ร่วมเสนอความคิดเห็น
หัวข้อกระทู้ :
แจกครับ.....................แจกครับ....................ลูกอมรับกับมือครับ
(D)
ฉลองพรุ่งนี้จะไปทานข้าวฟรี..........ขอแจกครับ
อิอิอิ...........พี่ๆหลายๆท่านโทรมาเล่าสิ่งที่เจอ
ของเขาไม่ธรรมดาจริงๆครับ........อิอิอิอิ
คำถาม........สิ่งที่เห็นนี้คืออะไรครับ ชื่อว่าอะไรครับ
คำใบ้..........เกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำ ยมุนา
ถ้ามีตอบผู้ตอบถูกเลย 1 ท่าน ขอจับฉลากน้ะครับ
อิอิอิ...........
โดยคุณ
bannapong
(
1.2K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 07:27 น.]
โดยคุณ
bannapong
(
1.2K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 07:28 น.] #622694 (1/64)
(D)
ของรางวัลครับ.........ลูกนี้รับกับมือครับ................อิอิอิ
โดยคุณ
bannapong
(
1.2K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 07:29 น.] #622699 (2/64)
(D)
ลูกห...ย่า...........ย..........ครับ
อิอิอิ........ปิดรับคำตอบคืนนี้น้ะครับ........(ก่อนผมนอนกี่โมงไม่รู้ครับ)
โดยคุณ
BCC-106
(
434
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 07:43 น.] #622728 (3/64)
เกี่ยวกับ บัว นะครับ แต่ไม่ใช่ บัวชมพู ฟอร์ด ดาราคนสวย นะครับ
โดยคุณ
ลูกพระใส
(
2.4K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 07:47 น.] #622737 (4/64)
ดอกบัว เกศรดอกบัว แมน บ่ อ้าย 55555
โดยคุณ
YAMADA
(
737
)
(
4
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 07:48 น.] #622740 (5/64)
ไม่ได้ตอบปัญหานะครับ
แต่มาขอบคุณพี่ต้นครับ ได้รับของแล้วครับสวยทุกชุดเลยครับพี่
โดยคุณ
a-pro
(
3.7K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 07:50 น.] #622744 (6/64)
(D)
***********สงสัย.....แมงง่องแง่ง..............................
************...คิดลึกได้ไหม.......ถ้าไม่ได้ปาย.( ไม่ใช่เมืองปายนะจะเสี่ยญา ).....เปิด mail....ดีกว่า............................
โดยคุณ
brain
(
160
)
(
2
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 07:57 น.] #622761 (7/64)
ไม่ทราบครับ พี่ต้น แต่อยากให้จับฉลากด้วย.......ง่ายดีไหมพี่ อิอิอิ
โดยคุณ
หิรัญ
(
660
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 07:59 น.] #622763 (8/64)
รอลอกดีกว่าครับ..อิอิ
โดยคุณ
nat_bangrak
(
4.6K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:02 น.] #622770 (9/64)
ตอบครับน้องต้น...หมาก...
โดยคุณ
Ting_sathu
(
8.9K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:04 น.] #622772 (10/64)
ดอกกล้วยไม้ครับ ไม่ซ้ำใคร.........
ผิด/ถูก....ไม่รู้ ส่งมาซะดีดี....อิอิอิ.......
โดยคุณ
somrit
(
70
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:05 น.] #622775 (11/64)
เกสรดอกไม้ครับ ต้นสุดหล่อ กระ.....เลี่ยมทอง
โดยคุณ
bannapong
(
1.2K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:19 น.] #622811 (12/64)
อิอิอิ.............ยังไม่มีผู้ตอบถูกน้ะครับพี่ๆครับ........นานๆผมจะมีสาระกับเขาซักที งั้นใบ้ต่อน้ะครับ
เกี่ยวกับพุทธประวัติ ขอคำตอบที่เป็นชื่อน้ะครับ.............อิอิอิอิ
โดยคุณ
looknam1
(
2.6K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:23 น.] #622824 (13/64)
สัตตบงกช...(เขียนถูกป่าวเนี่ย...เดา)
จาเอาด้วย555555555555555555555
โดยคุณ
เอสเรวดี
(
758
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:25 น.] #622830 (14/64)
บัวครับ
โดยคุณ
prizz
(
4.3K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:32 น.] #622842 (15/64)
..........ตอบ....ดอกบัวครับ...........
