| หัวข้อกระทู้ : กรูไม่ช่ายเกย์....จะจีบทำม้ายย ตอนที่ 20 |
(D)
"ก่อนที่กรูมาอยู่ที่วัด ใจกรูทุรนทุราน หาที่ที่จะไป กรูอยากไปให้พ้นจากที่ที่กรูเคยอยู่ แต่กรูไม่รู้ว่าจะไปไหน กรูเลยมาที่วัด พอกรูมาถึง มันก็ดีขึ้นว่ะ กรูนั่งคิดหลายวันว่าที่ที่กรูอยู่จะสบายใจที่สุดคือที่นี่ ที่วัด เพราะฉะนั้นกรูจะบวชที่นี่.."
"แล้วหลังจากศึกหล่ะ เมิงจะทำอะไร" ผมใจหายวาบ บอกตรงๆตอนนั้นใจคิดอกุศล คือไม่อยากให้มันบวช เพราะถ้ามันบวช ความเป็นเพื่อนหรือมากกว่านั้นของเราจะต้องเปลี่ยนไปแน่นอน
"กรูยังไม่อยากคิดเรื่องสึกหรอก สึกไม่สึกมันก็มีค่าเท่ากันสำหรับกรู"
"เมิงจะไม่สึกเหรอ" ผมเริ่มลน ใจเริ่มแกว่งๆ บอกไม่ถูก ไม่อยากให้มันเปลี่ยนสถานะไป
มันไม่พูดอะไร ผมจอดรถเลยครับถนนมันแคบ ผมแมร่งไม่สนใจแล้ว ลงไปจอดเกือบตกคลอง
"กรูไม่ไปแล้ว ไอ่อ้อย กรูไม่ไปทำงานก็ได้ เมิงกลับมาเหมือนเดิมนะ" ผมหันไปเขย่าแขนมัน น้ำเสียงสั่นๆอ่ะ ยอมรับว่าตอนนั้นช๊อค เพราะตอนแรกที่เห็นพระหน้าเหมือนมันแล้วคิดว่ามันจะบวชก็ช๊อคเกือบแย่ นี่มารู้ว่ามันจะบวชเลยไปกันใหญ่
"ไอ่บร้า" มันหัวเราะ แต่เสียงสั่นๆ " เมิงไปเหอะ อนาคตเมิง เมิงมีแม่มีน้องอีกนะเว้ย กรูไม่เป็นไรจริงๆ " มันเอามือมาจับมือผมที่กุมแขนมันไว้
"แล้วทำไมเมิงต้องทำอย่างงี้ว่ะ ไอ่สาดดด กรูขอโทษก็ได้ เมิงจะปล้ำกรูก็ได้กรูยอมเมิงแล้ว ฮือๆๆ เมิงอย่าทำอย่างนั้นเลยนะกรูขอร้อง " อายจังถ้าจะบอกว่าตอนนั้นร้องไห้อีกแล้ว ความรู้สึกเหมือนตอน รร จัดงานเลี้ยงส่งตอน ป.6 หรือ ม.6 ประมาณนั้น เหมือนว่าจะไม่ได้เจอกันอีก แต่ความรู้สึกนี้มันแรงกว่า
"นะ เมิง เรากลับไปเหมือนเดิมก็ได้นะ กรูไปทำงานที่เดิมกับเมิงก็ได้นะเว้ย ฮือๆ" สะอื้นแหะๆ อายว่ะ
"ไอ่เอี๊ย ทำอย่างนั้นไม่ได้นะเว้ย แมร่ง " มันโผกอดผมแน่น ผมเลยปล่อยโฮซะเต็มที
"กรูให้เมิงบวชได้ 3เดือนเท่านั้นนะเว้ย" ผมยังคงเพ้อเจ้อ
..........................................................................
