทั่วถึง และเดี๋ยวนี้คนบาปชอบเข้าไปหากินกับวัด โอย...................เศร้า เครียด จะเบียดเบียนกันไปถึงไหนหนอ

โดยคุณ bannapong (1.2K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 10:07 น.] #570424 (11/35)
ไม่รู้จะพูดยังไงครับ.........เอาเป็นว่า..........เลวมากครับ..........คบไม่ได้

โดยคุณ brain (160)(2)   [อ. 24 มี.ค. 2552 - 10:22 น.] #570445 (12/35)

โดยคุณ เบเร่ต์แดง (1.1K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 10:29 น.] #570449 (13/35)
น่าจะตามต่อให้จบน่ะครับว่า สุดท้ายแล้ว ไอ้เปรตพวกนั้นมันเอาหมูไปทำอะไร กับข้าวหรือกับแกล้มครับ

โดยคุณ pippinnu (9.2K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 10:31 น.] #570451 (14/35)
อ่านแล้วเศร้าเลยครับ เลวชาติเลย เสื่อมศรัทธาครับ ถ้าเรื่องนี้จริงก็สะท้อนให้เห็นชัดเจนเลยครับว่าสังคมปัจจุบันเป็นอย่างไร วัดก็คือองค์กรองค์กรหนึ่งไปแล้วซึ่งแสวงหาผลประโยชน์ (บางวัดนะครับไม่ได้หมายถึงทั้งหมด) วัด(บางวัด)ที่เคยเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ปัจจุบันกลับ..... เศร้า

โดยคุณ thanaanan (7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 10:31 น.] #570452 (15/35)


(D)
การทำบุญในยุคนี้ นอกจากต้องพิจารณาก่อนทำ ยังต้องติดตามผลอีกด้วย....ขอบคุณมากครับ

โดยคุณ ร้านอินทิรา (3.3K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 10:35 น.] #570453 (16/35)

โดยคุณ BankHiWay (7.8K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 10:37 น.] #570456 (17/35)
เวรกั้ม เวรกรรม


โดยคุณ เบเร่ต์แดง (1.1K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 10:38 น.] #570457 (18/35)


(D)
ในโลกใบนี้ มีหมูไม่กี่ตัวหรอกครับที่"แก่"ตาย
*** ส่วนตัวผมว่าเอาเองน่ะ
จานภู เขียนแนวแบบนี้มันไม่เหมาะ ไม่ใช่บุคคลิกของจานภูน่ะครับ หยั่งจานภูต้องมาแนวขำๆ หรือไม่ก้อออก R หน่อยๆ จะดีก่า ( จะโกธรมั๊ยหว่า? )

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 10:59 น.] #570480 (19/35)
เลว! สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่านี้นะ หมูนะ ขอบคุณอ.ภูมากครับ

โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [อ. 24 มี.ค. 2552 - 11:05 น.] #570483 (20/35)
เป็นเรื่องที่รับไม่ได้จริงฯ

ผมเอง...ผมกินสัตว์ทุกประเภทไม่ได้เลือก....
ผมปล่อยปลาดุกเมื่อวันเกิดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว...ภรรยาบอกต้องไม่กินปลาดุก 1 ปี
(ทั้งที่ชอบปลาดุกย่างมาก)
ผมปล่อย ปลาดุกทุกวันเกิดหรือทุกครั้งที่มีโอกาส
วันนี้ผมเลิกกินปลาดุก...


แล้วพวกมัน....ทำได้ยังไง
ถ้ารับภาระไม่ไหว....อย่าให้ความหวัง ไม่ว่าคน หรือสัตว์
คนที่ไม่มีอะไรเหลือ(รวมสัตว์) สิ่งที่เหลืออยู่ก็คืออาจคือ.... ความหวัง



โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 11:16 น.] #570495 (21/35)


(D)
ผมได้ติดต่อและให้พรรคพวกลองเช็ครายละเอียด...ข้อมูลให้ ปรากฏว่าเป็นข้อกล่าวโจมตีทางวัด...ให้ได้รับความเสียหาย ของฝ่ายตรงกันข้าม...ซึ่งได้ส่งเมล์ต่อๆไปครับ

เราก็ต้องใช้วิจรณญาญแล้วละครับ....ถ้าไม่เป็นจริง คนที่ต้นคิดส่งเมล์โจมตี...ชั่วจริงๆ