พระพิฆเณศวร์หรือพระคเณศนั้น เป็นเทพเจ้าของอินเดีย ในศาสนาพราหณ์และฮินดู ถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความสำเร็จ สามารถขจัดความขัดข้องได้ทั้งปวง โดยยกย่องเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาการ เทพเจ้าแห่งสติปัญญา ความสามารถ ความกล้าหาญ โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพนาฎศิลป์ ดุริยางค์ศิลป์ และช่างศิลป์ จะถือเอาเป็นเทพเจ้าประจำวิทยาการนั้นเลยทีเดียว
" พิฆเณศวร์ " นั้นเป็นนามเฉพาะ หมายถึงผู้ที่เป็นใหญ่ในอุปสรรค เป็นผู้อำนวยความสำเร็จให้แก่กิจการต่างๆ เมื่อมีการประกอบพิธีกรรมใด หรือศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยาการใด จึงมีกล่าวคำไหว้บูชาต่อพระพิฆเณศวร์ก่อนเพื่อขอพรให้ปลอดภัย และสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวงและอำนวยพรให้เกิดความสำเร็จลุล่วงด้วยดี
พระพิฆเณศวร์ ยังเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งที่คนไทยนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยปรารถนาให้ประสบความสำเร็จช่วยขจัดปัดป้องภยันตราย
เรื่องราวประวัติของพระพิฆเณศวร์นั้น มีปรากฎอยู่ในคัมภีร์ของศาสนาพรามณ์และฮินดู มีตำนานแตกต่างตามความเชื่อ ในตำนานฝ่ายไทยนั้น " เสฐียรโกเศศ " และ " นาคะประทีป " เล่าไว้ว่า
พระพิฆเณศวร์ เป็นโอรสของพระอิศวร ( พระศิวะ ) และพระอุมา ( พระบารพตี ) มีชายา 2 องค์ ชื่อ พุทธ และ สิทธิ ( บางคัมภีร์ว่า พระคเณศถือพรหมจรรย์ก็มี ) และมีโอรสชื่อ เกษมและลาภ ซึ่งเป็นนามมงคลโดยพร้อม ชาวฮินดูจึงเชื่อว่าใครได้กราบไหว้บูชาพระคเณศก็ประสบแต่ความสุขความเจริญเป็นสวัสดิมงคลนอกเหนือไปจากนับถือเป็นเทพเจ้าแห่งศิลป วิทยาการ
ตำนานการเล่าขานเกี่ยวกับพระพิฆเณศวร์ที่เล่าขานกันมากก็คือ ตำนานในลิลิตนารายณ์สิบปาง เล่าว่าก่อนที่จะเป็นพระพิฆเณศวร์นั้น เป็นชายหนุ่มมี 6 เศียร 12 กร เป็นเทวฤทธิ์ที่เกิดจากพระอุระของพระอิศวร ในคราวที่เสด็จออกไปปราบอสูรพรหมที่เขาไกรลาศ แล้วได้เสด็จไปรักษาศีลต่อที่เขารัชดากูฏ ขณะที่อยู่ที่นั้น พระอิศวรได้ดื่มพระโลหิตของพระองค์เองจากนิ้วพระบาท แล้วทรงกระทำเทวฤทธิ์ให้บังเกิดเป็นพระกุมารองค์หนึ่งออกจากพระอุระของพระองค์ให้พระนามว่า " พระขันธกุมาร " จากนั้นก็เสด็จกลับมาประทับยังเขาไกรลาศ และประทานนกยูงให้พระขันธกุมารใช้เป็นพาหนะ
ในเวลานั้นได้มีนางอัปสรตนหนึ่ง ซึ่งเป็นบริวารของพระนางลักษมีได้กระทำผิดจารีตธรรมของเทพอัปสรจึงต้องจุติลงไปเกิดเป็นช้างน้ำชื่อ " อสุรภังคี " ซึ่งสร้างความเดือดร้อนไปทั่วทั้งสามโลก พระอิศวรจึงมีดำริให้พระขันธกุมารลงไปปราบ แต่ช่วงเวลานั้นมีความสำคัญคือ พิธีโสกันต์ ( โกนจุก ) ให้พระขันธกุมาร พระอิศวรจึงมี
เทวโองการให้จัดพิธีโสกันต์ขึ้นที่เขาไกรลาศ และเชิญบรรดาเทพยดานางฟ้าโดยให้พระนารายณ์มาเป็นผู้เจริญ ( ตัด ) พระเกศาให้
ครั้นถึงวันมงคลพิธีโสกันต์ พระนารายณ์เกิดบรรทมหลับสนิท แม้เทพเจ้าจะเข้าไปปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่น พระอิศวรร้อนใจด้วยใกล้เวลาที่เป็นอุดมฤกษ์ของพิธีโสกันต์แล้ว จึงมีเทวบัญชาให้พระอินทร์อัญเชิญมหาสังข์พิชัยยุทธไปเป่าปลุกพระนารายณ์ให้ตื่นบรรทม
เมื่อพระนารายณ์ตื่นเห็นพระอินทร์อัญเชิญมหาสังข์พิชัยยุทธมาเป่า จึงรู้ว่ามีเทวบัญชาตามพระองค์จึงตรัสถามว่า " โลกมนุษย์มีเหตุประการใด " พระอินทร์จึงทูลว่า " พระอิศวรมีเทวบัญชาให้อัญเชิญเสด็จไปเจริญพระเกศาพระขันธกุมาร" " ไอ้ลูกหัวหาย กำลังนอนหลับ ช่างกวนใจจริง " พระนารายณ์พลั้งพระโอษฐ์ด้วยอาการพึ่งตื่นจากพระบรรทม ด้วยเทวนุภาพของวาจาสิทธิ์ พระเศียรของพระขันธกุมารทั้ง 6 เศียร ก็พลันอันตรธานไปทันที สร้างความแตกตื่นตระหนกตกใจ แก่ทวยเทพทั้งหลายที่อยู่ในพิธี
พระอิศวรจึงมีเทวโองการให้พระวิษณุกรรมประสิทธิ์ลงไปยังโลกมนุษย์ เพื่อหาหัวคนที่ถึงแก่ความตายไปแล้ว โดยต้องเอาผู้ที่นอนหันหัวไปทางทิศตะวันตกมาต่อเป็นเศียรพระขันธกุมาร ปรากฎว่ายังไม่มีผู้ใดถึงที่ตาย และพบแต่เพียงช้างแม่ลูกอ่อนสองเชือกนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก พระวิษณุกรรมประสิทธิ์จึงตัดสินใจเอาศีรษะลูกช้างไปต่อเป็นเศียรพระขันธกุมารไปก่อนเพื่อแก้เหตุการณ์เฉพาะหน้าในครั้งนั้น
พระขันธกุมารจึงต้องมีเศียรเป็นช้าง และสามารถมองเห็นได้ดังเดิม พระอิศวรได้ให้พระขันธกุมารลงมาปราบอสุรภังคี พระขันธกุมารได้สำแดงเดชให้พระวรกายมี 4 กร โดยกรหนึ่งทรงบ่วงบาศก์ พระกรหนึ่งทรงขอ พระกรหนึ่งทรงถือค้อนเล็ก และพระกรหนึ่งถือเหล็กแดง ทรงมูสิกะ ( หนู ) เป็นพาหนะ เสด็จไปยังแม่น้ำยมุนาสถานที่ที่อสุรภังคีสถิตอยู่
อสุรภังคีเห็นเทวกุมารกระทำเทวฤทธิ์ก็มีความโกรธเป็นกำลังจึงพาอมนุษย์จำนวนแสนโกฎิขึ้นมา และพวกอมนุษย์ต่างพ่ายแพ้สู้ไม่ได้พากันดำน้ำหนีไปซ่อนตัวอยู่ใจกลางแม่น้ำยมุนา พระขันธกุมารจึงเอาปลายงวงสูบเอาน้ำในแม่น้ำยมุนาขึ้นมาจนแห้ง จึงเห็นอสุรภังคีและบริวาร
จากนั้นก็หักเอางาเบื้องซ้ายของตนขว้างไปที่อสุรภังคีและอมนุษย์จำนวนแสนโกฎินั้นตายหมดสิ้น แล้วคายน้ำกลับคืนดังเดิม พระอิศวรเห็นว่าพระขันธกุมารมีเศียรเป็นช้างนั้นมีอิทธิฤทธิ์เหมาะสมดี จึงไม่ผลัดเปลี่ยนพระเศียรไปอีก และประทานพระนามว่า " พระมหาวิฆเนศวร์ หรือ พระพิฆเณศวร์ คือ พระคเณศ ที่หมายถึง เทวผู้มีเศียรเป็นช้าง......
