 (N)
ประวัติของสำนักสงฆ์วัดป่าพญาขอม เป็นสำนักสงฆ์ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อบ้านสร้างติ่ว อยู่ ตำบลนาแก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม สำนักสงฆ์แห่งนี้ แต่ก่อนมีพื้นที่เล็ก มีศาลาการเปรียญพัง ๆ ที่มีสังกะสีมุงหลังคาตรงที่มีพระประธานเท่านั้น (ที่ผมจำภาพตอนนั้นได้) และไม่มีพระอาศัยอยู่เลย หมู่บ้านมีบ้านคนไม่ถึง 60 หลังคาเรือนตอนนั้น ย่าเล่าให้ฟังว่า วัดนี้คนเขาเรียกวัด โนนดินจี่ (คำว่าโนนดินจี่ คือ ที่เนินที่เขาเผาศพคนตาย จะเห็นได้ข้างๆรอบวัดจะมีต้นสีเสียดและหลักไม้สลักชื่อคนตายถูกฝังอยู่ที่นั่น) สำนักสงฆ์แห่งนี้เคยถูกขุดพบ หม้อ ไห และสิ่งอื่นๆ ย่าเล่าให้ฟังว่า (ย่าผมตอนนี้ 80 กว่าปี) ว่าวัดที่เป็นที่พักสำหรับคนที่ไปแสวงบุญงานนมัสการพระธาตพนม ซึ่งงานวันเวลาจัดพิธีกรรม
วันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี เส้นทางนี้ใช้เป็นการไปแสวงบุญ และเป็นที่พักแรมในระหว่างการเดินทาง ซึ่งการเดินทางจะมีทั้ง พระสงฆ์และผู้คนไปแสวงบุญ เลยมีการสร้างที่ัพักเป็นการถาวรและมีศาลาและพระพุทธรูปไว้กราบไหว้ ซึ่งสำนักสงฆ์แห่งนี้ร้างมานานมาก จนกระทั้งมีพระรูปหนึ่ง ธุดงค์มาจากระยอง ถ้าจำไม่ผิด( ชื่อพระอาจารย์จ๊อด) แต่ผมจำชื่อทางธรรมท่านไม่ได้ มาจำพรรษาอยู่ที่นี่ (ตอนนีั้นผมอายุ 15 ตอนนี้ผม 38) ท่านได้สร้างอะไรหลายอย่างให้กับสำนักสงฆ์แห่งนี้ มีญาติโยมจากต่างถิ่นเข้ามาทำบุญรู้จักสำนักสงฆ์แห่งนี้มากขึ้น ศาลาการเปรียญเสร็จสวยงาม มีกุฏิพระเพิ่มขึ้นมีพระจำพรรษาเพิ่มมาขึ้น สำนักฆสงฆ์แห่งนี้มีห้องน้ำไว้ต้อนรับแขกเกือบ 20 ห้อง ที่แห่งนี้เป็นที่ดอนจึงขาดน้ำ(สมัยก่อนไม่มีประปาหมู่บ้าน) แต่ท่านได้ขุดสระและต่อท่อน้ำไปรดต้นไม้รอบวัด ทางเดินของวัดแห่งนี้เทด้วยปูนซีเมนต์ทั้งหมด เชื่อมกุฏิต่อกฏิซึ่งห่างกันมาก ผนังศาลาการเปรียญ ได้เขียนจารึกชื่อผู้ที่มาร่วมทำบุญจนไม่มีที่จะเขียน (ผมจำได้ว่าผ้าป่ามาเดือนละ 3 ครั้ง ) มาจากทุกที่ บ้านค่ายระยอง พันเสด็จชลบุรี การไฟฟ้านครหลวง และกรุงเทพมหานคร และที่อื่นมากมาย และวัดได้มีการซื้อที่เพืมแล้วสำนักสงฆ์แห่งนี้ก็กว้างขวางขึ้น ต้นไม้แต่ละต้น สูงกว่าเสาไฟฟ้า ร่มรื่นด้วยต้นไม้ให่ แดดไม่ค่อยส่อง แต่ก่อนไม่ค่อยมีใครเข้าไปในที่นี้เท่าไหร่ (เฮี้ยนพอสมควรและก็มืดมาก ป่ารกต้นไม้ใหญ่) เมื่อพระอาจารย์จ๊อด มรณะภาพลง ตอนนี้วัดก็ทรุดโทรมไปตามสภาพ พระจำพรรษาก็ไม่มี ตอนนี้มีพระรูปเดียวที่จำพรรษาอยู่คือ หลวงพ่อเวหา ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้าน ตอนนี้ สำนักสงฆ์แห่งนี้กำลังขอทำเรื่องจากสำนักสงฆ์ยกระดับให้เป็นวัด และเสนาสนะในวัดก็เริ่มทรุดโทรมลง ผมในฐานะ คนเกิดและเติบโตในหมู่บ้านนี้เลยตัดสินใจจะทำผ้าป่าเพื่อช่วยทะนุบำรงสำนักฆ์สงแห่งนี้ต่อไปในภายหน้า
จึงจัดทำพระสิวลีเศรษฐีศรีโคตรบูรณ์ขึ้นเพื่อบอกบุญมายังทุกท่านในที่นี้
###ทำไมถึงชื่อว่า พระสิวลีเศรษฐีศรีโคตรบูรณ์ เนื่องจากดินแดนแถบลุ่มน้ำโขง ถูกเรียกว่าอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ในครั่งอดีตกาล ทุกคนทั่วสารทิศจะไปเดินทางไปกราบไหว้แสวงบุญในงานนมัสการพระธาตพนม ซึ่งบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งบรรจุอยู่ในองค์พระธาตุพนม ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นที่พักของคนสมัยก่อนที่เดินทางแสวงบุญ ที่พระธาตุพนมซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนไทยทั้งประเทศ |