(N)
 พระคาถาที่ถือว่าเป็นที่สุดของคาถาทุกบท และ เวสารัชชกรณญาณ ๕ หลังเหรียญ ที่ระลึก ๘๙ ปี หลวงปู่ฮ้อ พุทธสโร วัดชุมแสง จ.ระยอง
นะ - โม - พุท - ธา - ยะ / สะ - สะ - พา - วิ - ปะ
ผมว่าเรื่องคาถาอาคมนี้มีเคล็ดลับครับ อยู่ที่จิตที่ต้องตั้งใจในอาคมที่ตนพร่ำบนว่าศักดิ์สิทธิ์จริงช่วยได้จริง จิตจึงมีกำลังไม่ใช่ท่องอย่างนกแก้วนกขุนทอง หลายๆคนมักมาถามว่ามีคาถาอะไรดีๆที่ขลังที่สุด ผมคิดว่าว่ามันขลังทุกตัวละ อยู่ที่คนไม่ได้ตอบแบบกำปั้นทุบดิน แต่เราต้องมั่นใจก่อน คาถาที่จะพูดถึงในที่นี้เป็นคาถาแรกที่โบราณท่านถือว่าเป็นที่สุดของคาถาทุกบทและใช้ง่ายซึ่งหากสังเกตุดูคาถาต่างๆนั้น มักใช้คาถาตัวนี้หนุน ให้มีกำลังเพิ่มขึ้นโดยนำมาต่อท้ายหรือ ให้ใช้ท่องบ่นประจำ ก็จะเกิดอนุภาพได้แบบฝอยท่วมหลังช้างคือมั่นใจแล้วขอใช้ได้ทุกเรื่อง ซึ่งคาถาดังกล่าวก็คือ พระคาถาพระเจ้าห้าพระองค์ที่มีอยู่ ๕ คำเท่านั้นคือ นะ - โม - พุท - ธา - ยะ จัดเป็นคาถาแบบกายสิทธิ์ดีในตัวทั้งเป็นธาตุคาถาด้วยพร้อมสรรพ คำว่าธาตุคาถาด้วยคือหากมั่นภาวนาอาคมในกายจะเข้มขึ้นและธาตุในกายจะสมส่วน
ด้วยโดยโบราณท่านว่าคาถานี้มีคุณ ๕๖ คือกำลังพระพุทธเจ้า โดยแยกธาตุได้ดังนี้คือ
นะ พระกกุสันโธ สัมมาสัมพุทธเจ้า หมายเอาธาตุน้ำกำลัง ๑๒
โม พระโกนาคม สัมมาสัมพุทธเจ้า หมายเอาธาตุดินกำลัง ๒๑
พุท พระกัสสัปโป สัมมาสัมพุทธเจ้า หมายเอาธาตุไฟกำลัง ๖
ธา พระโคตะโม สัมมาสัมพุทธเจ้า หมายเอาธาตุลมกำลัง ๗
ยะ พระศรีอริยะเมตตไตย สัมมาสัมพุทธเจ้า ที่จะมาในอนาคต หมายเอาธาตุอากาศกำลัง ๑๐
รวมเท่ากับ ๕๖ เท่ากำลังพุทธคุณพอดี พระคาถานี้คือที่โบราณว่า ขวานเล่มใหญ่ที่แปลว่า หากเรื่องที่เราประสงค์เปรียบเหมือนต้นไม้ในป่า พระคาถานี้ก็คือขวาน ที่สามารถหมายเอาได้ทุกเรื่อง แบบขวานที่ฟันเอาไม้ได้อย่างไรครับ หลายคนอาจมองว่าเป็นพระคาถาพื้นๆ เพราะรู้ๆกันอยู่ ของดีนะมีไม่มากและอยู่แบบเส้นผมบังภูเขา พระคาถานี้นับว่าเป็นต้นของสรรพวิชาไม่ว่า ปถมัง มหาราช อิธะเจ ตรีนิสิงเห พุทะคุณที่เป็นผงวิเศษห้าประการก็หนี พระเจ้าห้าพระองค์ไม่พ้น
นะ - โม - พุท - ธา - ยะ / สะ - สะ - พา - วิ - ปะ
เวสารัชชกรณญาณ ๕
คือคุณธรรมที่ทำให้เกิดความแกล้วกล้า, ธรรมทำความกล้าหาญ ได้แก่
๑. ศรัทธา ความเชื่อที่มีเหตุผล มั่นใจในหลักที่ถือและในความดีที่ทำ
๒. ศีล ความประพฤติถูกต้องดีงาม ไม่ผิดระเบียบวินัย ไม่ผิดศีลธรรม
๓. พาหุสัจจะ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก
๔. วิริยารัมภะ ปรารภความเพียรจริงจังในกิจที่ทำอยู่นั้นอย่างมั่นคง
๕. ปัญญา ความรอบรู้ เข้าใจในเหตุผล ดี ชั่ว ประโยชน์ ไม่ใช่ประโยขน์ ฯ รู้คิด รู้วินิจฉัย และจัดการ
พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ธรรม ๕ ประการนี้ จะทำให้ภิกษุที่ยังต้องศึกษา เป็นผู้แกล้วกล้า และ...
ความครั่นคร้ามย่อมมีแก่ผู้ไม่มีศรัทธา แต่ไม่มีแก่ผู้มีศรัทธา, ความครั่นคร้ามย่อมมีแก่ผู้ทุศีล แต่ไม่มีแก่ผู้มีศีล, ความครั่นคร้ามย่อมมีแก่ผู้มีการศึกษาน้อย แต่ไม่มีแก่ผู้ศึกษามาก, ความครั่นคร้ามย่อมมีแก่ผู้เกียจคร้าน แต่ไม่มีแก่ผู้ปรารภความเพียร, ความครั่นคร้ามย่อมมีแก่ผู้ทรามปัญญา แต่ไม่มีแก่ผู้มีปัญญา |
|