ตำนานอื่นๆนั้นได้กล่าวไว้ใกล้เคียงกัน เช่น พระอิศวรและพระแม่อุมาเทวีประสงค์ที่จะมีพระโอรส พระอิศวรจึงแนะนำให้พระอุมาเทวีทำพิธีต่อพระนารายณ์เพื่อขอให้ประทานโอรส บรรดาเทพทั้งปวงทราบข่าวก็พากันมาแสดงความชื่นชมยินดีกันพร้อมเพรียง พระศนิ ( พระเสาร์ ) ซึ่งได้มาพร้อมกับเหล่าทัพนั้นได้แต่ก้มมองดูแต่ที่พื้นไม่มองกุมาร พระอุมาเทวีเห็น จึงถามว่า " ทำไมเป็นเช่นนั้น " พระศนิตอบว่า " ด้วยเหตุที่ครั้งหนึ่งได้ภาวนาระลึกถึงพระนารายณ์จนเพลินไป ทำให้ละเลยหน้าที่สามี จึงทำให้ภรรยาโกรธ และสาปว่าถ้าตนมองผู้ใดให้ผู้นั้นถึงแก่ความพินาศ จึงทำให้ตนไม่กล้ามองหน้าใครเพราะกลัวจะเป็นผลร้ายแก่ผู้ที่ตนมอง
พระอุมาเทวีได้ฟังแล้วไม่ทรงถือเป็นเหตุ จึงให้พระศนิมองดูกุมารได้ พระศนิไม่อาจขัดได้ จึงมองพระกุมาร ทันใดนั้นเศียรของกุมารก็ขาดกระเด็น พระอุมาเทวีและทวยเทพต่างเห็นเหตุการณ์ ก็เกิดความโสมนัสกันแสงกันทั่วหน้า เว้นแต่พระนารายณ์ที่ทรงครุฑ เสด็จไปยังแม่น้ำบุษปภัทร เห็นช้างนอนหลับหันหัวไปทางทิศเหนือจึงตัดเศียรช้างนำกลับมาต่อที่พระศอพระกุมาร ทำให้พระกุมารกลับฟื้นคืนชีพขึ้น ซึ่งก็คือ " พระพิฆเณศวร์ "
ลักษณะของพระพิฆเณศวร์นั้น จะมีความละเอียดอ่อนแตกต่างกัน แต่พอสรุปลักษณะที่นิยมทั่วไปได้ว่าพระพิฆเณศวร์นั้นมีกายเป็นมนุษย์ มีเศียรเป็นช้างมีงาเดียว บางรูปเป็นงาหักด้านขวา บางรูปหักด้านซ้าย รูปร่างเตี้ยพุงพลุ้ย หูยาน สีกายแดง บางตำราว่าสีเหลืองห่มแดง ตามปกติมี 4 กร บางตำรามี 6 กร หรือ 8 กร ในมือ 4 กร นั้นถือขอ ช้างบ่วงบาศ งาหัก และขนมโมทกะ ( ขนมต้ม )
การถือสิ่งของในมือพระพิฆเณศวร์นั้นมีหลายอย่าง บางตำราว่าถืออาวุธและวัตถุที่แตกต่างกัน เช่น ถือชามขนมโมทกะ หม้อน้ำ ดอกบัว ผลส้ม สังข์ จักร หลาว ธนู คฑา ขวาน ลูกประคำ งู ผลทับทิม หัวผักกาด เหล็กจาร และสมุดหนังสือ เป็นต้น
เกร็ดตำนานของพระพิฆเณศวร์ หรือพระคเณศ ที่มาของลักษณะและสิ่งของต่างๆนั้น มีเรื่องเล่าว่า พระพิฆเณศวร์ชอบเสวยขนมโมทกะหรือขนมต้ม ครั้งหนึ่งเสวยขนมต้มจนพุงกาง แล้วก็ทรงหนูเป็นพาหนะไปในเวลากลางคืน บังเอิญพบกับงู หนูจึงตกใจและหลบงู จึงทำให้พระพิฆเณศวร์ตกลงจากหลังหนู ท้องแตก ขนมต้มทะลักออกมาหมด พระพิฆเณศวร์จึงโกยขนมต้มใส่พุงแล้วฆ่างูตัวนั้น เอามารัดท้องที่แตก จึงทำให้พระพิฆเณศวร์มีงูรัดเหมือนเข็มขัดเพื่อกันท้องแตก