โดยคุณ suriyan04 (3.8K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 11:22 น.] #570505 (22/35)
เศร้าใจครับ

โดยคุณ เบเร่ต์แดง (1.1K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 11:25 น.] #570509 (23/35)
***** เพิ่งจะทราบว่า ข่าวนี้เป็น mail ที่ส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ ไม่ได้มีการตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่แท้จริง หวังว่าเพื่อนสมาชิกจะอ่านข่าวนี้แล้ว กรุณาใช้วิจารณญาณด้วยน่ะครับ อย่าเพิ่งสรุปเอง ยังไงก้อตรวจสอบข้อมูลจากทางวัดด้วยน่ะครับ เพราะเพิ่งทราบข่าวจากพรรคพวกว่า เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นที่วัด แล้วทางวัดเองก้อไม่ได้มีสาขาที่ อ.กบินทร์บุรีด้วย แล้วในเบื้อต้นตรวจสอบก้อไม่มีรายชื่อนายแพทย์ผู้นี้อยู่ในทะเบียนของสมาคมวิชาชีพแพทย์อีกด้วย ทราบว่าขณะนี้ทางวัดกำลังตรวจสอบถึงต้นตอของข่าวขิ้นนี้อยู่ ด้วยความเคารพครับ / เบเร่ต์แดง

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 11:36 น.] #570525 (24/35)
สมาชิกทุกท่านครับ ผมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏตามนี้น่ะครับ
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 9 ฉบับที่ 2344 ประจำวัน จันทร์ ที่ 4 สิงหาคม 2008
โดย พระพยอม กัลยาโณ

เรื่องนี้ต้องชี้แจงโทษวัดฆ่าหมูบริจาค
สิ่งเลวร้ายที่สุดตั้งแต่ตั้งวัดสวนแก้วขึ้นมาคือ การกล่าวหาว่าวัดนำหมูบริจาคไปฆ่ากิน วันนี้ผ่านมา 2 ปีกว่าแล้ว ข้อกล่าวหาก็ยังอยู่ ทั้งๆที่วัดเคยชี้แจงผ่านสื่อและมีการพิสูจน์ความจริงไปแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวก็ดูว่ายังไม่จบ

เรื่องที่อาตมาจะกล่าวนี้ได้ผ่านไปนานแล้วกว่า 2 ปี และอาตมาเองก็เคยชี้แจงต่อสาธารชนผ่านสื่อมวลชนไปแล้วหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่ายังไม่จบ เพราะยังมีคนเข้าใจผิดอยู่ เพราะเรื่องราวที่ทำให้เข้าใจผิดนั้นยังมีวนเวียนอยู่ในเว็บไซต์ ใน E-mail ซึ่งได้ส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ จึงทำให้เรื่องนี้ไม่จบสักที มันเหมือนเป็นการหยิบเอาเรื่องนี้มาดิสเครดิตกัน

เรื่องที่ว่าก็คือ กล่าวหาว่าวัดสวนแก้วเชือดหมูที่ชาวบ้านไถ่ชีวิตมาจากโรงฆ่านำไปเชือดกิน เรื่องนี้เป็นเรื่องหนังไม่ได้รองนั่ง เนื้อก็ไม่ได้กิน แถมยังเอากระดูกมาแขวนคอ ถ้าใครได้อ่านในเว็บไซต์แล้วเชื่อตามนั้นก็คงบอกได้ว่า “หูเบา” เชื่อง่ายไปหน่อย เพราะมันส่อว่าเป็นความเสียหายต่อสังคมอย่างหนึ่งคือ ไม่สืบหาข้อมูลว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร

ถ้ายังไม่ทราบอาตมาจะบอกให้ เรื่องจริงเป็นอย่างนี้ เมื่อ 2 ปีกว่ามีคนใจบุญพบกับเหตุการณ์รถขนหมูเข้าโรงฆ่าสัตว์ทำหมูตัวหนึ่งตกจากรถและยังไม่ตาย ด้วยความสงสารคนใจบุญคนนั้นจึงขอไถ่ชีวิตหมู่ตัวนั้นมาในราคา 6,000 บาท แล้วนำมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน ปรากฏว่าหมูได้รับบาดเจ็บ ซี่โครงหักเข้าไปทิ่มปอด (รู้ทีหลังจากปากคำของสัตวแพทย์) ด้วยความเจ็บปวดหมูก็ร้องทั้งคืนจนชาวบ้านไม่พอใจ คนใจบุญจึงนำมาถวายให้วัดสวนแก้วซึ่งมีหมูอยู่แล้วหลายตัว จึงได้ส่งมอบไปให้โครงการร่มโพธิ์แก้วที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพราะที่นั่นยังรองรับได้และมีคนดูแลเยอะ

หลังจากหมูไปอยู่ที่โครงการร่มโพธิ์แก้ว สาขากบินทร์บุรีแล้ว เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์ คนใจบุญผู้นี้ได้เดินทางไปเยี่ยมหมูอีกครั้งที่กบินทร์บุรี แต่ไม่พบหมูของตนจึงได้ถามเจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งไม่ใช่ผู้รับผิดชอบโครงการและไม่รู้สาเหตุการตายของหมู รู้แค่หมูตายและมีการชำแหละแบ่งเนื้อกัน จึงตอบไปตามภาษาชาวบ้านที่ไม่รู้และไม่ได้ระวังคำพูดว่า “เชือดแล้ว” ทำให้เจ้าของหมูคิดว่าเจ้าหน้าที่โครงการฆ่าหมูกินแล้ว จึงโกรธใหญ่ทั้งที่ยังไม่รู้ความจริง กลับมาเขียนข้อความหาว่าวัดสวนแก้วฆ่าหมูบริจาค ส่งเผยแพร่ทั้งทางเว็บไซต์และสื่อมวลชนจนเป็นข่าวครึกโครม จนมีคนด่าทั้งอาตมาทั้งวัดว่าทำอย่างนี้ได้อย่างไร ทำไมถึงเป็นวัดที่เลวทรามโหดร้าย ใจดำอำมหิต แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าคนใจบุญได้หรือไม่ ด่ากระทั่งวัดกระทั่งพระ บอกกับคนอื่นว่าตัวเองเป็นคนใจบุญ แต่เพราะหมูร้องด้วยความเจ็บปวดจนชาวบ้านรำคาญก็โยนภาระมาให้วัดกับพระ แล้วยังตามมาราวีให้ร้ายป้ายสีกับวัดอีก

ความจริงที่พิสูจน์ได้ก็คือ หมูตายตั้งแต่ 2 วันแรกที่ไปอยู่ที่นั่นแล้ว ตายด้วยอาการบาดเจ็บของมันเอง คนงานของโครงการร่มโพธิ์แก้วซึ่งเป็นชาวบ้านย่านนั้นพอพบว่าหมูที่บริจาคมาตายจึงแจ้งต่อปศุสัตว์อำเภอ ซึ่งเป็นระเบียบของโครงการว่าถ้าสัตว์ในโครงการตายต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทราบเพื่อหาสาเหตุการตาย (เกรงว่าจะเป็นโรคติดต่อ) ผลการตรวจของปศุสัตว์คือ หมูตัวนี้ช้ำใน ประกอบกับกระดูกที่หักแทงเข้าที่ปอด เมื่อหมูตายและปศุสัตว์ยืนยันว่าไม่ได้เป็นโรคตาย เจ้าหน้าที่โครงการและชาวบ้านจึงชำแหละแบ่งเนื้อไปทำกิน ส่วนที่เหลือนำไปฝังเพราะกินไม่หมด

เรื่องที่เกิดจึงเป็นเพราะคนใจบุญนั้นไม่ได้ฟังหรือไม่พยายามเข้าใจ คิดแต่ว่าวัดเชือดหมูตัวเองไปกิน ที่วัดสวนแก้วไม่ว่าจะเป็นวัวก็ดี แพะก็ดี หมาก็ดี เลี้ยงไว้ตั้ง 700-800 ตัว ถามว่าถ้าโหดอย่างนั้นวัดจะเลี้ยงพวกนี้ไว้เป็นภาระทำไม อยู่แบบสบายๆไม่ต้องรับสัตว์พวกนี้มาเลี้ยงจะไม่ดีกว่าหรือ ตั้งแต่อาตมาตั้งวัดสวนแก้วขึ้นมายังไม่เคยมีใครมาใส่ร้ายให้เสียหายต่อชื่อเสียงได้เท่ากับเหตุการณ์ครั้งนี้เลย

