ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : พระอุปคุปต์ ชนะมาร วัดไร่แตงทอง จ. นครปฐม



(D)


พระอุปคุต
ในปลายพุทธศตวรรษที่ ๒ หลังพุทธปรินิพพาน ประมาณ พ.ศ. ๒๑๘ ปี ณ นครปาตลีบุตราชธานี (ปัจจุบันคือเมืองปัตนะ ภาคใต้อินเดีย) พระเจ้าศรีธรรมาโศกมหาราช (พระเจ้าอโศกมหาราช) ได้ผ่านพิภพมไหสวรรค์ราชสมบัติ พระองค์ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ได้ทรงสถาปนาสร้างพระวิหารและพระสถูปนัยว่าถึงแปดหมื่นสี่พันแห่งทั่วชมภู ทวีป และได้ทรงขุดค้นพระบรมสารีริกธาตุมาไว้เพื่อนำไปบรรจุในสถูปที่พระองค์ทรง สร้างไว้ทุกแห่ง เมื่อได้ทรงขุดค้นรวบรวมหมดแล้ว ก็อัญเชิญไปสู่นครปาตลีบุตร ทรงกระทำการสักการะสัมมานะโดยเอนกประการ แล้วทรงแจกพระบรมสารีริกธาตุที่เหลือเข้าบรรจุไว้ในพระสถูปองค์ใหญ่อีก ๑ องค์สูงถึงกึ่งโยชน์ที่ฝั่งแม่น้ำคงคา ใกล้นครปาตลีบุตร แล้วนำพระบรมสารีริกธาตุที่เหลือข้าบรรจุไว้ในพระสถูปองค์ใหญ่นั้นและก็ทราบ ว่ามีบางส่วนที่ส่งไปบรรจุไว้ในต่างแคว้น
เมื่อการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระองค์ก็ทรงปรารภที่จะจัดให้มีการฉลองสมโภชพระสถูปเจดีย์ทั้งแปดหมื่นสี่ พันองค์นั้น เป็นการมโหฬารยิ่ง ตลอด ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน ในระยะเวลาดังกล่าวเพื่อให้การฉลองสมโภชเป็นไปด้วยความเรียบร้อยปราศจาก อุปสรรค จึงใคร่จะอาราธนาพระสงฆ์ขีณาสพที่ทรงอิทธิฤทธิ์ เป็นผู้คุ้มครองงานให้ปราศจากการรบกวนจากมาร้ายต่าง ๆ
พระสงฆ์ในนครปาตลีบุตร ไม่มีองค์ใดที่จะรับเป็นผู้คุ้มครองงานมหกรรมอันยิ่งใหญ่นี้ได้ โดยเฉพาะพญาวัสสวดีมาร ผู้มีฤทธิ์ยิ่งกว่าภูตผีปีศาจทั้งหลาย พระสงฆ์ทั้งปวงจึงตั้งตัวแทน ๒ องค์ ลงไปอาราธนาพระอุปคุตเถระผู้เรืองฤทธิ์ ซึ่งจำพรรษาอยู่กลางมหาสมุทรมาช่วยรักษาความปลอดภัยในงานมิให้งานสมโภชองค์ พระสถูปเจดีย์พบอุปสรรค ให้ดำเนินไปโดยตลอดปลอดภัยทุกประการ
เมื่อพระอุปคุตเถระได้รับนิมนต์จากผู้แทนพระสงฆ์เมืองปาตลีบุตรแล้ว ก็เดินทางมานมัสการและรายงานตัวต่อคณะสงฆ์ในวันรุ่งขึ้น พระเจ้าศรีธรรมโศกมหาราชได้เสด็จเข้ามานมัสการคณะสงฆ์ เพื่อขอทราบ ผู้จะเข้ามาทำหน้าที่รักษาการงานฉลองสมโภชพระสถูปเจดีย์ พระสงฆ์แนะนำพระอุปคุตเถระให้ทรงทราบ เมื่อพระองค์ทรงทรงทราบผู้จะมาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในงานแล้ว ก็ทรงนึกแคลงพระทัย เนื่องจากพระอุปคุตเถระมีลักษณะอ่อนแอร่างกายผ่ายผอมเกรงจะทำหน้าที่ไม่ได้ สมบูรณ์แต่ไม่ทรงตรัสว่ากระไร
รุ่งขึ้นวันใหม่ ขณะที่พระอุปคุตหาเถระออกบิณฑบาตในนครปาตลีบุตรนั้น พระเจ้าศรีธรรมาโศกมหาราชใคร่จะทดสอบดูฤทธิ์พระเถระ จึงทรงปล่อยช้างซับมัน ( ช้างตกมัน ) ให้เข้าทำร้ายพระเถระพระมหาอุปคุตเห็นดังนั้นจึงสะกดช้างที่กำลังวิ่งเข้ามา ให้ยุดอยู่กับที่ ไม่ไหวติงประดุจช้างที่สลักด้วยศิลา
เมื่อพระเจ้าศรีธรรมาโศกมหาราชทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ก็ทรงเลื่อมใส จึงเสด็จไปขอขมาโทษพระเถระ ที่ได้กระทำการล่วงเกิน โดยเจตนาจะทดลอง พระมหาอุปคุตเถระ ให้อภัยทั้งแก่พระเจ้าศรีธรรมโศกมหาราชและพญาคชสาร พญาศรีธรรมาโศกมหาราชทรงพอพระทัย ตรัสสั่งให้เตรียมฉลองสมโภชพระสถูปเจดีย์ทั้งหมด ด้วยการปลูกปะรำร้านโรง ประดับธงทิว และประทีปโคมไฟ ตลอดระยะทางกึ่งโยชน์ ตามแนวฝั่งแม่น้ำคงคาสว่างไสวไปทั่วทั้งบริเวณ
บรรลุฤกษ์งามยามดีตามที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ บรรดาพระสงฆ์ขีณาสพและพระสงฆ์ปุถุชน ตลอดพุทธศาสนิกชน ทั้งในนครปาตลีบุตรและต่างแดนจากจตุรทิศ ได้เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่บริเวณงาน ต่างก็มีเครื่องสักการะบูชาอยู่ในมือเพื่อร่วมพิธีฉลองสมโภชพระบรม สารีริกธาตุที่บรรจุอยู่ในมหาเจดีย์ และเจดีย์ทั้งแปดหมื่นสี่พันองค์ ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง
ท่ามกลางบรรดานักแสวงบุญ ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณงานนั้น พญาวัสสวดีเทพบุตรมาร ( เทพบุตรที่เป็นมาร ) ได้โอกาสงามเช่นนี้ ก็แปลงร่างจากปรนิมมิตตะวัสสวดีเทวโลก อันเป็นที่อยู่ของตน ปนเปกับนักบุญทั้งหลายเพื่อทำลายพิธีกรรมอันยิ่งใหญ่นั้น
ในขณะนั้นพระมหาเถระอุปคุต ผู้ได้รับแต่งตั้งให้รับผิดชอบรักษาความปลอดภัยในบริเวณงานทั้งหมด หยั่งทราบด้วยญาณอันวิเศษ ถึงมหาภัยที่กำลังคุกคามอยู่เบื้องหน้า ที่ปลอมมาในรูปของนักบุญจึงเนรมิตร่างสุนัขเน่าที่กำลังขึ้นหนอน อธิฐานให้เข้าไปคล้องไว้กับคอพญามารแล้วอธิฐานว่า แม้เทพดามหาพรหมยมยักษ์ภูตผีปีศาจที่มีฤทธิ์เข้มขลัง ก็อย่าสามารถนำร่างสุนัขเน่านี้ออกจากคอพญามารได้ แล้วขับพญามารหนีออกจากบริเวณงานทันทีพญามารพยายามแก้ร่างสุนัขเน่าด้วยฤทธา นุภาพอย่างไรก็ไม่สามารถแก้ออกได้
พญาวัสสวดีมาร ยอมแพ้แก่พระอุปคุตเถระผู้ทรงฤทธิ์ เมื่อสิ้นคิดที่จะแก้ไข ก็ยอมออกจากบริเวณงานโดยดีแต่ขอร้องให้มหาอุปคุตเถระแก้ร่างสุนัขเน่าออกจาก คอของตน เพราะทนต่อกลิ่นเหม็นไม่ได้พระมหาอุปคุตป์ก็อนุโลมตามแต่ไม่ไว้ใจพญามารสนิท นัก เพราะเกรงพญามารอาจคิดกลับมาทำลายพิธีในภายหลัง จึงอธิษฐานประคตเอวให้เป็นดังโซ่เหล็กผูกพญามารติดไว้กับเขาลูกหนึ่ง นอกบริเวณงาน แล้วบอกแก่พญามารว่า เมื่อเสร็จพิธีฉลองสมโภชพระมหาเจดีย์สิ้นสุดลงแล้ว จึงจะแก้โซ่ออก ปล่อยให้พญามารเป็นอิสระ
เมื่องานฉลองสมโภชมหาเจดีย์ตลอด ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน สิ้นสุดลงด้วยความเรียบร้อย พระมหาเถระจึงได้ไปหาพญามารที่เขานอกเมือง เพื่อสังเกตดูว่าพญามารจะสิ้นพยศหรือยัง ก็ทราบว่าสิ้นพยศแล้วทั้งยังกล่าวสดุดีพระพุทธเจ้าว่า “ สมเด็จพระพุทธชินสีห์” องค์ใด ทรงมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงบำเพ็ญสิ่งอันเป็นที่สุดหามิได้ เป็นที่พึ่งพำนักแก่สัตว์โลกทั้งมวล ในกาลทุกเมื่อ พระองค์นั้นเป็นผู้ประเสริฐหาผู้เสมอเหมือนมิได้ อนึ่ง ในกาลก่อน ข้าพเจ้าได้ทำร้ายพระองค์โดยประการต่างๆ แต่พระองค์ ก็ยังทรงมหากรุณาธิคุณ มิได้กระทำการโต้ตอบแก่ข้าพเจ้าเลย มาบัดนี้ สาวกของพระองค์นามว่าอุปคุตไม่มีเมตตาแก่ข้าพเจ้าเลย กระทำกับข้าพเจ้าให้ได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสและได้รับความอับอายเป็น อย่างยิ่งถ้าหากว่า ข้ายังมีบุญกุศลที่ได้สั่งสมไว้แต่กาลก่อน ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิฐานปรารถนาเป็นพระสัพพัญญูในอนาคต”
เมื่อพระอุปคุตเถระ ได้ยินคำกล่าวสดุดีพระพุทธคุณและแสดงความเสียใจของพญามารออกมาเช่นนั้น ก็เห็นว่าพญามารสิ้นพยศแล้ว จึงแก้โซ่เหล็กออก ปล่อยให้พญามารเป็นอิสสระอีกครั้งหนึ่ง
พระอุปคุตนั้น เกิดขึ้นหลังพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้วประมาณ พ.ศ. ๒๑๘ ปี เราไม่ทราบภูมิเดิมของพระมหาเถระอุปคุตละเอียดเท่าที่ควร ว่าเป็นบุตรของใคร เกิดในวรรณะอะไร ที่ไหน เท่าที่สันนิษฐานตามตำนานพระเถระอุปคุตน่าจะเป็นชาวเมืองปาตลีบุตร เมื่อบวชแล้วบำเพ็ญเพียร จนสำเร็จเป็นพระอรหันตขีณาสพ สำเร็จอภิญญาต่างๆ จนสามารถแสดงอภินิหารได้ร่ำลือมาจนทุกวันนี้ ไม่ชอบคลุกคลีด้วยหมู่ มีปฏิปทาดำเนินไปในทางสันโดษ มักน้อย นัยว่าท่านเนรมิตรเรือนแก้ว ( กุฎแก้ว ) ขึ้นในท้องทะเลหลวง ( สะดือทะเล ) แล้วก็ลงไปอยู่ประจำที่กุฎแก้วตลอดเวลา และคงจะขึ้นมาบิณฑบาตที่นครปาตลีบุตรเป็นประจำ เมื่อมีเหตุเภทภัยเกิดขึ้นในพระศาสนา หรือเมื่อมีพิธีกรรมใหญ่ๆ เมื่อ มีผู้นิมนต์ท่านก็ขึ้นช่วยเหลือด้วยความเต็มใจเสมอ เป็นพระเถระสำคัญองค์หนึ่ง เกิดขึ้นหลังพุทธปรินิพพาน สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้นำกองทัพธรรมแผ่กระจายไปทั่วโลก เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา

โดยคุณ ธนกิต (18.5K)  [ส. 15 ส.ค. 2552 - 11:58 น.]



โดยคุณ ธนกิต (18.5K)  [ส. 15 ส.ค. 2552 - 11:59 น.] #788997 (1/3)


(D)


หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทองมรณภาพครบ 9 ปี

ขอพร-ลอดรูปเหมือนขี่เต่า



ห้วง นี้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้คนเดินทางไปเที่ยวชมและกราบไหว้ บนบานกันเป็นจำนวนมากก็คือ "วัดไร่แตงทอง" ต.ทุ่งลูกนก อ.กำแพง แสน จ. นครปฐม ซึ่งมีรูปเหมือนหลวงปู่หลิวนั่งประทับพญาเต่าเรือนองค์ใหญ่ หรือนิยม เรียกว่ารูปเหมือนขี่เต่า สูง 8 เมตร 1 ศอก กว้าง 6 เมตร 1 คืบ และ ยาว 8 เมตร 1 คืบ จัดสร้างไว้เป็นศูนย์รวมใจของศิษยานุศิษย์และผู้ที่ เลื่อมใสศรัทธาในตัวท่าน โดยปรากฏว่ามีหลายคนที่ได้มากราบไหว้บนบานต่าง ประสบความสำเร็จสมหวังดังที่ปรารถนา ไม่ว่าจะเรื่องโชคลาภ ธุรกิจการงานจน เป็นที่กล่าวขวัญถึงกันอย่างกว้างขวาง

