ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ไชยาออกจากรพ.แล้ว พกพระดี3องค์รอดตายปาฏิหาริย(โปรดใช้วิจารณ์ญาน)

(D)
จาก กรณีที่นายไชยา สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ได้เกิดอุบัติเหตุขณะนั่งรถเก๋ง บีเอ็ม ซีรี่ 7 สีดำ ทะเบียน ชส-1000 กทม.เดินทางเข้า กทม.เพื่อไปโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เมื่อมาถึงหลักกิโลเมตรที่ 7 หน้าวัดเสถียรรัตนาราม ต.ศรีษะทอง อ.นครชัยศรี ถูกรถบรรทุกสิบล้อหักหลบรถสิบล้อด้วยกันเข้าชนอย่างจังทำให้รถเสียหลักพุ่ง ขึ้นเกาะกลางถนนชนเสาไฟฟ้าส่องถนน นายไชยา ที่นั่งมาในตอนหลังถึงกับสลบ ถูกหามส่ง โรงพยาบาลสนามจันทร์ นครปฐม ต้องเข้าห้องฉุกเฉินและเย็บบาดแผลที่ปากและแพทย์ได้ให้พักฟื้นในห้อง ไอซียู เพื่อรอดูอาการเนื่องจากศรีษะได้รับการกระทบกระเทือนจนหน้าผากเขียวช้ำบวม ปูดซึ่งล่าสุดเมื่อตอน 12.30 น.ของวันที่ 7 พ.ค.น.พ.ทรงชัย ศรีโรจนกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามจันทร์ ได้อนุญาตให้นายไชยา สะสมทรัพย์ เดินทางกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว โดย นพ.ทรงชัย ได้เผยว่า จากการตรวจร่างกายด้วยเครื่องเอ็กซเรย์แล้ว ไม่พบว่ากระดูกและเลือดคลั่งในตัวนายไชยา ได้รับความเสียหายหรือได้รับอันตรายแต่ประการใด มีแต่แผลถลอกที่บริเวณหัวเข่า ส่วนที่หน้าผากนั้นมีรอยเขียวช้ำเกิดขึ้นจากการกระแทกแต่ไม่ถึงกับกระทบ กระเทือนสมองหรือกะโหลกศรีษะ ส่วนบริเวณริมฝีปากนั้นทั้งด้านในและด้านนอกนั้นเย็บไปทั้งหมด 9 เข็ม ยังมีอาการบวมอยู่ภายใน 2 วันก็จะเป็นปกติ ก่อนที่จะให้ออกไปได้ตรวจสอบร่างกายทุกอย่างรวมถึงสายตา ทุกอย่างปกติจึงอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ แต่จะให้แพทย์ไปคอยตรวจดูอาการให้อย่างสม่ำเสมอ

หลังจากที่แพทย์ อนุญาตให้กลับบ้านได้ บรรดาญาติและครอบครัวต่างเดินทางมารับกลับบ้านรวมถึงบรรดาพ่อค้านักธุรกิจ และข้าราชการ ต่างเดินทางมารอรับจนแน่น เมื่อนายไชยา ออกมาด้านหน้าโรงพยาบาล ชาวบ้านที่มารอรับต่างนำพวงมาลัยและแจกันไปแสดงความยินดีกัน ซึ่งนายไชยา ซึ่งมีหน้าตาสดใสยิ้มแย้มตลอดเวลา อยู่ในเสื้อผ้าชุดนอนลายดอก นั่งอยู่ในรถเข็นของโรงพยาบาลออกมา ต่างยกมือขอบคุณพร้อมกับยกมือชูสองนิ้ว ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับนางจุไร สะสมทรัพย์ ภริยา ซึ่งมีบรรดาลูกและญาติสนิทขับตามกลับไปยังบ้านสะสมทรัพย์ เลขที่ 212/2 ต.ลำพยา อ.เมืองนครปฐม