"เฮ้ยย เมิงหยุดร้องก่อน แล้วฟังกรู"
"มันไม่ใช่อย่างที่เมิงคิด ไม่ใช่เพราะเมิงที่ทำให้กรูตัดสินใจอย่างนี้ กรูเลือกมันเอง ฟังกรูนะ ไอ่เป็ด ไอ่เอี๊ย เมิงดีใจมั๊ยตอนที่เมิงรู้ว่าได้เป็นสจ๊วต" ผมพยักหน้า ผละจากอ้อมกอดมัน ปาดน้ำตา สายตาทอดยาวออกไป แสงอาทิตย์กำลังหายไป
"มันเป็นสิ่งที่เมิงรอคอย กรูรู้ กรูก็เหมือนกัน กรูมีความสุขที่ได้ตัดสินใจไปแบบนี้ เมิงจะมาทำลายความสุขอันน้อยนิดกรูได้ลงคอเหรอ" ผมหลับตาแค้นให้น้ำตาหยดสุดท้ายออกมาให้หมด
"เมิงเชื่อกรูนะว่า ต่อให้กรูจะต้องไปอยู่ที่ไหน ไกลกว่านี้สักเท่าไหร่ กรูก็จะคิดถึงเมิง" มันเอื้อมมือจับบ่าผมบีบแน่น
"หมายความว่าไง เมิงจะไปอยู่ไหน"..........................
ผมเข้าใจทุกอย่างแล้วครับ ตอนนี้ มันคงมาถึงทางตันสำหรับเราทั้งคู่แล้ว คงไม่มีอะไรไปมากกว่านี้แล้ว บางที มนุษย์ก็มักไม่เลือกที่จะเดินทางที่สุขสมหวังเสมอไป ผมตัดสินใจตอนนั้นว่า ผมจะไปแน่นอน มันก็ตัดสินใจว่ามันคงจะบวชแน่นอน ผมได้ร้องไห้ไปแล้ว ความรู้สึกโล่งขึ้น ยิ่งได้ฟังที่มันพูดว่า "กรูมีความสุขที่ได้ตัดสินใจไปแบบนี้ เมิงจะมาทำลายความสุขอันน้อยนิดกรูได้ลงคอเหรอ" ผมยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่า สิ่งที่มันตัดสินใจลงไปนั้น มันคิดดีแล้ว ต่อไปมันจะเข้มแข็งขึ้น ผมคิดอีกที มันดีกว่าไม่ใช่เหรอกับการที่คนที่เรารักเลือกจะอยู่ในที่ที่เค้าคิดว่ามีความสุขโดยการตัดสินใจของเค้าเอง แทนที่เราจะผลักไสคนที่เรารักไปให้คนอื่น น้ำตาผมแห้งไปแล้วหล่ะ ผมถอยรถขึ้นมาจากขอบถนน มุ่งตรงไปยังวัดทันที ผมจอดรถไว้หน้าวัดเพราะข้างในกลับรถยาก
"กรูกลับก่อนนะ" ผมเอ่ยคำร่ำลา
"อืม"
เราทั้งคู่นั่งนิ่ง ผมไม่อยากให้มันก้าวเท้าออกไปจากรถเลย มันก็คงเช่นกัน
"กรูขอกอดเมิงอีกสักครั้งได้มั๊ย.............ครั้งสุดท้าย" มันขอ
ผมมองไม่เห็นใบหน้าของมันอีก เพราะความมืด แต่ผมก็รู้ดีว่าเราทั้งคู่ต่างรู้สึกยังไง รู้ได้ยังไงนะเหรอ ก็จากอ้อมกอดไง
มันโน้มตัวช้าๆ ลมหายใจปะทะใบหน้าผมอยุ่เบา แล้วอ้อมกอดจากมิตรภาพของมันก็สวมกอดผมไม่แน่นไม่เบา แต่รับรู้ได้ถึงความรักที่มันมีให้ ผมสนองความรักของมันด้วยกันโอบมันกลับอย่างแผ่วเบา มือของผมลูบหัวมันเบาๆ
"ผมเมิงก็สวยเหมือนกันนะ" ผมพูด...........