"พระใบฎีกาสาย ชล จิตตะกาโร" เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันเผยถึงที่มาของรูปเหมือนหลวงปู่หลิว ว่า ทางวัดและคณะศิษย์ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดีของ ท่าน ซึ่งถือว่าเป็นรูปหล่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ การก่อสร้าง แล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปี 2548 เหลือแต่ในส่วนของตัววิหารครอบซึ่งถึงขณะนี้ ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วประมาณ70% โดยปัจจุบันมีลูกศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธา จากทั่วสารทิศเดินทางมากราบไหว้ และลอดใต้รูปเหมือนนั่งเต่ากันเป็นจำนวนมาก ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด จนกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของเมือง นครปฐมที่ผู้คนนิยมมาแก้บนกันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ สิ่งที่ใช้แก้บนกันนอกจากดอกไม้ พวงมาลัย ผลไม้ ขนม แล้ว ยังมี "ผัก บุ้ง" ซึ่งแตกต่างจากที่อื่น โดยพระอาจารย์สายชลกล่าวถึงที่มาของการใช้ผัก บุ้งแก้บนว่า เดิมนั้นคนมาแก้บนหลวงปู่หลิวอย่างเดียว ชาวบ้านที่เดินทางมา ส่วนใหญ่จะให้เหตุผลว่าเพื่อให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ

นอก จากนี้ บางคนยังเชื่อว่าลอดแล้วจะอายุยืนเหมือนเต่าและหลวงปู่หลิวที่มีอายุ มากถึง94 ปี ขณะที่คนจำนวนไม่น้อยมาลอดเพื่อขอโชคลาภ เนื่องจากกิตติศัพท์ วัตถุมงคลหลวงปู่หลิว มีพุทธคุณเด่นด้านทำมาค้าขายและเมตตามหานิยม

ต่อ มาหลายคนก็เกิดความคิดว่า น่าจะเอาผักบุ้งมาฝากเต่าของหลวงปู่หลิวด้วย ใน ที่สุดจึงกลายเป็นว่านอกจากของแก้บนหลวงปู่หลิวแล้วยังต้องมีผักบุ้งมาฝาก เต่าของท่านด้วย

เดิมหลวงปู่หลิวเป็นชาวอ. โพธาราม จ.ราชบุรี อายุ 27 ปี อุปสมบทที่วัดโบสถ์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรีหลวง พ่อพระครูโพธาภิรมย์ แห่งวัดบำรุงเมือง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่ออินทร์ วัด โบสถ์ และพระอาจารย์ห่อ เป็นคู่สวด จากนั้นได้ไปจำพรรษาที่วัดหนองอ้อ และ ศึกษาวิชาอาคมเพิ่มเติมกับอาจารย์ชาวกะเหรี่ยงอีกครั้งรวมทั้งหลวงพ่อ แดง วัดเขาบันไดอิฐจ.เพชรบุรี พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน จ. นครศรี ธรรมราช หลวงพ่ออุ้ม จ.นครสวรรค์ และคณาจารย์อีกหลายๆ ท่าน

ระ หว่างปีพ.ศ.2481-2482 ท่านได้อยู่เรียนพระปริยัติธรรมในสำนักวัดหนองอ้อแต่ เรียนนักธรรมตรีได้เพียง 5 เดือนก็ต้องหยุดชะงัก เพราะต้องไปสร้างศาลาการ เปรียญให้กับวัดโคก จ.สุพรรณบุรี ต่อมาได้ย้ายไปจำพรรษา ณวัดร้างในหมู่บ้าน ท่าเสา ช่วยสร้างกุฏิและโบสถ์จนเสร็จ

