 (N)

ประวัติหลวงปู่เชื้อ ตุฏฐสีโล
วัดยางมณี ตำบลองครักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง
อายุ ๘๙ ปี ๖๙ พรรษา
ท่านมีนามเดิมว่าเชื้อ อนุสุวรรณ เกิดเมื่อเดือน๑๒ พุทธศักราช ๒๔๖๙ ที่หมู่ ๘ บ้านบางเจ้าฉ่า อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เป็นบุตรคนสุดท้องของ นายแพ และ นางอิน นามสกุล อนุสุวรรณ เมื่ออายุ ๖ ขวบได้ป่วยเป็นโรคริดสีดวงในจมูก เนื่องจากสูดดมควันไฟที่สุมไล่แมลงในคอกควายหลังบ้านเป็นประจำ ขณะนั้นโยมแม่ได้พาไปรักษากับหมอยาไทยแต่ไม่หาย แม่ของหลวงปู่เชื้อจึงได้นำท่านไปให้หลวงพ่ออ่อน วัดยางทอง อำเภอโพธิ์ทองรักษาจนหาย เมื่อหายดีแล้วโยมแม่ของท่านจึงได้ฝากท่านไว้กับหลวงพ่ออ่อง เพื่อที่ท่านจะได้อยู่อุปัฏฐากรับใช้หลวงพ่อ และมีโอกาสได้ร่ำเรียนเขียนอ่านภาษาไทย กระทั่งท่านอายุได้ ๑๒ ปีเต็ม หลวงพ่ออ่องจึงทำการบวชเณร โดยมีพระมหาทอง วัดบุญศิริวิทยาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อบวชแล้วก็เรียน จนสอบได้นักธรรมตรีเมื่ออายุ ๑๓ ปี ทางหลวงพ่ออ่องจึงส่งท่านไปเรียนต่อที่กรุงเทพมหานคร โดยได้ฝากท่านไปอยู่กับพระพรหมมุนี (ปลด กิตฺติโสภณ) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร (ต่อมาได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 14 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)
เมื่อได้อยู่อุปัฏฐากรับใช้ร่ำเรียนธรรมกับพระพรหมมุนีมาระยะหนึ่งได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๘๕ ท่านจึงเดินทางกลับจังหวัดอ่างทอง มาอยู่วัดโบสถ์จนได้มีโอกาสได้เรียนรู้การทำเบี้ยกับหลวงพ่อพัก เมื่อท่านมรณภาพแล้ว จึงได้ไปอยู่กับพระปลัดปลั่ง วัดบ้านสร้าง และได้ทำการอุปสมบทที่นั่นเมื่ออายุครบบวช โดยมีพระครูนาม วัดเกาะ เป็นพระอุปัชฌาย์ และ พระปลัดปลั่ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พอออกพรรษาแล้ว พระปกครองในวัดเบญจมบพิตรฯ ได้มาตามท่านให้ไปอยู่ช่วยทำงานที่วัดโมลีโลกยาราม (วัดท้ายตลาด) กทม. ท่านก็ไปอยู่ให้ ๑ ปี จากนั้นก็ย้ายไปอยู่วัดบางมดอีก ๑ ปี ณ วัดยางมดนี่เองที่ทำให้ท่านได้พบปะสนทนากับหลวงพ่อโอภาสีเกือบทุกเย็น ทำให้ได้เรียนรู้วิธีทำกรรมฐานแบบหลวงพ่อกบ วัดถ้ำสาลิกา จากหลวงพ่อโอภาสี จากนั้นทางพระผู้ใหญ่ก็ส่งท่านกลับมาอยู่วัดยางมณี เพื่อช่วยเจ้าอาวาสในขณะนั้นซึ่งกำลังประสบปัญหาทางด้านการยอมรับจากชาวบ้าน ระหว่างนี้ท่านได้เดินทางไปหาวิชาความรู้จากหลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรีเป็นประจำ เนื่องจากวัดนี้อยู่ไม่ไกลจากวัดยางมณีเท่าไรนัก และได้ไปเรียนวิชาการลงตะกรุดดอกทองกับหลวงพ่อสนั่น วัดเสาธงทอง วิชาทำเชือกคาดเอวจากหลวงพ่อชวน วัดยางมณี วิชาลงธงพระฉิมจากหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
หลังจากนั้นท่านก็ได้ออกเดินทางแสวงหาพุทธาคมไปยังที่ต่างๆ และได้ร่ำเรียนกรรมฐานและวิชาอาคมกับ หลวงพ่อโปร่ง วัดกษัตราธิราช หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว หลวงพ่อโอน วัดโคกเดื่อ หลวงพ่อทบ วัดชนแดน หลวงพ่อเกษม สุสานไตรลักษณ์
ต่อมาหลวงปู่เชื้อท่านได้สร้างวัตถุมงคลขึ้นหลายอย่าง ปรากฏว่ามีประสบการณ์ในด้านความขลังมากมาย จนเป็นที่ศรัทธาของสาธุชนทั่วไปเช่น สิงห์แกะ พระสมเด็จตาผ้าขาวลอยน้ำ มีดหมอขนาดต่างๆ และปัจจุบันทางวัดยางมณีได้จัดสร้างเหรียญหลังสิงห์รุ่นแรกของท่าน ขึ้น โดยจะเริ่มเปิดจองอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันสงกรานต์นี้ไปจนถึงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ปลุกเสกเสร็จและรับพระได้ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป |