| หัวข้อกระทู้ : ระวังอย่าทำร้าย ค น ที่ คุ ณ รั ก โดยไม่รู้ตัว |
(D)
ระยะนี้ เป็นช่วงที่มีการฟังผลการสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียน ของเด็ก
พ่อแม่หลายคน คงดีใจที่ลูกสอบเข้าโรงเรียนที่ต้องการได้
ขณะเดียวกัน พ่อแม่ไม่น้อย อาจผิดหวัง ที่ลูกพลาดโอกาสเหล่านั้น
โดยไม่รู้ตัว พ่อแม่ อาจจะกล่าวถ้อยคำ ซึ่งมีผลไปทำร้ายความรู้สึกของลูกๆได้
ผม เคยมีประสบการณ์ ซึ่งเห็นว่าอาจเป็นประโยชน์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับประชาคมในบลอกครับ
ผมมีลูกชายสองคน ซึ่งในขณะนั้น ต่างเรียนในโรงเรียนประถมของกทม.
ลูกคนโตมีผลการเรียนที่ค่อนข้างดี และมักสอบได้เป็นอันดับต้นๆของชั้นเรียนเสมอ
ลูกคนที่สอง มีปัญหาสุขภาพตั้งแต่เด็ก กล่าวคือ มีอาการหืดหอบ ซึ่งทำให้ไม่สามารถเข้าเรียนได้อย่างต่อเนื่อง
บ่อยครั้ง ที่ลูกต้องขาดเรียน เพราะมีโรคหืดหอบ กระทั่งบางช่วง แทบต้องหยุดเรียนสัปดาห์เว้นสัปดาห์
ผมยังจำได้ ถึงเวลาที่ไปรับลูกทั้งสองที่โรงเรียน และ พาทั้งคู่เดินขึ้นสะพานลอยเพื่อไปยังรถที่จอดไว้อีกฟากหนึ่ง
ลูกคนเล็กนี้ ต้องหยุดยืนเป็นช่วงๆ เพื่อหอบหายใจ
ด้วยเหตุนี้ ผลการเรียน ของเขาจึงอยู่ในเกณฑ์ปานกลางของชั้นเรียน
เมื่อลูกคนโตเรียนจบชั้นประถม เขาก็ไปสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนสาธิตที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง และ สอบเข้าได้โดยไม่ยากนัก
อีกสามปีต่อมา ถึงเวลาของลูกคนที่สอง ซึ่งต้องไปสอบคัดเลือกบ้าง ผมและภรรยาได้สอบถามว่า จะลองไปสอบโรงเรียนเดียวกับพี่ชายหรือไม่ ทั้งนี้ โดยมีเหตุผลจากความสะดวกในการรับส่งลูกเป็นสำคัญ(ซึ่งภายหลัง ผมจึงเข้าใจว่า มันเกือบจะกลายเป็นเหตุผล ที่เห็นแก่ตัวของพ่อแม่ไปแล้ว)
เขามองหน้าพ่อแม่อยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตอบว่า ไม่ไป
ผมสังเกตุเห็นแววตา และ น้ำเสียง ที่บ่งบอกอะไรบางอย่าง มากกว่าเพียงคำว่า “ไม่ไป” และ พยายามหาโอกาส และ จังหวะดีๆ ที่จะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกมากกว่านั้น
คืนหนึ่ง หลังจากที่คุยและเล่นหัวเรื่องอื่นๆจนเกิดบรรยากาศที่ดีแล้ว ผมก็สอบถามถึงเรื่องนี้อีกครั้ง
ลูกหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยเสียงเครือๆว่า“พ่อ...ครูที่โรงเรียน เขาชอบมาถามลูกว่า..ทำไมไม่เก่งเหมือนพี่เขา..”
ก้อนอะไร..จุกขึ้นมาในลำคอผม..พร้อมกับความรู้สึกเย็นวาบไปชั่วครู่
ผมเพิ่งตระหนัก ถึงแรงกดดันมหาศาล ที่ลูกต้องแบกรับอยู่คนเดียวตลอดหลายปีมานี้
ขณะเดียวกัน ก็เข้าใจมากขึ้น ว่า ทำไม ทุกครั้งที่ใกล้วันสอบ ลูกคนนี้จะต้องมีอาการหืดหอบขึ้นเสมอ
ผมปรึกษากับภรรยา และเห็นตรงกัน ว่าจะให้ลูกเลือกเรียนในโรงเรียนที่เขาพอใจ โดยไม่ต้องสนใจ ความสะดวกหรือไม่สะดวกของการรับส่ง
ขณะเดียวกัน ก็สัญญากันว่า จะต้องระมัดระวัง ไม่ให้ลูกต้องมารับภาระแรงกดดันเช่นนี้อีก
ลูกสอบคัดเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมของกระทรวงศึกษาธิการที่ดีมากแห่งหนึ่ง
อาการหืดหอบของลูก ค่อยๆดีขึ้น ทั้งนี้ อาจจะเพราะวัยของเขาที่เติบโต ทำให้ร่างกายสามารถปรับตัวได้ดีขึ้น
หรือ เป็นเพราะแรงกดดันบนบ่าของเขา ได้หมดลง ก็เหลือเดา
ลูกเริ่มสามารถเข้าเรียนได้ อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ อาการหืดหอบ ก็เว้นระยะห่างออกไป
ผลการเรียนของลูกปรับปรุงดีขึ้นอย่างทันตาเห็น น้ำเสียง และ ความเชื่อมั่นของลูกก็เริ่มหวนกลับมา
ในเทอมสุดท้ายของการเรียนในชั้นมัธยม ลูกสอบได้เกรดเฉลี่ยเป็นสี่ และ ได้รับรางวัลจากโรงเรียน เป็นครั้งแรกในชีวิต
ผมลางาน เพื่อเข้าร่วมพิธีมอบรางวัลครั้งนั้น และ เฝ้ามองลูกรับรางวัลด้วยน้ำตาคลอเบ้า
ผมกอดแสดงความยินดีกับลูกแน่น จนเขาก็ประหลาดใจ
ลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีที่สุดของประเทศ และ จบปริญญาตรีโดยได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
หลังจากนั้น เขาไปศึกษาและจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ
ผมมักรำลึกถึงค่ำคืนที่ยังฝังในความทรงจำ ซึ่งช่วยให้ผมเข้าใจความรู้สึก และแรงกดดันที่ลูกต้องแบกรับ
คงเพราะความพร้อมที่จะเข้าใจนี้เอง ที่เป็นจุดหักเหสำคัญ ซึ่งช่วยให้เด็กคนหนึ่ง มีโอกาสกลับมาเป็นตัวของตัวเองใหม่ และ สามารถเติบโตในวิถีที่จิตใจเขาใฝ่ฝัน
รัก....ลูก
 |
|
โดยคุณ brain (160) (2) [ศ. 27 มี.ค. 2552 - 13:01 น.] | |
|