จึงกลับมายัง วัดหนองอ้อ ปีพ.ศ.2484 ได้รับนิมนต์ไปช่วยบูรณะวัดสนามแย้ จ.กาญจนบุรีโดย ใช้เวลาสร้างสรรค์พัฒนายาวนานถึง 36ปีจึงไปสร้างวัดไทรทองพัฒนา ที่ ต. จระเข้เผือกอ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ใช้เวลาถึง 5 ปีช่วงที่อยู่วัด นี้ ท่านได้เก็บสะสมเงินบริจาคของญาติโยมไปสร้าง"วัดไร่แตงทอง" ในเขต ต. ทุ่งลูกนก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐมก่อนที่จะย้ายมาจำพรรษา และสร้างสรรค์พัฒนาจน เป็นวัดที่ใหญ่โตมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ต่อมาในปี 2540 จึง กลับมาจำพรรษาที่วัดหนองอ้ออีกครั้ง

หลวงปู่ หลิว เป็นพระทรงอภิญญาและมีพุทธาคมสูงส่ง มากด้วยเมตตาพร้อมที่จะช่วยเหลือ ผู้ตกทุกข์ได้ยากในทุกๆ สถานที่ที่ท่านไปจำพรรษาอยู่ทั้งนี้ ได้เคยตั้ง ปณิธานด้วยสัจจะ 2ประการคือ

1.ลดเลิกอบายมุขทุกชนิด

2. เมื่อ มีโอกาสจะสั่งสมบารมี ด้วยการสร้างเสนาสนะภายในวัด เช่น โบสถ์ วิหาร กุฏิ ศาลาการเปรียญ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ท่านมีอุปนิสัยถือสันโดษ ดำรงตนแบบเรียบ ง่ายและมีอารมณ์ขัน

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2543 เวลา 20.35 น. ท่านได้ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิ ณ วัดหนองอ้อ รวมอายุ 95 ปี พรรษา 74

ทั้ง นี้ ในวันที่ 4 ก.ย. 2552 จะตรงกับวันคล้ายวันมรณภาพครบ9 ปี ทางวัดขอเชิญ ศิษยานุศิษย์ร่วมงานบุญเททองหล่อพระอุปคุตขนาดหน้าตักกว้าง60 นิ้ว และร่วม ถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ 1,009 รูป เริ่มเวลา 09.09 น. เป็นต้นไป


โดยคุณ ธนกิต (18.5K)  [ส. 15 ส.ค. 2552 - 12:00 น.] #788999 (2/3)


(D)


ขอเชิญสั่งจอง
เหรียญพระอุปคุปต์ รุ่นชนะมาร
พระอาจารย์สายชล วัดไร่แตงทอง จ. นครปฐม
เนื่อง ในวันที่ 4 กันยายน 2552 เป็นวันครบรอบ วันมรณภาพของหลวงปู่หลิว ในครั้ง นี้ได้มีการเททองพระอุปคุปต์องค์ใหญ่ขึ้นมา และมีถวายภัตตาหารเพลแด่พระ ภิกษุจำนวน 1000 รูป และได้จัดสร้างเหรียญพระอุปคุปต์ รุ่นชนะมารขึ้นมา โดย
คณะกรรมการ่วมสร้าง 2,000 บาท จะได้รับวัตถุมงคลดังนี้
1. เหรียญ เนื้อเงิน 1 เหรียญ จำนวนการสร้าง ไม่เกิน 99 เหรียญ ( มีโค้ต / หมายเลขกำกับ )
2. เหรียญ เนื้อทองแดงหน้ากากทอง 1 เหรียญ จำนวนการสร้าง ไม่เกิน 99 เหรียญ ( มีโค้ต / หมายเลขกำกับ )
3. เหรียญ เนื้อทองแดงหน้ากากเงิน 1 เหรียญ จำนวนการสร้าง ไม่เกิน 99 เหรียญ ( มีโค้ต / หมายเลขกำกับ )
4. เหรียญ เนื้อทองแดงหน้ากากนาก 1 เหรียญ จำนวนการสร้าง ไม่เกิน 99 เหรียญ ( มีโค้ต / หมายเลขกำกับ )
5. เหรียญ เนื้อทองแดง 20 เหรียญ จำนวนการสร้าง 3500 เหรียญ ( มีโค้ต )

ในภาพเป็นเหรียญลองพิมพ์ สภาพ 90% ครับ


โดยคุณ ธนกิต (18.5K)  [ส. 15 ส.ค. 2552 - 12:02 น.] #789001 (3/3)
ปิดยอดและโอนเงิน ภายในวันที่ 20 สิงหาคม นี้ครับ



ธนาคาร ธนาคารไทยพาณิชย์
สาขา ศาลายา
ชื่อบัญชี อธิษฐ์ ธนศรีสุนีย์
เลขบัญชี 3162786778


!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!


Copyright ©G-PRA.COM
www1