นายไชยา ได้เผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุนั้นไม่รู้ตัวจริงๆและไม่ได้ระวังตัวด้วย เพราะกำลังนั่งโทรศัพท์มือถือคุยกับแพทย์ที่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อยู่ที่เบาะด้านหลัง ซึ่งมีตนเองกับคนขับเพียงแค่ 2 คน เท่านั้น จากนั้นก็ได้ยินเสียงกระทบที่ด้านข้างประตูที่ตนเองนั่งอยู่อย่างแรง จนโทรศัพท์ที่โทรอยู่กระเด็นตกพื้น หน้าคะมำไปกระแทกกับพนักพิงเบาะนั่งด้านหน้า หมดสติไปทันที มาฟื้นอีกทีก็อยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลสนามจันทร์ แล้วซึ่งแพทย์ได้เข็มเจาะเลือดและใช้เข็มแทงให้น้ำเกลือที่แขนจึงสะดุ้งขึ้น ตอนนั้นฟื้นใหม่ๆยังไม่ค่อยรู้เรื่องดี แพทย์ถามอะไรก็ยังงงอยู่ จนกระทั่งพักใหญ่ความรู้สึกเริ่มกลับคืนมาจึงพูดโต้ตอบกับหมอได้ ตนเองยังถามหมอไปว่านายกันตพัฒน์ กิตติพงษ์ศิริภา ที่เป็นคนขับรถซึ่งเป็นเหมือนลูกหลานที่รับใช้กันมานาน เป็นอะไรหรือเปล่า ซึ่งแพทย์ก็บอกว่าไม่มีอาการบาดเจ็บมีเพียงแผลเล็กน้อยเท่านั้น ตนก็โล่งใจ

หลัง จากพูดจบ นายไชยา ได้ยกมือพนมขึ้นเหนือหัว โดยกล่าวว่าที่ตนเองรอดตายอย่างปฎิหาริย์ครั้งนี้ พระในคอที่ตนเองกราบไหว้บูชาและพกติดตัวไปในยามเดินทางนั้นมีส่วนช่วยเหลือ ด้วย ซึ่งพระที่ตนเองแขวนขึ้นคออยู่นั้น มี 3 องค์ พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธานใหญ่ ,พระผงยาจินดามณี หลวงปู่บุญพิมพ์สะดุ้งกลับ วัดกลางบางแก้ว,เสือวัดคลองด่าน และยังมีที่เหน็บอยู่ที่เอวอีกองค์หนึ่งซึ่งเป็นเครื่องรางของขลัง เบี้ยแก้วัดนายโรง ซึ่งพระทั้งหมดยังอยู่ครบ นายกันตพัฒน์ เก็บไว้ให้และนำมาให้แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องยกย่องการตัดสินใจของนายกันตพัฒน์ คนขับรถด้วยที่ตัดสินใจหักเข้าชนเสาไฟฟ้าใหญ่ จึงหยุดรถไว้ได้ หากถ้ารถพุ่งข้ามเกาะกลางถนนไปอีกเลน เจอกับรถที่วิ่งสวนมาชีวิตคงไม่รอดแน่ นายไชยากล่าวก่อนที่จะขอไปพักผ่อน




โดยคุณ jeckkop (181)(3)   [พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 21:07 น.]



โดยคุณ korachaa (1.3K)  [พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 21:20 น.] #623623 (1/10)

โดยคุณ บ้านพระ (4.7K)  [พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 21:20 น.] #623624 (2/10)
1.พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธานใหญ่ ......
2.พระผงยาจินดามณี หลวงปู่บุญพิมพ์สะดุ้งกลับ วัดกลางบางแก้ว.....
3.เสือวัดคลองด่าน...
.... และยังมีที่เหน็บอยู่ที่เอวอีกองค์หนึ่งซึ่งเป็นเครื่องรางของขลัง เบี้ยแก้วัดนายโรง

........... ..........

โดยคุณ WEERA_NUNGHOTMAI (2.8K)(16)   [พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 21:41 น.] #623642 (3/10)
แล้วจะหาได้สักองค์ไหมเรา

โดยคุณ พรชมพู (18.1K)  [พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 21:51 น.] #623650 (4/10)
คิดเล่นๆ นะครับ

อนันต์....เอ (ดารา )

เอ.....ไชยา (ลิเก )

ไชยา ...(ชื่อเล่นไรหว่า) คนต่อไประวังให้ดี..

