| หัวข้อกระทู้ : กรูไม่ช่ายเกย์....จะจีบทำม้ายย ตอนที่ 10 |
(D)
ผมขึ้นไปอาบน้ำ ระหว่างที่มันนั่งดูผู้หญิง-ผู้หญิง แต่งตัวไปสักพัก ได้ยินเสียงมันเคาะประตู รีบมาเปิด
"น้องนุ่น(น้องผมเอง น่ารักนะ แต่ไม่ตลก เล่นมุขไปทีไรมันไม่ค่อยขำ แม่บอกว่า ผมติดตลกเหมือนพ่อ น้องติดเรียบร้อยเหมือนแม่....ดีใจจังที่ไม่ติดเรียบร้อยเหมือนแม่ เพราะไม่งั้นมาเจอไอ่นี่มีหวังร้องแน่) โทรมาบอกว่าให้แวะบอกน้อง....(เพื่อนน้องอยู่หน้าปากซอย)ด้วยว่าไม่ได้ไปหานะ ไม่ต้องรอให้ไปกันก่อนเลย" ผมก็อืมมม
"นั่นหนังสือไรอ่ะ" มันชี้ไปที่สนธิสัญญาสารภาพที่ผมปริ๊นไว้ มันเดินปรี่ไปจะไปหยิบ
"เฮ้ยยย" ผมรั้งมือมันไว้ "หนังสือน้องกรู กรูเอามาอ่านเล่น" ผมคว้าสนธิสัญญาไว้ทัน.....
"เมิงก้ปล่อยมือกรูสิ จับอยู่ได้ เห็นกรูใจง่ายแล้วจะเกาะแกะเหรอ" อ่าวววแป่วววลืมไป อารามตื่นเต้นกลัวมันอ่าน ..
"เออ โทดที เดี๋ยวกรูไปล้างมือก่อน กลัวติดขี้กลากเมิงลงไปก่อน ปิดหน้าต่าง แล้วก็ประตูหลังดู เดี๋ยวกรูลงไป" มันหายไป ผมรีบเอาสนธิสัญญาสารภาพซ่อนไว้ในลิ้นชักใส่กุญแจ
..................ยังหรอกไอ่อ้อย ยังไม่ใช่ตอนนี้ ขอให้เมิงมีความสุขไปก่อน แล้วพรุ่งนี้(วันเสาร์) กรูจะได้ไม่เสียใจมากหากทำเมิงร้องไห้..................................................................................................................T_T
ผมสะพายเป้เตรียมพร้อม มีกันแดดอยู่ข้างในเป้
"เมิงจะกลัวดำไปทำไม ดูอย่างกรูดิ ดำไม่กลัวกลัวไม่ดำ" มันแซว เราแวะซื้อแซนวิสร้านเพื่อนน้องผม พร้อมกับบอกว่าไม่ต้องรอน้องผมแล้ว ป่านนี้บรรลุแล้วมั้ง (สงสัยชาติหน้าคงไม่ได้เกิดเป็นลูกแม่แล้วมั้งเรา ไม่เคยไปวัดกับแม่เลย)
ออกมายืนรอรถ 10.30 จนผ่านไป 11.00 จนใกล้ 11.30
" กรูบอกแล้วว่าให้เอารถไป...ร้อนจะตายเห็นป่าว ควันก็เยอะ รถก็ติด หงุดหงิดโว้ยยย" มันบ่น
" อ้าวไหนว่าไม่กลัวดำ ไม่กลัวร้อนไง"
"ดำไม่กลัวหรอกเว้ย แต่กรูกลัวประสาทแ**ก ตายไปพร้อมๆกะเป็นมะเร็งอะดิ"
เห็นมันหงุดหงิดแล้วก็หงุดหงิดไปด้วย รอรถนานมาก
"ไป.....ไปยืนบนสะพานลอบกะกรูดีกว่า ควนไม่เยอะ ไม่ร้อน แล้วก็เห็นรถแต่ไกลด้วย" สรุปเราทั้งคู่ไปยืนชมวิว ถ.วิภาวดีรังสิต ยามเที่ยงวัน ตดยังไม่ทันหายเหม็น(หมายความว่าเร็วมากกก) รถสายไปสุวรรณภูมิมา เรารีบวิ่งลงไป ผมไปถึงก่อนหันไป อ่าว "ไอ่อ้อย เมิงทำเอี๊ยไรอยู่ เดี๋ยวแมร่งตกรถ รอกันอีก ชม ครึ่งพอดี"
"เออ โทดที สายกระเป๋าเป้กรูไปพันกับร่มยายแก เกือบตกสะพานลอย " เกือบซวยมั๊ยหล่ะเมิง