"เมิงเชื่อกรูนะว่า ต่อให้กรูจะต้องไปอยู่ที่ไหน ไกลกว่านี้สักเท่าไหร่ กรูก็จะคิดถึงเมิง" มันเอื้อมมือจับบ่าผมบีบแน่น
"หมายความว่าไง เมิงจะไปอยู่ไหน"..........................
ผมจะไม่ปล่อยอ้อมกอดผมจากมันก่อนเป็นอันขาด ผมคิดในใจ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ผมก็จะรอจนกว่ามันจะคลายมืออก ผมถึงจะปล่อย ผมจะไม่ทิ้งมันก่อนอีกแล้ว
มันค่อยๆคลายมืออกจากผม ลมหายใจแรงกว่าครั้งไหนๆ ผมรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นตุ๊บๆของหัวใจ การกล่าวลามันลำบากอย่างงี้นี่เอง แต่อย่างน้อยกรูก็ไม่ได้จากไปโดยไม่ร่ำลา......................................
มันเปิดประตูออกไปจากรถ ผมได้เห็นหน้ามันชัดๆอีกครั้ง ก่อนที่มันจะปิดประตู
"รอกรูเดี๋ยวนะ" แล้วมันก็วิ่งหายไป
ผมว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ความขัดแย้งต่างๆกรูเข้ามาในหัว ตกลงผมอยากไปจากมันหรือปล่าว ตกลงผมควรจะดีใจหรือเสียใจ แล้วตกลงผมรักมันแบบไหนกันแน่ มันวิ่งวนเวียนสลับกันไปสลับกันมา
"ก๊อกๆๆ" มันเคาะกระจก
"อ่ะ กรูให้เมิง ต่อไปเขียนเรื่องราวของเมิงแทนกรูด้วยนะ ถึงกรูจะเขียนสู้เมิงไม่ได้ แต่กรูอยากให้เมิงเก็บไว้" ผมรับสิ่งที่มันยื่นให้ สมุดบันทึกรูปเด็กผู้ชายนั่งสูบบุหรี่ เหมือนเมิงจริงๆ
"หมดเล่มเมื่อไหร่ฝากไว้ที่แม่เมิงนะ กรูมีโอกาสจะกลับไปเอา" มันว่า
"งั้นกรูส่งอีเมล หรือไม่ก็จดหมายหาเมิงได้มั๊ย" ผมถาม
"อย่าเลย เป็ด ขอเวลาให้กรูเถอะนะ กรูพร้อมเมื่อไหร่ เมื่อนั้น เมิงจะเห็นกรูคนเดิมเอง" ผมไม่เข้ามันจริงๆ แต่ตอนนั้นผมไม่อยากจะเซ้าซี้อะไรอีกแล้ว
"โชคดีนะ.......ที่รัก" มันอมยิ้ม ผมจะจำรอยยิ้มครั้งนี้ไปตลอดชีวิต
"อืมมม" ผมถอยรถออกมา มองผ่านกระจกหลัง มันยังคงยืนอยู่ตรงนั้น โบกมือให้ ผมใจหาย คิดในใจ ต่อไปเราจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้วเหรอ จะไม่มีใครมากวนส้นทีน ไม่มีใครมาคอยแทะโลม ไม่มีใครมาคอยอยู่เป็นเพื่นให่อุ่นใจ ไม่มีใครวิ่งไล่ปล้ำ ไม่มีใครเอาหนวดมาถูที่คอ ไม่มีใครให้ด่า และที่สำคัญ ไม่มีใครกอดผมด้วยความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว คิดแล้ว น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง ภาพของมันค่อนๆจางหายไปกับความมืดดดดดดดดด...........................................