สามทอด แล้วครับ

โดยคุณ japao (1.2K)  [พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 22:19 น.] #623668 (5/10)
พระท่านคงช่วยคุ้มครองด้วยแต่...ส่วนหนึ่งรถน่าจะคุ้มครองด้วยครับซีรี7คันใหญ่มากและแข็งจริงๆเลยรอดปลอดภัยครับ..

โดยคุณ toei89 (625)  [พฤ. 07 พ.ค. 2552 - 22:44 น.] #623690 (6/10)


(D)



โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [ศ. 08 พ.ค. 2552 - 08:22 น.] #623919 (7/10)

โดยคุณ คอปแมน (47K)  [ศ. 08 พ.ค. 2552 - 11:25 น.] #624072 (8/10)
พระแพงๆทั้งนั้น

โดยคุณ ลูกพระใส (2.4K)  [ศ. 08 พ.ค. 2552 - 14:24 น.] #624146 (9/10)
ผมขอหลวงพ่อพระใสที่ผมเคารพนับถือก็พอครับผม
ที่เอ๋ยมาราคาสูงมาก ปัญญาผมคงมีไม่ถึงได้ครอบครองแน่ๆครับผม

โดยคุณ BankHiWay (7.8K)  [พฤ. 27 ก.พ. 2557 - 10:05 น.] #3238509 (10/10)
ปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ๆ หลายรุ่นนิยมผลิตเฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติหรือออโต้ ออกมาจำหน่าย เพื่อให้สะดวกสบายในการขับขี่ แต่ยังมีผู้ที่ใช้เกียร์อัตโนมัติไม่ถูกต้อง หลายครั้งก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบเกียร์ หลายครั้งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เกิดเหตุการณ์เศร้าสลด เมื่อผู้ขับควบคุมเกียร์อัตโนมัติไม่ถูกต้อง จนทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตือนสติและให้ผู้ขับขี้ทบทวนการใช้งานเกียร์อัตโนมัติที่ถูกต้องอีกครั้ง จึงมีข้อแนะนำดังนี้

1.การขับรถเกียร์อัตโนมัติหรือออโต้ สำหรับผู้ที่เพิ่งจะเริ่มขับรถ ต้องเหยียบเบรกทุกครั้งก่อนสตาร์ตรถ เพื่อป้องกันอันตราย แม้ตำแหน่งเกียร์จะอยู่ที่ตำแหน่ง (P) หรือ (N) ก็ตาม และเหยียบเบรกทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ว่าง (N) หรือเกียร์จอด (P) ไปเป็นเกียร์เดินหน้า (D) หรือเกียร์ถอยหลัง (R) เมื่อรถหยุดนิ่ง ต้องเหยียบเบรกก่อนทุกครั้ง ก่อนขยับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์

2.ถ้าเลื่อนคันเกียร์ออกจากตำแหน่งเดินหน้า (D) ไปเป็นตำแหน่งถอยหลัง (R) หรือเปลี่ยนจากตำแหน่งถอยหลัง (R) ไปเป็นตำแหน่ง (D) ควรให้รถหยุดสนิทให้เรียบร้อยก่อน อย่าใจร้อน เมื่อรถยังเคลื่อนที่อยู่แต่รีบเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ จะทำให้เกียร์มีอายุการใช้งานสั้น และค่าซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์ใหม่ในรถยนต์ราคาสูงมาก

3.ขณะที่รถวิ่งอยู่ไม่ควรเข้าเกียร์ตำแหน่ง (N) เช่น เห็นไฟแดงข้างหน้า แต่ยังอีกไกล กลัวจะไม่ประหยัดน้ำมัน จึงเข้าเกียร์ในตำแหน่ง (N) และปล่อยให้รถไหลไปจนถึงไฟแดง รถแทบทุกรุ่นในยุคปัจจุบันใช้ระบบหัวฉีดควบคุด้วยสมองกลทันสมัย การจ่ายเชื้อเพลิงขึ้นตรงกับลิ้นปีกผีเสื้อ ถ้ายกเท้าออกจากคันเร่งลิ้นปีกผีเสื้อก็จะปิดทันที เซ็นเซอร์ลิ้นปีกผีเสื้อจะรายงานกล่องสมองกลควบคุมระบบการจ่ายเชื้อเพลิง ให้หยุดทำการจ่ายน้ำมันทันที ไม่จำเป็นต้องปลดเกียร์ว่าง (N) และยังเป็นผลเสียอย่างร้ายแรงต่อเกียร์อีกด้วย เนื่องจากรถยนต์ในขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว เกียร์ที่อยู่ในตำแหน่ง (D) จะมีปั๊มแรงดันสูง ส่งน้ำมันเกียร์เข้าไปหล่อลื่นอยู่ตลอดเวลา