ผมนั่งรถได้รีบหันแอร์มาตรงหัวอันนึงอีกอันนึงหันให้มัน
"เมิงเอาไปเหอะ กรูไม่ร้อนหรอก ขอแค่ให้เมิงเย็น ถึงกรูจะร้อนตับแลบแค่ไหนกรูก็ทนได้" มันร่ายยาว
"เมิงอย่ามาลิเกกับกรู ความเย็นมันออกเท่ากันสองรู ต่อให้เมิงเอามาจ่อที่กรูคนเดียวกรูก็เย็นเท่ากันเอาไป กรูไม่อยากฟังหมาบ่น".....................สุดท้ายมันก็ยอม เพราะมันก็คงร้อนเหมือนกัน ผมหยิบโทรศัพท์มาหยิบหูฟังเสียบหู "เมิงทำอะไรอ่ะ"
"ทอดแหอยู่มั่ง ฟังวิทยุดิสาดด"
"ไม่อาวววเมิงฟังแล้วกรูจะคุยกับใคร เมิงก็อยู่โลกของเมิง ก็ก็เซ็งดิ" มันดึงหูฟังไป "อะไรเมิงนักหนานิหา เดี๋ยวแมร่งกรูปล่อยให้ไปคนเดียวเลย เม่งเรื่องมากสาดดด" ผมดึงหูฟังกลับมา ยืนหูข้างขวาให้มัน " เอา เอาไป" แล้วก็หุบปาก อย่าโวยวายโหวกเหวก อย่าเล่น อย่ายื่นมือหรือหัวออกนอกหน้าตา" ผมแซว
"ครับคุณครู" มันทำเสียงเด็กได้กวนประสาทมากกกก
.........จะบอกว่าผมนั่งฟัง seed ไปตลอดทางก็นะ เดี๋ยวจะหาว่าโฆษณาให้เค้า คนวัยเดียวกันมันก็ต้องฟังแนวๆหน่อย นั่งผ่านไปพอดีเจเปิดเพลงเพราะแมร่งสะกิดอีกและ แล้วก็ทำตาเยิ้มมมม ผมก็เลยแกล้งหลับ สะกิดให้ตายก็ไม่ฟื้น....................
...........ผมหลับจนมาถึงสุวรรณภูมิ อืมมม สวยดีนะเนี๊ยะ เคยเห็นแต่ในทีวี รถมาจอดเทียบที่ชานชาลารถโดยสาร เราลงรถ นั่งรอรถอีกสายไปกิ่งแก้ว เพื่อนแนะนำว่าหอเยอะ........สุดท้ายเรามาถึงกิ่งแก้วด้วยความลำบาก ร้อนโคตรๆ มันเป็น ถนนสายใหญ่ มีแต่โรงงานแล้วก็รถบันทึก แล้วก็ฝุ่น เราลงตจรงกลางกิ่งแก้วหน้าโรงบาลจุฬารัตน์
แต่ทีนี้หิวครับ แซนวิดเอาไม่อยู่ เลยต้องข้ามถนน ข้ามครั้งแรกผมไม่รอมัน วิ่งออกมาก่อน หันไปอีกทีเห็นมันยืนชี้หน้าด่าอะไรสักอย่างไม่ได้ยิน มันวิ่งมาถึงผม เรารอข้ามต่อที่เกาะกลางถนน รถวิ่งเร็วโคตรๆ ผมเห็นจังหวะ จะข้าม ก็เลยพล่อยปาก
"อ้าวไป" พอพูดเสร็จผมทำท่าจะออกวิ่ง แต่เกิดเปลี่ยนใจถอยกลับเพราะมีรถวิ่งมาเร็ว หันไปอีกทีไอ่นี่วิ่งไปก่อนไปเบรคอยู่เกือบกลางถนน แล้ววิ่งกลับมาหาผมใหม่
"ไอ่เอี๊ยะ ไหนเมิงบอกไป กรูก็ไป แมร่งเกือบตายอ่ากลางถนนแล้วมั๊ยหล่ะ" มันด่า
" ฮือๆกรูขอโทก็รถมันเร็วนิหว่าแล้วเมิงเชื่อกรูทำไมหล่ะสาดดด" ผมกลั้นหัวเราะ คนร้านข้าวฝั่งตรงห้ามก็มอง
"อ่าวสาดดด มานิมา" มันจับมือผมแน่น
"เมิงทำอะไรของเมิง กรูข้ามเองได้ ปล่อยเว้ย กรูอายคน" ผมไม่รู้ว่าหน้าแดงรึปล่าว รู้แต่ว่าอาย
"เมิงอายกับตายเมิงเลือกเอาจะเอาแบบไหน" สุดท้ายผมก็ยอมให้มันลากวิ่งข้ามถนน .....
