ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : 'พลังจิตอันแรงกล้าของหลวงปู่ทิม อิสริโก เสกลูกอมที่เป็นเพียง“ลูกอมดินเหนียว” ของนายเสือ ไม่เชื่ออย่า



(N)


'พลังจิตอันแรงกล้าของหลวงปู่ทิม อิสริโก เสกลูกอมที่เป็นเพียง“ลูกอมดินเหนียว” ของนายเสือ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
----------------------------------------------------------------------------------------
แม้ว่า วัตถุมงคลนั้นไม่ได้ผสมผงอะไรก็ตาม ขอเพียงให้ท่านมีความตั้งใจที่จะทำสิ่งนั้นก็มีความศักดิ์สิทธิเกิดขึ้นแล้ว เมื่อ ปี 2515 วัดละหารไร่ ยังเป็นวัดป่า ทางเดินเข้าวัดลำบากมาก ถ้ามีใครหลงเข้าไปในวัด พูดได้ทันทีว่าคนนั้นเก่ง
แม้ว่าช่วงนั้นประมาณ 3 โมงเย็น หลวงปู่ ผม หมอฑัต กำลังนั่งคุยอยู่ที่หอฉันเก่า เป็นหอฉันที่เก่ามากจริงๆ พื้นไม้กระดานเป็นช่องๆ เดินแรงไปหน่อยก็จะหลุดหรือไม่เท้าของเราอาจจะตกลงไปในช่องกระดานก็ได้ ถ้าไม่ระมัดระวังตัวเองให้ดี
ระหว่างที่นั่งคุยอยู่นั้น ได้มีเณร 2 องค์ เดินมาหาหลวงปู่ ผมจำได้ว่าองค์หนึ่งชื่อ เณรเสือ อีกองค์หนึ่งไม่ทราบว่าชื่ออะไร เณรเสือเป็นเณรที่มีความฉลาดมาก ได้เดินเข้าไปกราบหลวงปู่ทั้ง 2 องค์และก็นั่งดูหลวงปู่
ผมจึงถามเณรว่า “มาจากวัดไหน” เณรเสือตอบว่า “มาจากวัดโอภาษี ต.กระเฉด อ.แกลง จ.ระยอง”
ผมจึงถามว่า “มากันทำไม เดินมาหรือนั่งรถมา” เณรตอบว่า “เดินมา เดินมาตั้งแต่เช้าเกือบตาย อดฉันเพลเลยทั้ง 2 องค์ อยากได้ของดีของหลวงพ่อ” ซึ่งเณรได้พูดให้ผมฟังเป็นภาษาภาคกลาง ส่วนหลวงปู่ท่านฟังไม่เข้าใจ ท่านจึงต้องคอยถามผมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมก็ต้องถ่ายทอดเป็นภาษาระยองธรรมดา ภาษาชาวระยองเวลาออกเสียงเหน่อมาก แต่ที่วัดละหารไร่จะเหน่อยิ่งกว่านี้ ถ้าไม่ใช่ผมอยู่ในพื้นที่ที่นี่มานาน ก็คงฟังไม่รู้เรื่องเช่นกัน
เณรเสือ ได้นั่งเซ้าซี้ขอของจากหลวงพ่อตั้งนาน แต่หลวงปู่ท่านนั่งเฉยไม่พูดอะไร จนผมรู้สึกสงสารเณามาก ส่วนเณรอีกองค์เป็นเณรที่เรียบร้อย นั่งเฉยอย่างเดียวไม่ยอมพูดอะไรเลย ผมดูฤกษ์ยามแล้ว คิดว่าวันนี้เณรทั้งสองคงไม่ได้อะไรจากหลวงปู่แน่นอน จึงชวนให้เณรนอนค้างที่นี่สัก 1 คืน และพรุ่งนี้ค่อยกลับวัดตนเองจะได้หารถเครื่องไปส่งให้ที่ปากทางหรือส่งที่ อ.บ้านค่าย เลยก็ได้ถ้าเจ้าของรถยอมไป
วันนั้นเณรทั้งสองก็ค้างที่วัดทั้ง 2 องค์ พอรุ่งขึ้นหลังจากที่หลวงปู่ฉันเสร็จแล้ว ท่านก็ไปนั่งดูอะไรที่หอฉันหลังเก่าอีก ด้วยความที่อยากได้ของไว้ติดตัวเณรเสือจึงเดินเข้าไปหาหลวงปู่ ผมสังเกตดูเห็นนั่งอยู่เกือบ 2 ชั่วโมงแล้วยังไม่ได้เรื่อง จึงเดินไปหาหลวงปู่ หลวงปู่ตอบว่า “จะมาขอของนี่ นี่บอกว่าไม่มีๆ ก็ไม่เชื่อ” ผมรู้ทันทีว่า หลวงปู่นั่งอยู่ที่นี่ เวลานี้ของไม่มีแต่มีอยู่ในห้อง ซึ่งผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า เณรเสือจะมีวิธีอย่างไร ที่จะขอของจากหลวงพ่อได้
เณรเสือพยายามแล้วพยายามอีกก็ไม่ได้เช่นกัน ผมจึงถามเณรว่า “อยากได้อะไรหรือ” เณรบอกว่า “อยากได้ลูกอมไว้ติดตัว ขอหลวงพ่อตั้งนานแล้วยังไม่ได้”
สักพักหนึ่งไม่ทราบว่าหลวงปู่ท่านคิดอย่างไร ท่านก็พูดว่า “เณรอยากได้ลูกอมไว้ติดตัว ก็ไปเอาดินเหนียวมาปั้นสิ” เณรเสือได้ยินดังนั้นวิ่งลงทุ่งนาทันที ควักดินเหนียวมาปั้นเป็นลูกอมได้ประมาณ 3 เม็ดและก็เดินมาให้หลวงปู่ หลวงปู่ท่านยิ้มๆ ไม่พูดอะไร ท่านหยิบเดินเหนียวที่ปั้นเป็นลูกกลมๆ แล้วใส่ในอุ้งมือนั่งเสกสักพักหนึ่งส่งให้เณร “เณรเสือ” รีบหากระดาษห่องลูกอมไว้ด้วยความดีใจที่ได้ของดีจากหลวงปู่
ผมเคยพบเณรเสือ เมื่อปี 2524 ได้สึกออกมาแล้ว รูปร่างสูงใหญ่ ได้ไปหาผมที่บ้านระยอง ผมจึงถามว่า “เป็นไง ลูกอมดินเหนียวที่หลวงพ่อทำให้ ยังอยู่หรือเปล่า” นายเสือไม่ตอบแต่หยิบสร้อยในคอให้ผมดู” โอ้โห ท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับ ลูกอมดินเหนียวห่อหุ้มในทองคำงามอร่ามไปหมด แถมแขวนอยู่เม็ดเดียวเสียด้วย
นายเสือได้เล่าให้ผมฟังว่า “ลูกอมดินเหนียวเม็ดนี้ ดีจริงๆ ตั้งแต่ได้รับจากหลวงพ่อมา ครั้งแรกก็อดสงสัยไม่ได้ว่า จะดีหรือไม่? สงสัยตั้งแต่หลวงพ่อให้มาแล้ว” ตอนกลับวัดยังหยิบมาดูบ่อยๆ หลวงพ่อให้มา 3 เม็ด แบ่งให้เณรที่ไปด้วย 1 เม็ด บวชเป็นเณรได้ 3 พรรษาจึงสึกออกมาช่วยบ้านทำสวนยาง ช่วงนั้นบ้านถูกปล้น พ่อโดนยิงตาย รู้สึกเจ็บใจและแค้นมาก อยากจะล้างแค้นก็ไม่รู้ว่าคนปล้นเป็นใคร จึงออกมาทำสวนตอนแรกไม่รู้หรอกว่า ตัวเองมีลูกอมที่หลวงปู่ทิมให้มา เพราะลืมและเก็บอยู่ในห่อผ้าเช็ดหน้า
เมื่ออยู่บ้าน วันหนึ่งนั่งนึกอะไรจึงเดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ห่อลูกอม นำลูกอมที่หลวงปู่ให้มานั่งดูและคิดต่างๆ นานาว่าจะดีจริงและศักดิ์สิทธิ์จริงหรือเปล่าหนอ ? จึงคิดอยากจะทดลองดู เลยเดินไปหยิบปืนของพ่อ ซึ่งเป็นปืนลูกซอง อาราธนาบอกหลวงปู่ว่า ตนเองไม่ได้ลบหลู่เพียงแต่จะอยากเห็นของจริงว่าดีอย่างไร ? จะได้มั่นใจ
เมื่ออาราธนาเสร็จก็เอาลูกอมดินเหนียวเม็ดนี้วางบนกระป๋องนมตรามะลิ และใช้ปืนยิงทันที ไม่น่าเชื่อเลยครับ ยิงเท่าไรก็ยิงไม่ออก ไกปืนเหนี่ยวไม่ออก แต่พอยิงไปที่อื่นออกหมด
นายเสือดีใจมาก กระโดดตัวลอยทีเดียว รีบหยิบลูกอมกำไว้กับมือและเมื่อมีโอกาสจึงนำมาเลี่ยมพลาสติกไว้ ตอนเลี่ยมนั่งเผ้าไม่ยอมให้ห่างสายตา จนคนเลี่ยมถึงกับแปลกใจ และเมื่อเลี่ยมเสร็จนำมาห้อยคอไว้ ได้เจออภินิหารของลูกอมนี้จนตนเองมั่นใจมาก เคยถูกคนร้ายลอบยิงตั้งหลายหน แต่ไม่เคยยิงโดนเลย มีอันแคล้วคลาดไปหมด