แต่ปั๊มน้ำมันของเกียร์อัตโนมัติจะทำงานน้อยลงเมื่อเกียร์อยู่ในตำแหน่ง (N) เมื่อไม่มีแรงดันพอเพียงจะดันน้ำมันไปหล่อลื่นเกียร์อย่างเพียงพอ จะทำให้เกียร์ออโต้ร้อน และเกิดการสึกหรอเสียหายตามมา

ด้วยสาเหตุนี้เองเวลารถใช้เกียร์ออโต้เสียและต้องลากไปอู่ จึงจำเป็นต้องเติมน้ำมันเกียร์เพิ่มเข้าไปอีก เพื่อช่วยลดความร้อนของเกียร์ขณะลากจูง หรือถ้าหาน้ำมันเกียร์มาเติมไม่ได้ ควรยกให้ล้อที่ใช้ขับเคลื่อนให้ลอยพ้นพื้นถนน เนื่องจากระบบปั๊มน้ำมันเพาเวอร์ของระบบเกียร์อัตโนมัติหยุดทำงาน ไม่แนะนำให้ถอดเพลาสำหรับรถขับเคลื่อนล้อหลัง เพระยุ่งยากและเสียเวลามาก ปัจจุบันนี้มีรถยก 6 ล้อ แบบสไลด์ออน สามารถนำรถทั้งคันขึ้นไปไว้บนกระบะหลัง สะดวกสบายและปลอดภัยต่อเกียร์อัตโนมัติและรถยนต์

4.การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ 2 ต้องระมัดระวังเนื่องจากตำแหน่ง 2 จะมีอัตราทดเฉพาะเกียร์ 1 และ 2 บริษัทผู้ผลิตต้องการทำให้รถใช้งานในกรณีที่ต้องการแรงบิดมากๆ เช่น ทางขึ้นเนินค่อนข้างชัน หรือต้องการการหน่วงความเร็วของรถเอาไว้ เช่น ในขณะที่ขับรถลงเนินเขา (ENGINE BRAKE) หรือวิ่งบนเส้นทางที่คดเคี้ยว ลาดชันมากๆ ห้ามใช้ตำแหน่งเกียร์ 2 ในขณะที่ท่านขับรถด้วยความเร็วสูง เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ใช้รอบเครื่องสูงตามไปด้วย จนเกินขีดจำกัดและก่อให้เกิดความเสียหาย และอาจลื่นไถลเนื่องจากเกิดแรงบิดมหาศาลมากระทำที่ล้อ ทำให้รถเสียการทรงตัวได้

5.ไม่ควรขับลากเกียร์ โดยทั่วไปการขับรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ตำแหน่งเกียร์จะอยู่ที่ (D) ระบบสมองกลควบคุมเกียร์จะสั่งงานให้ปรับเปลี่ยนเกียรให้ขึ้นลงตามความเหมาะสมและความเร็วของรถอยู่ตลอดเวลาบางคนรู้มากใช้วิธีเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์โดยการเลื่อนคันเกียร์ขึ้นลงเองในขณะที่รอบเครื่องทำงานสูงสุด เพื่อหวังผลทางด้านอัตราเร่ง แต่จะมีผลทำให้ผ้าคลัตช์ และระบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์สึกหรอเสียหาย และทำให้อายุการใช้งานของเกียร์อัตโนมัติสั้นลง

