 (D)

ประวัติและวัตถุมงคล หลวงปู่เย่อ โฆสโก
อดีตเจ้าอาวาสองค์ที่ ๗ ของวัดอาษาสงคราม
อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
คำนำ หลวงปู่เย่อ โฆษโก อดีตเจ้าอาวาสองค์ที่๗ ของวัดอาษาสงคราม ท่านเป็นพระอริยสงฆ์ผู้มีศีลาจารวัตรและการปฏิบัติอันพิสุทธิ์น่าเคารพกราบไหว้เป็นอย่างยิ่ง ประวัติและเรื่องราวปาฏิหาริย์ต่างๆของหลวงปู่ ชาวพระประแดงต่างทราบและประจักษ์มาด้วยตา
ประวัติวัดอาษาสงคราม สร้างโดย สมิงกล้ารามัญ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยใช้ที่ดินที่ได้รับ
พระราชทานจากพระองค์ท่าน รัชกาลที่๒ เนื่องในความดีความชอบจากการอาสายกทัพไปปราบพวกเงี้ยวทางหัวเมืองฝ่ายเหนือ
เป็นที่สร้างวัดอาษาสงคราม
ลำดับเจ้าอาวาส ๑ พระมหาขัน
๒ พระอธิการกินรี
๓ พระมหาทอง
๔ พระอธิการต้าน
๕ พระอธิการอัย
๖ พระครูอาทรธรรมกิจ
๗ พระครูสังฆวุฒาจารย์ (เย่อ โฆสโก)
๘ พระเทพกิติเมธี องค์ปัจจุบัน
ประวัติหลวงปู่ นามเดิม ไพฑูรย์ (เย่อ) นามสกุล กงเพ็ชร์
โยมบิดาชื่อ เคอะ โยมมารดาชื่อ และ เกิด จันทร์ที่๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๓๑ บ้านทมัง ตำบล ตลาด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากบิดาเป็นชาวรามัญ ที่เคร่งครัดต่อประเพณีนิยมและมั่นคงต่อพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เด็ก พออายุ ๑๓ ปีบิดามารดาให้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดอาษาสงคราม ได้ศึกษาอักขระขอมรามัญจนเชี่ยวชาญท่านสามารถค้นคว้าตำราและคัมภีร์ต่างๆ ของรามัญตลอดจนวิชาการแพทย์ตามแบบโบราณเพื่อช่วยสงเคราะห์ชาวบ้านท่านได้แสวงหาอาจารย์ทางปฏิบัติได้ หลวงพ่อหลิม วัดทุ่งบางมด ที่มีความสามารถทางวิปัสสนาสูงและเชี่ยวชาญทางเวทย์วิทยาคม จนมีคำพูดว่า หลวงพ่อหลิมวัดทุ่ง หลวงพ่อรุ่ง วัดท่าควาย โดยเฉพาะวิชา รัก ยมศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อสำเร็จแล้วท่านได้ไปศึกษาวิชาของอาจารย์ กินรีวัดบ้านเชียงใหม่และอาจารย์ พันธ์ วัดสะกา อาจารย์ทั้งสองท่านนี้แก่กล้าทางคาถาอาคมไสยเวทย์มาก สามารถเสกของให้มีชีวิตได้ เช่นเดียวกับหลวงปู่ศุข วิชาพุทธเวทย์วิทยาคมนั้นทางรามัญมีมาแต่โบราณเช่น ท่านมหาเถรคันฉ่องอาจารย์สมเด็จพระนเรศเจ้าซึ่งต่อมาท่านได้รับเกียรติคุณเป็นถึง สมเด็จพระพนรัตวัดป่าแก้ว ซึ่งจากตำราเล่มนี้สรุปได้ว่าเดิมที กตเวท เข้าใจผิด คิดว่าอาจารย์คนละท่านที่สร้างพระขุนแผนทั้งบ้านกร่างและขุนแผนเคลือบวัดใหญ่ โดยสรุปได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านเดียวกันนั้นเอง
กล่าวถึงอาจารย์พันธ์ วัดสะกา ท่านมีชื่อทางสีผึ้งเมตตามหานิยมที่ทำจากน้ำมันช้างพลายตกมัน สีผึ้งนั้นใช้ทางเมตตามหานิยมเป็นเยี่ยมซึ่งในเวลาต่อมาหลวงปู่จำต้องหยุดทำสีผึ้งเนื่องจากมีคนนำไปใช้ในทางผิดเรื่องนั้นแหละ มีคนเดือดร้อนต้องกับมาหาหลวงปู่ช่วยแก้ให้
ส่วนท่านอาจารย์กินรีท่านชำนาญทั้งด้านอยู่คงกระพันและเมตตา ทางอยู่ยงคงกระพัน ท่านสร้างผ้าประเจียดสีแดงสวมต้นแขน เล่ากันว่าคงกระพันชาตรีชนิดแมลงวันไม่ได้กินเลือดทีเดียว
หลวงปู่ได้ขอศึกษาวิชาจากอาจารย์ทั้งสองท่านนี้จนเจนจบด้วยความเพียรสูงต้องใช้พลังจิตตั้งใจมากจากนั้นท่านได้หมั่นฝึกฝนวิปัสสนาอย่างสม่ำเสมอ แต่หลวงปู่อยู่อย่างเงียบๆเพียงลำพังไม่แสดงตัวให้ใครรู้ หลวงปู่เป็นผู้มักน้อย ถ่อมตัวเป็นนิสัย การเจรจาก็สงบเสงี่ยมอยู่ในศิลสมถะ
สมณศักดิ์ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๘ พระครูสังฆวุฒาจารย์พระครูสัญญาบัตรชั้นโท พัดยศสีขาว ฝ่ายวิปัสสนา
ประสบการณ์พระเครื่องหลวงปู่เย่อ โฆสโก
มีมากมายแต่คัดมาเรื่องเดียว คือเรื่อง จ.ส.ตงทองอินทร์ มณีรัตน์ เป็นตำรวจ สภ.อ.พระประแดง และเป็นศิษย์หลวงปู่ ไล่จับโจรปล้นรถสองแถว คยร้ายมีสามคน พลาดท่าถูกยิงจำนวน ๖นัดแต่คมกระสุนทำได้แค่ทำให้เสื้อขาดเท่านั้น ไม่ระคายผิวหนังให้เห็นเลือด
จาก นสพ. ไทยรัฐ และ นสพ. เดลินิวส์ ฉบับวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๐
ท่านใดจะคัดลอกไว้ได้นะครับผมพิมพ์เอง อึ่ง อาคม |