อาตมาจึงอยากฝากไปยังเว็บไซต์ต่างๆว่า อยากให้ช่วยกันหยิบข้อความตรงนี้ลงไป เพื่อช่วยทำให้ข้อเท็จจริงกระจ่าง จะได้เกิดความเป็นธรรมกับวัดสวนแก้วบ้าง คำพูดที่เขาบอกว่าไม่ศรัทธาวัดนี้แล้วก็ไม่เป็นไร แต่เชื่อว่ายังมีคนเข้าใจวัดสวนแก้วอยู่ แต่ขออย่าพยายามดึงคนอื่นให้มาเข้าใจผิดๆแบบที่คุณเข้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง

อาตมาจึงขอชี้แจงความเป็นจริงให้ทราบอย่างที่ได้กล่าวมา หากใครมีข้อสงสัยหรืออยากรู้ว่าหมูตัวนี้ตายอย่างไรให้เช็กไปได้ที่ปศุสัตว์อำเภอกบินทร์บุรี จะได้รู้ความจริง และไม่ต้องฟังความข้างเดียว น้ำหนักหูจะได้ไม่เอียงให้เสียศูนย์
เจริญพร

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 11:41 น.] #570535 (25/35)
โวยไถ่ชีวิตหมูถูกฆ่ากิน วัดสวนแก้วสั่งคุมเข้ม

โดย คม ชัด ลึก วัน พฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2549 06:57 น.

วัดสวนแก้วเพิ่มมาตรการรับบริจาคสัตว์ เอกซเรย์-ตรวจสุขภาพถี่ยิบ ป้องกันข้อครหา หลังมีผู้บริจาคหมูให้สาขาที่กบินทร์บุรี แล้วเข้าใจว่า จนท.ชำแหละเนื้อบริโภค ปศุสัตว์แจงหมูตายเพราะกระดูกซี่โครงหักทิ่มปอด จนเลือดคั่งอวัยวะภายใน

เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในหมู่คนรักสัตว์ เมื่อมีผู้ตั้งกระทู้ในห้องสนทนา "จตุจักร" เวบไซต์พันทิปดอทคอม เกี่ยวกับการบริจาคสุกรตัวหนึ่งที่เจ้าของกระทู้ขอซื้อต่อจากเจ้าของ ซึ่งนำไปขายให้เขียงหมูในตลาดสำโรง จ.สมุทรปราการ ในราคา 6,000 บาท ก่อนจะเรียกสัตวแพทย์มารักษา แล้วนำไปบริจาคให้วัดสวนแก้ว และส่งต่อไปที่โครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ต่อมาเมื่อเจ้าของไปเยี่ยมกลับพบว่า สุกรตัวดังกล่าวถูกชำแหละแจกจ่ายเนื้อให้ชาวบ้าน กลายเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างถึงความเหมาะสมนั้น

เมื่อวันที่ 25 มกราคม "คม ชัด ลึก" ได้ติดต่อไปยังพระพิศาลธรรมวาที หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า มีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ พระพยอม กล่าวว่า วัดสวนแก้วมีโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ รวมถึงสัตว์ชนิดอื่นๆ โดยทำอย่างเป็นระบบ มีคนคอยดูแลใกล้ชิด เมื่อได้มาก็จะบริจาคต่อให้คนยากจนนำไปใช้ประกอบอาชีพ แต่ห้ามฆ่ากินโดยเด็ดขาด เพราะผลกรรมจะตกอยู่กับผู้กระทำผิดเงื่อนไข ส่วนสัตว์ประเภทอื่นๆ อย่าง สุนัขจะมีคอนโดให้อยู่อาศัย หมูก็จะมีคอกเลี้ยงดูอย่างดี ส่วนกรณีที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นี้ เป็นหมูตัวแรกที่กระดูกหัก มีความบอบช้ำมาก เพราะตกจากรถบรรทุก

พระพยอม กล่าวต่อว่า หมูบาดเจ็บนอนซมร้องเสียงดังสร้างความรำคาญให้เพื่อนบ้าน เจ้าของหมูที่ไถ่ชีวิตมาจึงติดต่อให้วัดรับมาดูแล เมื่อรับมาอยู่ที่มูลนิธิร่มโพธิ์แก้ว 2 เพียงไม่กี่วันมันก็ตาย โดยไม่ได้ฆ่าหรือทำลายมัน สัตวแพทย์ก็มาตรวจดูว่าไม่ได้เป็นโรคร้าย สามารถแบ่งเนื้อกันไป เพื่อคนกินจะได้สร้างกุศลให้มัน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้วัดได้รับความเสียหายมาก และเป็นบทเรียนในอนาคตจะต้องกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการไถ่ชีวิตสัตว์ที่เข้มงวดขึ้น มีการทำสัญญา ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ร่างกายสัตว์ก่อนรับบริจาค ถ้าป่วยก็จะไม่รับเด็ดขาด ไม่อยากให้เกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้นอีก

