 (D)

เลี่ยมเงินเก่า เปิดหน้า ปิดหลังตัดเป็นรูปใบโพธิ์ ตามความเชื่อและความนิยมในสมัยก่อน มีคราบไขเก่าดูง่าย สบายใจ เชื่อมั่นได้ว่าพุทธคุณต้องครบเครื่องทุกด้านแม้จะสร้างเป็นแบบ องค์แบนครึ่งซีก ด้วยเนื้อตะกั่วก็ตาม ทั้งนี้ก็เพราะวัสดุในการสร้างพระสมัยนั้นค่อนข้างหายาก อีกทั้งสมัยนั้นก็นิยมสร้างวัตถุมงคลด้วยเนื้อตะกั่วเพราะสร้างได้ง่ายไม่มีอะไรยุ่งยาก ส่วนพุทธคุณจะดีแบบใดก็อยู่ที่ผู้สร้างมีความเก่งทางด้านใดเท่านั้น ส่วนมูลเหตุที่ หลวงพ่อโม สร้างพระในรูปแบบของ พระพุทธชินราช นั้นก็เนื่องเพราะเมื่อครั้งที่ พระปรมากรมุณี ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่านไปรับตำแหน่งเป็น เจ้าคณะ แห่งเมืองพิษณุโลก หลวงพ่อโม ผู้เป็นศิษย์จึงเดินทางไปปรนนิบัติรับใช้พระอาจารย์ในกาลครั้งนั้นด้วย จึงได้มีโอกาสไปสัมผัสและกราบนมัสการ พระพุทธชินราชองค์ใหญ่ ที่ประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อย่างสม่ำเสมอ หลวงพ่อโม จึงมีความศรัทธา พระพุทธชินราช เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเมื่อเดินทางกลับมาจำพรรษาที่ วัดสามจีน เมื่อปี พ.ศ. 2460 จึงได้สร้างพระเครื่องเป็นพิมพ์ พระพุทธชินราช ด้วยเนื้อตะกั่วแล้วทำการลงอักขระด้วยเหล็กจารที่ด้านหลังองค์พระตามวิธีการสร้าง วัตถุมงคล ของท่านด้วยอักขระเลขยันต์ที่มีหลายแบบไม่ซ้ำกัน จึงเป็นสิ่งแสดงว่า หลวงพ่อโม เป็นผู้แตกฉานใน คาถาอาคมและอักขระเลขยันต์หลายแขนง พระพุทธชินราชหลวงพ่อโม ปัจจุบันแม้ราคาจะสูงขึ้นบ้างตามกาลเวลาแต่ยังไม่ไกลเกินเอื้อมเพราะอยู่ในหลักพันกลางถึงพันแก่ ๆ เท่านั้น จึงขอแนะผู้ที่ต้องการมีพระพุทธชินราชไว้อาราธนาติดตัวให้หา พระพุทธชินราชหลวงพ่อโม นี้มาใช้แทน เพราะนอกจากราคายังไม่แพงจนเกินกาลแล้วยังเป็น พระพุทธชินราช ที่มีอายุการสร้างนับว่าสูงทีเดียวคือปัจจุบันอายุการสร้างก็ประมาณ 80 กว่าปีแล้ว เรียกว่าเป็นพระเก่าที่มีอายุเปรียบเป็น พระกรุ ได้เลย ส่วนประสบการณ์นั้นก็ได้มีผู้เล่าขานมาตลอดว่าดีครบเครื่องไม่เช่นนั้นพวก *--ขอขอบคุณ ข้อมูลจากคุณ ปริญญา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
ท่านใดสนใจโทรติดต่อได้ที่ 089-8182576
เรื่องความเหนียวและคงกระพันเขาว่าเชื่อขนมกินได้ ไม่แพงครับกับความเก่าและพุทธคุณ ถ้าเทียบกับราคาพระใหม่ๆที่ออกมาตอนนี้ |