ในการถือสิ่งของในมือนั้น ถ้าเป็นพระพิฆเณศวร์แบบกรมศิลปากรแล้ว พระหัตถ์ขวาบนถือตรีศูล พระหัตถ์ขวาล่างถืองา ที่พระหัตถ์ซ้ายถือบ่วงบาศ พระหัตถ์ซ้ายล่างถือครอบน้ำ ส่วนในแบบของฮินดูจะแตกต่างที่อาวุธ จะถือขวานแทนตรีศูล และถือจานขนมโมทกะหรือดอกบัวแทนครอบน้ำ หรือบางแห่ง พระหัตถ์ซ้ายบนถือตรีศูลหรือจานขนมโมทกะแทนบ่วงบาศ และพระหัตถ์ขวาล่างเป็นมือประทานพร จนดูหลากหลายเอาเป็นหลักไม่ได้ เพราะฉะนั้นการสักการะบูชาหรือสร้างพระพิฆเณศวร์ เพื่อแสดงการเป็นเทพด้านใดนั้นจึงสังเกตได้จากสิ่งของที่นำมาใส่ในกรเป็นหลัก
การสร้างพระพิฆเณศวร์มีทั้งการแกะสลักหิน และหล่อเทวรูปขนาดใหญ่ใช้เป็นประธานในพิธีสักการะบูชา แล้วได้สร้างขนาดเล็กเป็นเทวรูปบูชา รูปหล่อและเหรียญบูชา ซึ่งมีการสร้างกันหลายรุ่นหลากหลาย ที่ได้นิยมนั้น ต้องสร้างและทำพิธีในเทวสถาน ( โบสถ์พราหมณ์ ) ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพราหมณ์และกรมศิลปากร สถานที่ราชการที่ใช้พระพิฆเณศวร์เป็นตราประจำกรมรวมไปถึงวิทยาลัยนาฏศิลป หรือมหาวิทยาลัยศิลปากรที่เคยมีการสร้างเหรียญรูปพระพิฆเณศวร์ให้เช่าบูชากันแพร่หลาย
พระพิฆเณศวร์เป็นเทพแห่งภูมิปัญญาและศิลปวิทยาการ ที่ได้รับการสักการะบูชามาตลอดทุกยุคทุกสมัย ผู้ปรารถนาความรู้ความสำเร็จต่างพากันเคารพนับถือสืบมาจนทุกวันนี้ ผู้ใดได้บูชาและมีไว้บูชาย่อมขจัดความขัดข้องทั้งปวงได้ตลอดไป
โดยคุณ
หิรัญ
(
660
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:36 น.] #622848 (16/64)
อิอิ..เจอคำตอบที่ถูกใจแล้วครับ..
ขอตอบ เกษรบัวสัตตบงกช เป็นคำตอบสุดท้าย..
(ต่อเติ่มมั่วส่งเลย555+)
โดยคุณ
toei89
(
625
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:37 น.] #622849 (17/64)
เกสร...ดอกบัวขาว...
โดยคุณ
Focus
(
337
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:41 น.] #622861 (18/64)
ดอกสาละ....ครับ
โดยคุณ
yakdon
(
1.3K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:46 น.] #622868 (19/64)
เกษร...ของดอกสาละครับ
โดยคุณ
a-pro
(
3.7K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:46 น.] #622869 (20/64)
******ว้า......มั่วแต่ส่ง mail......Focus......ตอบก่อนซะแล้ว....อุส่าห์อุบไว้นะนี้.......ไม่ได้ลอกนะครับ.......ดอกสาละ..จ้า....................