วันหนึ่งสืบรู้ว่าคนที่ปล้นเป็นใครก็คิดอยากจะไปล้างแค้น กำลังจะเดินออกจากบ้าน อยู่ดีๆ ลูกอมที่คนเองห้อยคอได้เกิดหล่นลงมา ทำให้ตนเองใจไม่ดี คิดว่าหลวงปู่อาจจะเตือนอย่าให้ไปก่อกรรมทำเข็ยญกับใครอีกเลย และอีกไม่นาน คนร้ายที่ไปปล้นบ้านนายเสือก็ถูกจับตายหมด ส่วนลูกน้องที่ร่วมปล้นบ้านนายเสือก็ต้องมีอันเป็นไป บางคนเป็นบ้าไปก็มี ทุกวันนี้นายเสือมีความเป็นอยู่อย่างสบาย ที่ดินใน ต. กระเฉด ก็มีมาก มีรถวิ่งคิวอยู่หลายคัน แต่คอก็ยังห้อยลูกอมดินเหนียวที่หลวงปู่ให้ติดตัวอยู่เสมอ
ผมจึงถามว่า “และอีกเม็ดหนึ่งที่หลวงปู่ให้มา อยู่ที่ไหน” นายเสือรีบตอบทันทีว่า “หายไปแล้วถูกใครไม่รู้เข้าไปในบ้านหยิบเอาไปดีที่ยังเหลือที่คอเม็ดเดียว เม็ดนี้มีคนมาขอซื้อขอเช่าหลายคน บางคนก็เอาของมาแลก แต่ให้ไม่ได้เงินเทงอเราไม่ได้เดือดร้อน มีกินมีใช้ แต่ลูกอมดินเหนียวเม็ดนี้จะหาที่ไหนไม่ได้อีก เพราะหลวงปู่ไม่อยู่ ใครจะทำได้เหมือนกับท่านไม่มี”
เมื่อนายเสือพูดจบก็ขอลูกอมผงพรายกุมารจากผมบอกว่าจะไปฝากลูกๆ และเมียที่บ้าน ทำให้ผมต้องเสียของให้นายเสือไปหลายเม็ดทีเดียว ทำไง? ได้พรรคพวกกันอุตส่าห์มาหามาเล่าเรื่องพิสดารให้ฟัง จะไปรับเงินจากเขามันก็แลดูกระไรอยู่ ใช่ใหมครับ?
เรื่องของนายเสือ ที่ได้ลูกอมจากมือหลวงปู่ แม้ว่าลูกอมเม็ดนั้นจะไม่ได้ผสมผงวิเศษอะไรเลย แต่เนื่องจากจิตของหลวงปู่เป็นจิตที่บริสุทธิ์เมื่อท่านได้ประสิทธิ์ให้แล้วย่อมเป็นของดีที่มีคุณค่า ดังเช่น ท่านเจ้าคุณนรฯ ได้อธิษฐานจิตแผ่เมตตาลงไปในก้อนกรวดชั่วขณะหนึ่ง ก็สามารถทำให้ก้อนกรวดที่ไร้ค่าเปลี่ยนเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณค่าทันที
หลวงปู่ท่านต้องรู้ว่า อนาคตของนายเสือต้องเป็นเช่นนี้ ท่านจึงอนุญาตให้นายเสือไปหยิบดินเหนียวมาปั้นลูกอม ซึ่งผมอยู่กับท่านมานานก็เพิ่งเคยเห็นในครั้งนั้นแหละครับ และเมื่อนายเสือคิดล้างแค้น ท่านก็ได้ดลใจให้ลูกอมหล่นลงมาจากสร้อยเพื่อเตือนใจให้นายเสือไม่ทำชั่ว ถ้านายเสือยังดื้อรั้น เชื่อว่าสิ่งที่เลวร้ายกว่านี้จะต้องตามมา นายเสือจะต้องถูกตำรวจจับและก็ติดคุกไปในที่สุด
เดี๋ยวนี้ “กรรม” ไม่ต้องตามถึงชาติหน้าแล้ว ชาติปัจจุบันนี่แหละเห็นมามากต่อมาก หลวงปู่ท่านเคยพูดให้ผมฟังอยู่เสมอว่า “ผู้ใดเป็นผู้กระทำ ผู้นั้นย่อมได้รับผลกรรมนั้นอยู่ร่ำไป คนไหนทำกรรมดี ย่อมได้รับผลกรรมดีตอบสนอง ส่วนคนไหนทำกรรมชั่ว อีกไม่นานกรรมชั่วก็จะตอบสนองคนผู้นั้นเช่นกัน”
เครดิต: พ.เด็กวัด
ขอบคุณภาพประกอบ

โดยคุณ ตรีปากน้ำโพธิ์ (1.2K)  [ส. 13 ก.พ. 2559 - 15:53 น.]



โดยคุณ ตรีปากน้ำโพธิ์ (1.2K)  [ส. 13 ก.พ. 2559 - 15:59 น.] #3719722 (1/1)


(N)


เครดิต: พ.เด็กวัด-ณ.เชิงเนิน-หลวงปู่ทิม บูรพาจารย์ พิพิธภัณฑ์บุญญาภิรัติ
ขอบคุณภาพประกอบ

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1