"กรูว่าเมิงอยู่แถวนี้ก็ดีนะ เห็นป่าวสะดวกออก ข้างโน่นก็มีโรงบาล ข้างนี้ก็มีโรงบาล เวลาเมิงข้ามถนนโดนรถชน ปัง เดินเข้า โรงบาลต่อได้เลย สะดวกจะตาย" ผมแซวเพราะว่ามันอันตรายจริงๆแถวนั้น
..........................................................................
เราเดินหาหอเกือบ 5 กิโล ร้อนมากครับ แสบผิวเลยฝุ่นด้วยหายใจไม่ถนัด หอส่วนใหญ่มีแต่พี่ๆชาวโรงงาน เพราะฉะนั้นสภาพหอจึง.............
"โห แมร่งกรูจะอยู่เข้าไปได้ไง แมร่ง แค่เดินผ่านมันยังทะเลาะกันโหวกเหวก กรูอยู่นี่วันดีคืนดี มันทะเลาะกับผัววิ่งเข้าห้องกรู กรูไม่โดนจาปาต้ารึว่ะ"
"อืม กรูอยู่ได้ก็เก่งแล้วเมิง แค่กรูเห็นเสาทีวีก็สยองแล้ว วันไหนไม้ไผ่ผุขึ้นมามีหวังหล่นใส่หัวกรูแน่"
"ไม่เอาอ่ะ อย่างกะหอผีสิงกรูกลัว"
.......................................................
"โอ้ยยยยแมร่งเมิงเลือกซะทีสิวะ กรูร้อนโคตรๆ แมร่ง เดี๋ยวไม่สบายกันพอดี" ผมไม่ไหว
"ก็กรุไม่ถูกใจนี่หว่า หน่านะ ทนหน่อย เป็นเมียพี่ต้องอดทนนะจ๊ะ" ตอนนั้นยอมรับว่าหงุดหงิดมาก เพราะมันเลือกโคตรๆ เกือบระเบิดอารมณ์ใส่ไปแล้วดีที่ว่า.....