โดยคุณ
suriyan04
(
3.8K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:48 น.] #622873 (21/64)
(D)
ดอกต้นสาระ ครับ มีพระพุทธประวัติว่า พระพุทธเจ้าเกิดใต้ต้นไม้นี้ครับ
ต้นสาระ
เป็นต้นไม้ในในพระพุทธศาสนา
พระพุทธเจ้าทรงประสูติที่ใต้ต้นสาระ(ต้นรัง)
ที่สวนลุมพินีวัน ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 6
ก่อนพุทธกาล 80 ปี
โดยคุณ
suriyan04
(
3.8K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:50 น.] #622874 (22/64)
ว้า ... ช้าไปซะแล้ว มัวแต่หารูปประกอบ มีรางวัลปลอบใจมั๊ยครับกำนัน
โดยคุณ
น้องกระแต
(
1.8K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:50 น.] #622875 (23/64)
สิ่งนี้ คือเกษร..ดอกสาละ......
โดยคุณ
ArtMaN7007
(
1.2K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:56 น.] #622885 (24/64)
ลอกครับ เห็น ๆ เกสรดอกสาละ ชิมิ...จุ๊บ ๆ
โดยคุณ
nickname
(
232
)
(
1
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 08:56 น.] #622886 (25/64)
ลอกด้วยคนครับบบ
เกษรดอกต้นสาละคราบบบบ
โดยคุณ
WEERA_NUNGHOTMAI
(
2.8K
)
(
16
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:00 น.] #622896 (26/64)
(D)
ลอกครับ ดอกต้นสาระ ครับ
โดยคุณ
tumtam
(
2K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:09 น.] #622910 (27/64)
เกสรดอกสาละครับ
โดยคุณ
ครูน้อย
(
717
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:13 น.] #622915 (28/64)
ดอกสาละ ครับ
โดยคุณ
BankHiWay
(
7.8K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:16 น.] #622920 (29/64)
มีถูกแล้วบอกด้วยนะ จะลอก อิอิอิ
โดยคุณ
บ-ธนา
(
8.1K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:16 น.] #622922 (30/64)
เกสรดอกสาละครับ...อิอิอิ...ตามๆกันไป
โดยคุณ
Focus
(
337
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:18 น.] #622925 (31/64)
น่าจะให้รางวัลคนที่ตอบได้ก่อนเป็นคนแรกน๊ะครับ...
โดยคุณ
chinapoj
(
4.2K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:30 น.] #622947 (32/64)
ไม่ลอกไม่ได้แล้วครับ เห็นจะจะอย่างนี้ เกสรดอกสาละครับผม
โดยคุณ
poppoomi
(
401
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:30 น.] #622948 (33/64)
เมล็ดพันธุ์...
๑. ปาริฉัตตก์ คือต้นทองหลาง
๒. พหุปุตตนิโครธ ต้นไทร
๓. ต้นพระศรีมหาโพธิ ต้นโพธิ
๔.ต้นมุจจลินทร์ หรือต้นจิก
๕. ต้นราชยตนะ หรือต้นไม้เกต
๖. ต้นสาละ เป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งในดินแดนชมพูทวี
๗.อปชาลนิโครธ ต้นไทรที่พระพุทธเจ้าทรงประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขในสัปดาห์ที่ ๕ ภายหลังทรงตรัสรู้
๘.อัสสัตถพฤกษ์ คือต้นพระศรีมหาโพธิ