พร้อมกันนี้ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ได้นำเอกสารการผ่าพิสูจน์ซากสุกรของโครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 โดยนายสาโรจน์ วงษ์เจริญสมบัติ ปศุสัตว์อำเภอกบินทร์บุรี ที่ ปจ.0207/6 ลงวันที่ 23 มกราคม 2549 เรื่องรายงานผลการตรวจซากสุกร ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2549 ได้รับแจ้งจากนายสมพงษ์ บุญเกิด อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 10 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ว่าสุกรเพศเมียน้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ซึ่งเลี้ยงไว้ที่โครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 เลขที่ 205 หมู่ 3 ต.ลาดตะเคียน ได้ป่วยตายขอให้ไปตรวจสอบซากสุกรด้วย

สำนักงานปศุสัตว์อำเภอกบินทร์บุรีเข้าไปตรวจซากสุกรพบว่า ได้รับบริจาคสุกรเมื่อวันที่ 21 มกราคม สภาพก่อนตายมีอาการขาหลังทั้งสองข้างหัก เนื่องจากตกรถบรรทุก ต่อมาวันที่ 22 มกราคม เวลา 09.00 น.ได้ตายลง ตรวจซากพบขาหลังหักทั้งสองข้าง สะโพกซ้ายช้ำ ซี่โครงซ้ายหัก 2 ซี่ เศษซี่โครงแทงทะลุปอด สรุปการตรวจซากว่า สุกรตายเนื่องจากบาดเจ็บจากการตกรถบรรทุก และมีความเห็นว่า เนื้อสัตว์ส่วนที่ดีสามารถนำมาบริโภคได้ ส่วนอวัยวะภายในมีความบอบช้ำและมีเลือดคั่งไม่เหมาะที่จะนำมาบริโภค จึงสั่งให้ฝังอวัยวะภายในทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง น.พ.ภูริภัทร ภูริพันธุ์ภิญโญ แพทย์ รพ.ค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของกระทู้และเจ้าของหมู เปิดเผยว่า หลังบริจาคหมูให้วัดสวนแก้วแล้วส่งต่อไปยังโครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันอาทิตย์ตนพร้อมแฟนสาวได้เดินทางไปเยี่ยม โดยเดินวนดูรอบๆ โครงการราว 10 นาที แต่ไม่พบจึงเข้าไปสอบถามพระสงฆ์ 2 รูปในห้องจำหน่ายของบริจาคก็ได้รับคำบ่ายเบี่ยง กระทั่งมีคนวิ่งมากระซิบบอกว่าจัดการไปแล้ว ตนจึงทำทีเป็นไม่ได้ยิน พระรูปดังกล่าวสบถออกมาแล้วปิดประตูคุยกันอยู่นาน ก่อนที่พระอีกรูปจะพาเดินดูรอบๆ โครงการนานเกือบ 2 ชั่วโมงก็ยังไม่พบหมูที่บริจาคให้

น.พ.ภูริภัทร กล่าวต่อว่า ระหว่างที่พาเดินดูโครงการพระสงฆ์รูปเดิมพยายามพูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับหมู เมื่อถูกถามหนักเข้าท่านบอกว่าเมื่อวานหมูป่วยเลยพาไปส่งปศุสัตว์ เลยถามว่าปศุสัตว์ไปทางไหนจะได้ตามไปเยี่ยม ท่านก็บอกว่าวันหยุดราชการไม่เปิด จึงถามย้อนกลับไปว่าเมื่อไม่เปิดแล้ววันหยุดราชการปศุสัตว์มาตรวจได้อย่างไร จากนั้นได้ขอให้ท่านตามคนเลี้ยงหมูมาพบ ท่านก็บอกว่าไม่อยู่ แต่ตนยืนยันจะรอ เพราะไหนๆ ก็เดินทางมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว โดยรออยู่นานกระทั่งคนเลี้ยงหมูมาหา