6.ไม่ขับแบบเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำเอง (คิกดาวน์) บ่อยๆ การขับในตำแหน่ง (D) ระบบสมองกลควบคุมเกียร์จะคำนวณค่าของแรงต่างๆ และปรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ตามความเร็วของรถในขณะนั้นตลอดเวลาอยู่แล้ว การกดคันเร่งเพื่อเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ หรือที่เรียกว่าคิกดาวน์ ไม่ควรทำบ่อยครั้ง หรือทำเท่าที่จำเป็นในการเร่งแซงให้พ้นเท่านั้น ถ้าทำบ่อยผ้าคลัตช์ของเกียร์จะทำงานหนักและสึกหรอเร็วมากขึ้น

7.ควรมีสายพ่วงแบตเตอรี่ติดท้ายรถไว้ตลอดเวลาเนื่องจากรถยนต์เกียร์อัตโนมัติไม่สามารถเข็นด้วยความเร็วต่ำแล้วกระตุกสตาร์ตให้ติดเครื่องยนต์ได้เหมือนรถยนต์เกียร์ธรรมดาการเข็นรถเกียร์อัตโนมัติแล้วใช้วิธีกระตุกสตาร์ตต้องใช้ความเร็วอย่างน้อย 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เข็นด้วยแรงคนเป็นไปได้ยาก และยังเสี่ยงกับความเสียหายต่อเกียร์ในขณะที่เข็นหรือลากอีกด้วย ควรตรวจสอบแบตเตอรี่ให้มีไฟพอเพียงต่อการสตาร์ตทุกครั้ง

8.น้ำมันเกียร์อัตโนมัติหัวใจของการหล่อลื่นและยืดอายุการใช้งานของเกียร์รถให้ยาวนาน จึงควรเอาใจใส่ตรวจสอบบ่อยๆ การตรวจเช็กระดับน้ำมันเกียร์ให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าขีดที่ก้านวัด กำหนดหมั่นเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะทางที่แนะนำ

9.ตำแหน่งในเกียร์อัตโนมัติ

P)PARKING-เป็นตำแหน่งเกียร์ ใช้จอดในลักษณะไม่จอดขวางทางรถคันอื่น แล้วใส่ตำแหน่งเกียร์นี้ไว้ หรือจอดในทางที่มีลักษณะลาดชัน และใช้ในตำแหน่งสตาร์ตเครื่องยนต์

R) REVERSE-เป็นตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง เหยียบเบรกทุกครั้งที่จะเข้าเกียร์ในตำแหน่งนี้

N) NEUTRAL-เป็นตำแหน่งเกียร์ว่าง ใช้ในการตัดกำลังของเครื่องยนต์ที่ส่งลงมาสู่เกียร์ และใช้เป็นตำแหน่งสตาร์ตเครื่องยนต์

D) DRIVE-เป็นตำแหน่งเกียร์เดินหน้าและใช้ในการขับขี่ตามปกติ

ตำแหน่งเกียร์อัตโนมัติจะปรับเปลี่ยนเองตามคำสั่งของสมองกลที่ควบคุม สำหรับรถยนต์บางรุ่นที่มีอุปกรณ์เพิ่มเติมบางค่ายเรียก ทริปทรอนิก หรือสเต็ปทรอนิก เป็นสวิตช์ปรับเปลี่ยนระบบเกียร์ให้เป็นเกียร์สูงหรือต้ำลง ผู้ใช้เข้าระบบเพื่อใช้งานในการปรับตำแหน่งเกียร์ด้วยตัวเอง ช่วยสำหรับการเร่งแซง

นอกจากนี้เกียร์ออโต้รถยนต์หลายรุ่น นอกจากเกียร์ (D) แล้ว ยังมีตำแหน่งเกียร์เดินหน้า แต่รอบต่ำลงมามีเลข 2 หรือเลข 3 กำกับ หมายถึงทดเกียร์ลงมา หรืออาจจะมี ( L) LOW เกียร์ในตำแหน่งนี้ มีเพียงเกียร์ 1 เท่านั้น ใช้สำหรับงานหนักที่ต้องการกำลัง หรือรถติดหล่ม หรือทางขึ้น ลงเขาที่ชันมาก

ที่มา :คอลัมน์ คาร์ทิปส์ นสพ.มติชน

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


www1
Copyright ©G-PRA.COM