ผมกลับรถมาถึงบ้านเล่าให้แม่ฟังเรื่องที่อ้อยจะบวช
"แม่รู้นะว่าอ้อยคิดยังไงกับลูกน่ะ แล้วลูกหล่ะ" แม่ถาม แปลกใจที่ผมไม่ตกใจเลย
"หนูไม่รู้เหมือนกันแม่ หนูรู้ว่าหนูห่วงมัน แต่หนูไม่รู้ว่าหนูรักแบบไหน เพราะหนูไม่เคยรักผู้ชาย หนูเลยไม่เข้าใจว่าที่หนูรู้สึกอยู่ตอนนี้ คือรักรึป่าว" แม่พยักหน้า
"แม่สงสารอ้อยนะลูก" แม่พูดมาคำเดียว ทำให้ผมเข้าใจอะไรได้มากมาย ถ้าผมจะรักกับอ้อยจริงๆแม่ก็คงไม่ว่า....แต่มันเป็นไปไม่ได้
"อ้อยมันจะบวชวัน.....นี้นะแม่ หนูเลยขอให้แม่เป็นเจ้าภาพ มันไม่มีใคร เราคงต้องไปกันแค่นี้แหละ แต่เดี๋ยวหนูว่าจะลองไปบอกบุญกับพ่อมันก่อน ยังไงแม่ช่วยเตรียมของให้ด้วยนะ บวชเสร็จเห็นมันว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง หนูก็ไม่รู้ แต่มันสัญญาว่ามันจะมาเยี่ยมแม่นะ" ผมเล่าให้แม่ฟัง
"แล้วลูกว่าไงหล่ะ"
"หนูจะว่าไงได้แม่ หนูก็อนุโมธนาสาธุกับมัน หนูห่วงมัน ห่วงมันมาก แต่ถ้ามันได้ครองผ้าเหลืองแล้ว หนูก็คงไม่ต้องห่วงมันอีกแล้ว" แม่ยิ้ม ผมก้มหน้าหลบสายตาแม่
"ลูกไม่เป็นไรนะ" แม่จับมือผม แม่รู้เสมอว่าผมรู้สึกยังไง เพราะแม่คือแม่ของผม...
..........................................................................
เมื่อวานที่ผมบอกว่าจะคุยกับแม่เรื่องอ้อย ก็เป็นเรื่องเตรียมงานบวชให้มัน แล้วที่จะหายไป 3-4 วันเป็นงานบวชมันเหมือนกัน
..........................................................................
มาถึงตอนนี้ผมเข้าใจความรู้สึกมันมากขึ้น จากไดอารี่ของมัน ทำให้ผมได้คิดว่า ความรักมันเกิดขึ้นได้เสมอ ความรักไม่มีเพศ คนเราต่างหากที่ไปกำหนดเพศให้มัน ทุกคนมีสิทธิ์รัก แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้รักไว้ครอบครอง(เอามาจากส่วนนึงของไดอารี่เด็กขี้ยา) ผมยังคงอ่านไดอารี่ของมันวันละตอนได้เห็นภาพครั้งแรกที่มันเจอผม ได้คุยกับผม ได้ไปทำไฟล์ด้วยกัน ทุกอย่างที่มันเขียนผมเพิ่งรับรู้เมื่อวัน 2 วันนี่เอง อ่านไปก็รู้ว่าตัวเองมีค่าขนาดนี้เลยเหรอ ผมอ่านมันอย่างช้าๆ ด้วยไม่อยากให้มันจบเร็ว อย่างน้อย ผมจะได้รู้สึกว่ามันอยู่ข้างๆ คอยส่งน้ำเต้าหู้ให้เสมอ
ต่อจากนี้ไปอีกเดือนกว่าๆ ผมจะใช้ชีวิตกับแม่กับน้องให้คุ้มค่าที่สุด ผมไปถึงที่นั่นเมื่อไหร่ ผมจะเขียนไดอารี่เล่มนี้ทันที กรูสัญญา เมิงจะรู้ทุกเรื่องราวที่กรูเป็น และกรูจะรอวันที่ไอ่อ้อยคนเดิมกลับมา กรูจะรอ
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ....... 
ไม่ได้ลงหลายวัน ไม่รู้มีใครรออ่านอยู่หรือเปล่าครับ |
|
|