๙. อานันทมหาโพธิ เป็นต้นโพธิ์ตรัสรู้ที่เป็นหน่อของต้นเดิมที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งใต้ร่มเงาได้ตรัสรู้ ได้นำเมล็ดไปปลูกเป็นต้นแรกในสมัยพุทธกาล โดยพระอานนท์เป็นผู้ดำเนินการปลูกที่ประตูวัดพระเชตวันมหาวิหาร พระนครสาวัตถี แคว้นโกศล ต้นโพธิ์นั้นเรียกว่า อานันทมหาโพธิ์ ทุกวันนี้ยังปรากฏอยู่ ทั้งนี้พระยามที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาที่พระเชตวันมหาวิหารนั้น แต่ละปี พระพุทธเจ้าประทับเพียงปีละ ๓ เดือนในฤดูพรรษา ส่วนอีก ๙ เดือนนอกพรรษาพระพุทธเจ้าต้องเสด็จไปสู่ที่อื่นเสียปีละ ๙ เดือน ชาวนครสาวัตถีก็เกิดวิปฏิสารร้อนใจ ใคร่ทูลให้ประทับอยู่ตลอดปี พระพุทธเจ้าทรงทราบความทุกข์ของชาวเมือง จึงรับสั่งให้พระอานนท์นำเมล็ดจากต้นศรีมหาโพธิ มาปลูกไว้หน้าประตูมหาวิหารเชตวัน เพื่อเป็นเครื่องหมายแทนพระองค์ เพื่อว่าสมัยใดที่พระพุทธเจ้าไม่ประทับพักอยู่ มหาชนจะได้บูชาต้นโพธิ์นั้นแทนองค์พระพุทธเจ้า
ไม่รู้จะเลือกตอบอันไหน เอาเป็นคำตอบหมดนี่แหละครับ คุณต้น
ไม่รู้ว่ามาถูกทางหรือเปล่า
โดยคุณ
korachaa
(
1.3K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:33 น.] #622959 (34/64)
ตอบเหมือนคนที่ตอบถูก ฟันธง
โดยคุณ
poppoomi
(
401
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:35 น.] #622963 (35/64)
ต้นสาละใหญ่ (ต้นมหาสาละ)
ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 33 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 25 ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ โกณฑัญญพุทธวงศ์ กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 พระนามว่า พระโกณฑัญญพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 10 เดือนเต็ม จึงได้ประทับตรัสรู้ ณ ควงไม้สาละ..
India) เป็นไม้พันธุ์ที่อยู่ในตระกูลยาง มีมากในแถบแคว้นเบงกอล อัสสัม ลุ่มน้ำยมุนา เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงราว 10-25 เมตร และสามารถสูงได้ถึง 35 เมตร ไม่ผลัดใบ
เป็นไม้ที่มีความสง่างาม ด้วยว่ามีลำต้นตรง เปลือกสีน้ำตาลอมดำ แตกเป็นร่องสะเก็ดทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่มหนาทึบ ใบดกหนา รูปไข่ ปลายใบหยักเป็นติ่งแหลมสั้น ผิวใบเป็นมันเกลี้ยง กิ่งอ่อนเกลี้ยง ปลายกิ่งห้อยลู่ลง ดอกจะออกในช่วงต้นฤดูร้อน มีสีเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อสั้นตามปลายกิ่งและง่ามใบ กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ผลแข็ง มีปีก 5 ปีก ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง
โดยคุณ
BCC-106
(
434
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:35 น.] #622964 (36/64)
เอ้าเฮ ....... เกสรดอกสาละ ครับ ตามท่านFOCUS สายตรงใกล้ชิดหลวงพ่อชำนาญ ครับผม
...... สละสิทธิ รับรางวัล ครับ ผมมี แล้ว เปิดโอกาสท่านอื่นๆดีกว่า ครับผม
โดยคุณ
พรสมพงษ์
(
110
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:37 น.] #622968 (37/64)
อิฐ บูชาไฟ หรือ ทรายแม่น้ำ
โดยคุณ
aragon_ttt
(
5K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:38 น.] #622971 (38/64)
ดอกสาละ..
โดยคุณ
นราลัย
(
10.5K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:44 น.] #622976 (39/64)
ดอกสาระ ครับ
โดยคุณ
ป๊อก98
(
2K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 09:47 น.] #622980 (40/64)
โดยคุณ
prizz
(
4.3K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 10:01 น.] #622994 (41/64)
อุตส่าห์หาข้อมูลมาดิบดี ดันตอบผิด....ทีแรกก็นึกถึงดอกสาละครับ(ไม่ได้โม้) แต่ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับยมุนา....อิอิ....สาละ...
โดยคุณ
ปฏิพัทธ์2539
(
1.4K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 10:09 น.] #623004 (42/64)
เกษร..ดอกสาละของต้นสาละครับ(ไม่ใชของ่ ต้น bannapong)
โดยคุณ
chajit
(
30
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 10:13 น.] #623009 (43/64)
เกสรดอกสาละ .................. ลอกครับท่าน
โดยคุณ
โชติอนันต์
(
5K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 10:16 น.] #623010 (44/64)
ตื่นสาย เลยต้องตอบเหมือนเค้า ครับ เคยเห็นครับ เกษรดอก สาระ
โดยคุณ
noomjj
(
1K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 10:18 น.] #623014 (45/64)
เอาด้วย....เกษร...ดอกสาละ ครับ ศิษย์พี่
โดยคุณ
หิรัญ
(
660
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 11:20 น.] #623053 (46/64)
อ้าว..ดอกสาละมาแรงแฮะ
ตอบใหม่ละกันครับคุณต้น(หน้าด้านอะคับ อิอิ)
..เกษรดอกสาละเป็นคำตอบสุดท้าย..อีกแล้วคับทั่น
โดยคุณ
อ้วนจัง
(
1.8K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 11:34 น.] #623064 (47/64)
ดอกไม้ทะเล ครับ
โดยคุณ
Chew_JJ
(
3.6K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 11:48 น.] #623072 (48/64)
ดอกเบี้ย....ครับ ตาต้น มีเคือง....
โดยคุณ
ควร_เบญจ
(
1.5K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 12:40 น.] #623131 (49/64)
ลอกด้วยคน
เกษร ดอกสาละ ครับ อิอิ
โดยคุณ
anan6699
(
17K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 13:04 น.] #623140 (50/64)
ต้นสาละอินเดีย Sal
ชื่อพื้นเมือง สาละ (กรุงเทพ)
ชื่อบาลี สาล๒,๓,๔ (สา-ละ),อสฺสกณฺณ (อัส-สะ-กัน-นะ), อสฺสกณฺโณ๑ (อัส-สะ-กัน-โน), สาโล๑ (สา-โล)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Shorea robusta Roxb.
ชื่อสามัญ , Shal, Sakhuwa, Sal Tree, Sal of India, Religiosa
โดยคุณ
toei89
(
625
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 13:21 น.] #623161 (51/64)
เกสร..ดอกสาละ...ลอกด้วยคน
โดยคุณ
kiat_wan
(
1.3K
)
(
1
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 13:23 น.] #623167 (52/64)
เกสรดอกสาระครับ
โดยคุณ
charlott
(
1.7K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 13:31 น.] #623185 (53/64)
ไม่มีคำตอบครับ....แต่ขอเลยละกันครับพี่ๆๆๆๆๆๆๆ
สบายดีน่ะครับ....
โดยคุณ
rewildy
(
4K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 15:29 น.] #623278 (54/64)
เกสร..ดอกสาละ
ถ้าไม่ถูก ก็ขอตอบว่า
ดอกบัว
เผื่อไว้ก่อน พ่อสอนไว้
โดยคุณ
บ้านพระ
(
4.7K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 16:37 น.] #623323 (55/64)
(D)
คือ......เกษร..ดอกสาละ......
โดยคุณ
ศรารีย์
(
682
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 16:39 น.] #623326 (56/64)
เกสร...ดอกสาละจ๊ะ...ลอกเค้ามาเหมือนกันจ้า.....
โดยคุณ
peterdriverbkk
(
3.9K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 17:41 น.] #623378 (57/64)
ดอกสาละ ครับ
โดยคุณ
peterdriverbkk
(
3.9K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 17:42 น.] #623379 (58/64)
เกสร..ดอกสาละ
โดยคุณ
jcainfo
(
6K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 18:01 น.] #623398 (59/64)
ดอกสาระ ครับ
โดยคุณ
jcainfo
(
6K
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 18:02 น.] #623404 (60/64)
ดอกสาละ ครับ
โดยคุณ
สมพงศ์
(
325
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 19:08 น.] #623477 (61/64)
เกสรดอกสาระ ถ้าไม่ถูกขอตอบ ว่า ดอกสาระ ครับ (((ลอกล้วนๆ)
โดยคุณ
g-dragon
(
386
)
(
1
)
[พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 22:25 น.] #623670 (62/64)
เกสร...ดอกสาละจ๊ะ...ลอกเค้ามาเหมือนกัน
โดยคุณ
bannapong
(
1.2K
)
[ศ. 08 พ.ค. 2552 - 04:56 น.] #623762 (63/64)
ปิดรับคำตอบครับ....................อิอิอิอิ....................
โดยคุณ
wichean15
(
6.2K
)
[ศ. 08 พ.ค. 2552 - 21:22 น.] #624458 (64/64)
555
!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!
www1
Copyright ©G-PRA.COM