"เอ้ยยย ๆๆๆเมิง หนูๆ"ผมเหลือบไปเห็นหนูนอนตายข้างกองขยะใกล้ทีน ด้วยความตกใจกระโดดขี่หลังทันควัน มือก็ตีหัวมันรัวยิกๆ มันคงตกใจ
"โอยแล้วเมิงมาตีกรูทำไม สาดดด กรูเจ็บ ลงไป" ผมได้สติ แต่ขนยังลุกเกลียว สิ่งที่กลัวที่สุดในชีวิตคือ อะไรก็ได้ที่ตาย หนูเป็นไม่กลัว หมาเป็นไม่กลัว กระตายเป็นไม่กลัว (แต่ถ้านกเป็น ไก่เป็น เป็ดเป็น สัตว์ปีกเป็น กลัว หรือตายก็กลัว เพราะตอนเด็กๆเคยดูหนังจนที่มีนกอินทรีตัวใหญ่ๆ ไม่รู้ใช่เอี๊ยก๊วยรึป่าว เลยฝังใจ อิๆ เป็นคนกลัวอะไรที่มีขนๆ) ถ้าทุกอย่างนอนตายกลัวหมด แม้แต่มด
"เมิงมันตายแล้วจะกลัวทำซากอะไร" ผมหันหลังไปมอง เห็นพวกวัยรุ่นเดินตามหลังมา ท่าทางก็นะ น่ากลัวหน่อยนึงเดินหัวเราะตามหลัง มันเลยคว้าคอผมกอดแน่น
"เมิงจะกอดคอกรูทำไม กรูเหนียว "ผมพยายามแกะมือมันออก
" เหอะหน่า" ยอมกรูไปเหอะ"
.................T-T
"โอย ออ้ย กรูเมื่อยแล้วว่ะเมิง พากรูออกไปจากที่นี่เหอะ เมิงดูน้ำมูกกรูไหลเป็นทางแล้ว" ผมเงยหน้าให้มันดู เนื่องจากเป็นโรคภูมิแพ้
"มา" มาเอาทิชชู เยินๆมาซับจมูก
"ไปก้ไป เดี๋ยวนั่งรถไปลงตลาดหัวตะเข้ หาแถวนั้นอีกที่เดียวแล้วกลับก็ได้ กณุก็เมื่อยสาดดเหลือนกัน"
เราข้ามถนนอีกแล้ว กลัวจริงๆถนนแถวนั้น คราวนี้ผมไม่ยอมให้มันจับมือแล้ว
"เอาจับสายสะพายกระเป๋ากรูแทน"
..........................................................................
เรานั่งรถ 2 แถวมาลงตลาดหัวตะเข้ หน้าโรงบาลลาดกระบัง
"เดินข้ามไปซอยนี้ดีกว่ากรูชอบ มันร่มรื่นดี" มันเดินนำผม หน้าดำยังกะโดนของ
" เฮ้ยกรูปวดเยี่ยวเมิงรอตรงนี้ก่อนนะ" ผมบอก พลางวิ่งเข้าไปในที่ว่าการฯ เยี่ยวเสร็จออกมา มันหายไปไหนไม่รู้ เดินหันไปหันมา ตาเหลือบไปเห็นท่าน้ำเลยเดินไป เห็นมันนั่งจ่อมอยู่ตรงนั้น
"กรูชอบตรงนี้ว่ะเมิง ทำให้กรูคิดถึงบ้าน " ผมก็ชอบนะ มันร่มรื่นมาก มีสะพานข้ามไปอีกฝั่ง อีกฝั่งน่าจะเป็นเทคโนฯ
"กรูจะเอาแถวนี้แหละ" มันลุกพรวด เดินไปหอเพิ่งสร้างซอยข้างๆทันที
"อะไรของมันวะ" นึกจะไปก็ไป ผมเกาหัวหยิกๆ
..........................................................................
สรุปมันเลือกหอ......ที่อยู่ติดคลองตรงนั้น ผมล่ะโล่งอกซะทีที่มันหาได้ซะที
"วันไหนเมิงเข้ากะดึก เมิงมานอนกับกรูนะ เดี๋ยวกรูจะจัดห้องไม่ให้รก ตอนค่ำ เราก็มานั่งเล่นตรงนี้กัน เฮ้อออออ นึกแล้วก็อยากจะย้ายมาไวๆ........ว่าแต่เมิงไม่อยู่กับกรูจริงเหรอ"
ผมฟังแล้วร้าวๆในใจยังไม่รู้ครับ บอกไม่ถูก นี่ผมทำผิดไปรึปล่าวที่ไม่บอกมันตั้งแต่วันแรกที่รู้ ผมทำผิดไปแน่ๆ
โปรดติตามตอนต่อไปนะครับ....... 
ผ่านมา 10 ตอนแล้วครับ เพื่อน ๆ ที่ติดตามมาตลอด ลองวิจารณ์เรื่องนี้หน่อยครับว่าเป็นไงครับ ความรู้สึก ณ ตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง มองเห็นอะไรจากเรื่องนี้ครับ  |
|
|