 (D)

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเฒ่าชาวสกอตต์ ออกอาการชื่นมื่นสุดเหวี่ยง หลังบรรลุความสำเร็จขั้นโสดาบัน นำทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีก 18 สมัยเทียบเท่าสถิติสูงสุดของ ลิเวอร์พูล พร้อมย้ำชัดอีกรอบ ยังไม่มีแผนวางมือหลังจบซีซั่นนี้
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรมหาอำนาจแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงอารมณ์ปลาบปลื้มใจอย่างยิ่งกับการนำทีม "ปีศาจแดง" ผงาดคว้าแชมป์ลีกครั้งที่ 18 เป็นสถิติสูงสุดเทียบเท่า ลิเวอร์พูล คู่แค้นตลอดกาล หลังเปิดบ้านเสมอ อาร์เซน่อล 0-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้าหมายที่จะป้องกันโทรฟี่ต่อไปอีกในฤดูกาลหน้า
*** เฟอร์กูสัน ซึ่งทำสถิติเป็นกุนซือคนแรกที่นำทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 3 สมัยซ้อนได้ถึง 2 ครั้ง ***  
กล่าวว่า "นี่คือเกม 90 นาทีที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เราก็ผ่านพ้นมาได้ ไม่มีจังหวะเซฟประตูแม้แต่ครั้งเดียวในเกม และนั่นก็บ่งบอกได้ถึงรูปเกมที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง"
ต่อข้อซักถามที่ว่าการเทียบสถิติแชมป์ลีก 18 สมัยของ "หงส์แดง" มีความหมายสำคัญอย่างไรนั้น "เฟอร์กี้" ตอบกลับมาว่า "มันน่าจะพิเศษยิ่งกว่านั้นได้อีก หากเรานำหน้าพวกเขาได้สำเร็จ เราอยากจะพบความก้าวหน้าร่วมกับทีมชุดนี้ ซึ่งมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จ นี่คือยอดทีมคนหนุ่ม และเราก็จะเดินหน้าคว้าแชมป์ต่อไปอีกในปีหน้า"
พร้อมกันนั้น นายใหญ่เลือดสกอตต์ วัย 67 กะรัต เปิดเผยว่าการโค่นบัลลังก์ความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ถือเป็นเป้าหมายอันดับแรกของตนมาตลอด นับตั้งแต่ย้ายจาก อเบอร์ดีน มากุมบังเหียนในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อปี 1986
"สิ่งนั้นคือเป้าหมายของเรา เพราะพวกเขาคือสุดยอดทีมของประเทศในยุคนั้น แต่ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยด้วยซ้ำไปว่าผมจะคว้าแชมป์ได้ถึง 11 สมัย ไม่ว่าจะเป็นการคุมทีมอีกกี่ล้านปีก็เถอะ เป้าหมายสำคัญของผมก็คือคว้าแชมป์ครั้งแรกให้ได้ และก็แน่นอนว่าเราพัฒนาได้รวดเร็วจริงๆ หลังจากนั้นเป็นต้นมา" เฟอร์กูสัน ระบุ
ท้ายที่สุด เฟอร์กูสัน เน้นย้ำว่ายังไม่มีแผนการวางมือจากอาชีพผู้จัดการตอนจบซีซั่นนี้ หากสามารถนำขุนพล
"เร้ด เดวิลส์ " โค่น บาร์เซโลน่า
ป้องกันแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ
ในแมตช์ชิงชนะเลิศ ที่สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก้
กรุงโรม ประเทศอิตาลี คืนวันพุธที่ 27 พ.ค.นี้
จนทำสถิติเหมากวาด
*** 4 แชมป์ได้เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลก **** 
"ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องวางมือ ผมยังไม่ได้ไตร่ตรองเรื่องนั้นแต่อย่างใด ผมจะทำงานต่อไป และสุขภาพร่างกายก็จะบอกผมเองถึงเวลาที่ควรจะเลิกคุมทีม" เซอร์ อเล็กซ์ ปิดท้าย  |
|