"ผมถามว่าหมูอยู่ไหนเขาบอกว่า ป่วยเลยส่งให้ปศุสัตว์ ผมจะขอตามไปดูเขาก็บอกอีกว่าวันหยุดราชการ ไปไม่ได้ เมื่อซักถามหนักเข้าว่าสัตวแพทย์ชื่ออะไรก็อึกอัก สุดท้ายก็ยอมรับว่าอาการหนักมากเลยจัดการไปแล้ว ผมถามว่าจัดการอย่างไร เขาบอกว่าก็จัดการเหมือนทั่วๆ ไปอย่างที่โรงฆ่าสัตว์จัดการ อย่างไรก็ตามผมคงไม่เรียกร้องความรับผิดชอบจากใคร เพียงแต่สงสัยว่าเมื่อเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นจะมั่นใจได้อย่างไรกับสัตว์ที่เราบริจาคให้" น.พ.ภูริภัทร กล่าว

พร้อมกันนี้ "คม ชัด ลึก" ได้ตรวจสอบไปยัง นายสาโรจน์ วงษ์เจริญสมบัติ ปศุสัตว์อำเภอกบินทร์บุรี ก็ได้รับคำยืนยันว่า บ่ายวันที่ 21 มกราคม ได้รับแจ้งจากนายสมพงษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดตะเคียน (อบต.) และผู้จัดการฝ่ายบุคคลโครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 ว่าได้รับบริจาคสุกรบาดเจ็บที่ขาหลังทั้งสองข้างและตายในวันรุ่งขึ้น ให้ช่วยมาตรวจสอบ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นโรคระบาดร้ายแรง แล้วจะระบาดไปถึงโค-กระบือในสถานีทดสอบพันธุ์สัตว์ปราจีนบุรีที่อยู่ใกล้เคียง

นายสาโรจน์ กล่าวว่า ได้เดินทางถึงโครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 เวลา 10.30 น.วันที่ 22 มกราคม ลักษณะภายนอกไม่พบบาดแผลถูกทุบหัวหรือแทงคอ ยกเว้นรอยช้ำบริเวณสะโพกซ้ายช้ำมากและสีข้างซ้ายปรากฏรอยถลอก เมื่อผ่าพิสูจน์ซากสุกรดูว่าเป็นโรคระบาดร้ายแรง เช่น โรคอหิวาต์ หรือปากเท้าเปื่อยหรือไม่ก็ไม่พบร่องรอยของการเป็นโรคระบาดใดๆ แต่พบกระดูกซี่โครงซ้ายหัก 2 ซี่ ทิ่มปอด และมีเลือดคั่งบริเวณปอด ตับ ม้าม สันนิษฐานได้ว่าสาเหตุนี้เองที่ทำให้สุกรตาย นอกจากนี้ ยังพบกระดูกขาหลังทั้งสองข้างหัก สะโพกซ้ายช้ำ จึงทำรายงานส่งให้ปศุสัตว์จังหวัดรับทราบ

จากนั้น "คม ชัด ลึก" ได้เดินทางไปตรวจสอบที่โครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 พบนายสมพงษ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเมื่อวันที่ 23 มกราคม เวลาประมาณ 12.00 น.เจ้าของหมูเดินทางมาดูหมูที่โครงการ ซึ่งวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่โครงการที่รู้เรื่องละเอียดไม่มีใครอยู่ พระสงฆ์ก็ไม่ทราบเรื่อง เมื่อได้รับคำชี้แจงจากผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เลยทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน แต่เมื่อมีคนมาร้องเรียนจึงเรียกคนเลี้ยงหมูมาสอบถามข้อเท็จจริง โดยหมูตัวดังกล่าวบาดเจ็บจึงไม่ได้เลี้ยงรวมกับหมูปกติ คนเลี้ยงหมูเองก็ไม่ทราบ รู้เพียงว่าหมูตัวนั้นถูกชำแหละเนื้อแบ่งกันกิน ทำให้เรื่องราวบานปลายเกิดความไม่เข้าใจกันอย่างที่เป็นอยู่

"โครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 รับเลี้ยงคนด้อยโอกาสทางสังคมและสัตว์นานาชนิดที่ชาวบ้านไม่เลี้ยงแล้วนำมาบริจาค มีสัตว์อยู่หลายชนิด ทั้งวัว ควาย กว่า 10 ตัว หมู่ป่า 8 ตัว ไก่ หมา แมว ปลา เต่า จำนวนมาก ด้านข้างโครงการเป็นสถานีทดสอบพันธุ์สัตว์ปราจีนบุรี เมื่อมีสัตว์ตายต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบทันที ดูว่าสัตว์ตายเพราะอะไร ติดเชื้อหรือไม่ ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคระบาดไปสู่สัตว์ในสถานี" นายสมพงษ์ กล่าว

ขณะที่ นายคณา สามเมือง ผู้จัดการโครงการและดูแลเรื่องสิ่งของบริจาค กล่าวว่า โครงการขอยอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่หมูตายแล้วไม่แจ้งเจ้าของ แถมยังปล่อยให้คนในโครงการเอาเนื้อหมูไปชำแหละแบ่งกันกิน ถือเป็นความผิดพลาด แต่อยากให้เจ้าของหมูเข้าใจเจตนารมณ์ของโครงการ โดยเฉพาะหลวงพ่อพระพยอม หากจะเอาผิดให้เอาผิดกับตน จะให้ทำอย่างไรได้ เมื่อหมูมันตายแล้ว และเนื้อมันก็ยังเป็นอาหารให้คนกินได้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพระภิกษุสงฆ์เลยแม้แต่น้อย

สำหรับโครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ โดย 80 เปอร์เซ็นต์ ปลูกผลไม้นานาชนิด เช่น มะม่วง มะปราง นอกจากนี้ยังขุดบ่อเลี้ยงปลา สถานที่เลี้ยงโค-กระบือ ไก่ สุนัข และคอกสุกร ขณะเดียวกันยังจัดสรรที่ฝึกอาชีพสำหรับคนด้อยโอกาสกว่า 100 ชีวิต รับเลี้ยงเด็กกำพร้าอายุระหว่าง 3-18 ปี 40 คน ซึ่งโครงการส่งเรียนในสถาบันของรัฐ มีรถรับส่งเช้าเย็น หากคนไหนที่สามารถประกอบอาชีพได้แล้วก็จะแยกไปปลูกบ้านในพื้นที่ของโครงการ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 11:43 น.] #570539 (26/35)


(D)
กราบขอบพระคุณท่านสิทธิโชติ .......และ เกลอรักเบเร่ต์แดง ที่โทรมาแจ้งรายละเอียด..ให้ทราบ ครับ

คนชั่ว.....มีหลากหลายรูปแบบจริงๆครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 11:46 น.] #570544 (27/35)


(D)
ท่านที่ได้รับอิเมล์....ขอให้ท่านทำความเข้าใจด้วยนะครับ...พวกทำลายศาสนา...นรกกินหัวมันแน่นอนครับ

โดยคุณ WEERA_NUNGHOTMAI (2.8K)(16)   [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:03 น.] #570568 (28/35)

โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:14 น.] #570586 (29/35)

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:22 น.] #570599 (30/35)
แย่จริง จริง (ผู้ที่ผิด)

โดยคุณ tatipa (736)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:51 น.] #570628 (31/35)
เวลาส่องพระผมจะส่องด้านหลังด้วยครับจึงจะตัดสินใจ

โดยคุณ phupha (3.4K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 13:09 น.] #570639 (32/35)


(D)


อ.ครับผมเห็นควรว่าเราๆท่านๆไม่เหมาะไปยุ่งกับวัดกับวาครับ........เรามาเน้นแบบเดิมของเราดีกว่า.........ถนัดกว่ากันเยอะ.......ว่ามั้ย

โดยคุณ toei89 (625)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 13:24 น.] #570651 (33/35)

โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 13:39 น.] #570674 (34/35)


(D)
ได้ครับน้องphupha เริ่มจากอะไรดีครับ

แอร์สายการบินต่างประเทศ...อย่าแตกแถว.....น่ารักคิ๊กขุ...มากมายเริ่มไม่ถูกครับ

วันนี้ออเดอร์มาเกือบ20รายการครับ...อู๊ยส์ คุณปู่ ปืนยาวก็มาแล้ว...มาดูสถานที่

โดยคุณ เบเร่ต์แดง (1.1K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 16:52 น.] #570880 (35/35)
ถูกต้องแล้วเพื่อน บุคคลิกตัวตนที่แท้จริง ต้องแบบนี้ครับ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM