ร่วมเสนอความคิดเห็น

หัวข้อกระทู้ : ขอให้อ่านให้จบน่ะครับ นานๆ จะซีเรียสสักครั้ง

(D)
ต่อจากกระทู้ของ อ.ภู ครับ
https://www.g-pra.com/webboard/show.php?Category=general_talktalk&No=123382

***** เพิ่งจะทราบว่า ข่าวนี้เป็น mail ที่ส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ ไม่ได้มีการตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่แท้จริง หวังว่าเพื่อนสมาชิกจะอ่านข่าวนี้แล้ว กรุณาใช้วิจารณญาณด้วยน่ะครับ อย่าเพิ่งสรุปเอง ยังไงก้อตรวจสอบข้อมูลจากทางวัดด้วยน่ะครับ เพราะเพิ่งทราบข่าวจากพรรคพวกว่า เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นที่วัด แล้วทางวัดเองก้อไม่ได้มีสาขาที่ อ.กบินทร์บุรีด้วย แล้วในเบื้อต้นตรวจสอบก้อไม่มีรายชื่อนายแพทย์ผู้นี้อยู่ในทะเบียนของสมาคมวิชาชีพแพทย์อีกด้วย ทราบว่าขณะนี้ทางวัดกำลังตรวจสอบถึงต้นตอของข่าวขิ้นนี้อยู่ ด้วยความเคารพครับ / เบเร่ต์แดง

โดยคุณ เบเร่ต์แดง (1.1K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 11:27 น.]



โดยคุณ พุทธบูชา (2.2K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 11:45 น.] #570542 (1/26)
การเสพข่าวในปัจจุบันต้องใช้วิจารณญานกันหน่อยครับ
ไม่งั้นเราเองจะกลายเป็นเหยื่อที่หลงไปทำลายผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
บาปจะมาตกที่เราเอง ผมก็ยังไม่รู้ว่าข้อมูลดังกล่าวจริงหรือเท็จ
ยังไงก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปครับ อย่าลืมเรามีสิ่งดีๆที่ควรปฏิบัติครับ

หลักกาลามสูตร
กาลามสูตรกังขานิยฐาน 10 หมายถึง วิธีปฎิบัติในเรื่องที่ควรสงสัย
หรือหลักความเชื่อ ที่ตรัสไว้ในกาลามสูตร

1) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา (มา อนุสฺสเวน)
2) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสีบๆกันมา (มา ปรมฺปราย)
3) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ (มา อิติกิราย)
4) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา หรือคัมภีร์ (มา ปิฏกสมฺปทาเนน)
5) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก (มา ตกฺกเหตุ)
6) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน (มา นยเหตุ)
7) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล (มา อาการปริวิตกฺเกน)
8) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว (มา ทิฏฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา)
9) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ (มา ภพฺพรูปตาย)
10) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา (มา สมโณ โน ครูติ)



โดยคุณ Chew_JJ (3.6K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 11:56 น.] #570561 (2/26)
ขอบคุณครับสหายเบเร่ต์แดง...ที่ออกมาเตือนกัน...

โดยคุณ korachaa (1.3K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:05 น.] #570570 (3/26)

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:07 น.] #570573 (4/26)
นั่นนะซีครับ ผมถึงเรียกร้องให้มูลนิธิฯ หรือวัดสวนแก้ว ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ครับผม

โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:10 น.] #570577 (5/26)


(D)
คนชั่วจ้องจะทำลายวัด...และศาสนา นรกกินหัวแน่นอนครับ

โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:11 น.] #570578 (6/26)
โดยคุณ สิทธิโชติ (203.156.4.*) [24 Mar 2009 11:36] #570525 (24/28)

สมาชิกทุกท่านครับ ผมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏตามนี้น่ะครับ
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 9 ฉบับที่ 2344 ประจำวัน จันทร์ ที่ 4 สิงหาคม 2008
โดย พระพยอม กัลยาโณ

เรื่องนี้ต้องชี้แจงโทษวัดฆ่าหมูบริจาค
สิ่งเลวร้ายที่สุดตั้งแต่ตั้งวัดสวนแก้วขึ้นมาคือ การกล่าวหาว่าวัดนำหมูบริจาคไปฆ่ากิน วันนี้ผ่านมา 2 ปีกว่าแล้ว ข้อกล่าวหาก็ยังอยู่ ทั้งๆที่วัดเคยชี้แจงผ่านสื่อและมีการพิสูจน์ความจริงไปแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวก็ดูว่ายังไม่จบ

เรื่องที่อาตมาจะกล่าวนี้ได้ผ่านไปนานแล้วกว่า 2 ปี และอาตมาเองก็เคยชี้แจงต่อสาธารชนผ่านสื่อมวลชนไปแล้วหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่ายังไม่จบ เพราะยังมีคนเข้าใจผิดอยู่ เพราะเรื่องราวที่ทำให้เข้าใจผิดนั้นยังมีวนเวียนอยู่ในเว็บไซต์ ใน E-mail ซึ่งได้ส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ จึงทำให้เรื่องนี้ไม่จบสักที มันเหมือนเป็นการหยิบเอาเรื่องนี้มาดิสเครดิตกัน

เรื่องที่ว่าก็คือ กล่าวหาว่าวัดสวนแก้วเชือดหมูที่ชาวบ้านไถ่ชีวิตมาจากโรงฆ่านำไปเชือดกิน เรื่องนี้เป็นเรื่องหนังไม่ได้รองนั่ง เนื้อก็ไม่ได้กิน แถมยังเอากระดูกมาแขวนคอ ถ้าใครได้อ่านในเว็บไซต์แล้วเชื่อตามนั้นก็คงบอกได้ว่า “หูเบา” เชื่อง่ายไปหน่อย เพราะมันส่อว่าเป็นความเสียหายต่อสังคมอย่างหนึ่งคือ ไม่สืบหาข้อมูลว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร

ถ้ายังไม่ทราบอาตมาจะบอกให้ เรื่องจริงเป็นอย่างนี้ เมื่อ 2 ปีกว่ามีคนใจบุญพบกับเหตุการณ์รถขนหมูเข้าโรงฆ่าสัตว์ทำหมูตัวหนึ่งตกจากรถและยังไม่ตาย ด้วยความสงสารคนใจบุญคนนั้นจึงขอไถ่ชีวิตหมู่ตัวนั้นมาในราคา 6,000 บาท แล้วนำมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน ปรากฏว่าหมูได้รับบาดเจ็บ ซี่โครงหักเข้าไปทิ่มปอด (รู้ทีหลังจากปากคำของสัตวแพทย์) ด้วยความเจ็บปวดหมูก็ร้องทั้งคืนจนชาวบ้านไม่พอใจ คนใจบุญจึงนำมาถวายให้วัดสวนแก้วซึ่งมีหมูอยู่แล้วหลายตัว จึงได้ส่งมอบไปให้โครงการร่มโพธิ์แก้วที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพราะที่นั่นยังรองรับได้และมีคนดูแลเยอะ

หลังจากหมูไปอยู่ที่โครงการร่มโพธิ์แก้ว สาขากบินทร์บุรีแล้ว เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์ คนใจบุญผู้นี้ได้เดินทางไปเยี่ยมหมูอีกครั้งที่กบินทร์บุรี แต่ไม่พบหมูของตนจึงได้ถามเจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งไม่ใช่ผู้รับผิดชอบโครงการและไม่รู้สาเหตุการตายของหมู รู้แค่หมูตายและมีการชำแหละแบ่งเนื้อกัน จึงตอบไปตามภาษาชาวบ้านที่ไม่รู้และไม่ได้ระวังคำพูดว่า “เชือดแล้ว” ทำให้เจ้าของหมูคิดว่าเจ้าหน้าที่โครงการฆ่าหมูกินแล้ว จึงโกรธใหญ่ทั้งที่ยังไม่รู้ความจริง กลับมาเขียนข้อความหาว่าวัดสวนแก้วฆ่าหมูบริจาค ส่งเผยแพร่ทั้งทางเว็บไซต์และสื่อมวลชนจนเป็นข่าวครึกโครม จนมีคนด่าทั้งอาตมาทั้งวัดว่าทำอย่างนี้ได้อย่างไร ทำไมถึงเป็นวัดที่เลวทรามโหดร้าย ใจดำอำมหิต แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าคนใจบุญได้หรือไม่ ด่ากระทั่งวัดกระทั่งพระ บอกกับคนอื่นว่าตัวเองเป็นคนใจบุญ แต่เพราะหมูร้องด้วยความเจ็บปวดจนชาวบ้านรำคาญก็โยนภาระมาให้วัดกับพระ แล้วยังตามมาราวีให้ร้ายป้ายสีกับวัดอีก

ความจริงที่พิสูจน์ได้ก็คือ หมูตายตั้งแต่ 2 วันแรกที่ไปอยู่ที่นั่นแล้ว ตายด้วยอาการบาดเจ็บของมันเอง คนงานของโครงการร่มโพธิ์แก้วซึ่งเป็นชาวบ้านย่านนั้นพอพบว่าหมูที่บริจาคมาตายจึงแจ้งต่อปศุสัตว์อำเภอ ซึ่งเป็นระเบียบของโครงการว่าถ้าสัตว์ในโครงการตายต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทราบเพื่อหาสาเหตุการตาย (เกรงว่าจะเป็นโรคติดต่อ) ผลการตรวจของปศุสัตว์คือ หมูตัวนี้ช้ำใน ประกอบกับกระดูกที่หักแทงเข้าที่ปอด เมื่อหมูตายและปศุสัตว์ยืนยันว่าไม่ได้เป็นโรคตาย เจ้าหน้าที่โครงการและชาวบ้านจึงชำแหละแบ่งเนื้อไปทำกิน ส่วนที่เหลือนำไปฝังเพราะกินไม่หมด

เรื่องที่เกิดจึงเป็นเพราะคนใจบุญนั้นไม่ได้ฟังหรือไม่พยายามเข้าใจ คิดแต่ว่าวัดเชือดหมูตัวเองไปกิน ที่วัดสวนแก้วไม่ว่าจะเป็นวัวก็ดี แพะก็ดี หมาก็ดี เลี้ยงไว้ตั้ง 700-800 ตัว ถามว่าถ้าโหดอย่างนั้นวัดจะเลี้ยงพวกนี้ไว้เป็นภาระทำไม อยู่แบบสบายๆไม่ต้องรับสัตว์พวกนี้มาเลี้ยงจะไม่ดีกว่าหรือ ตั้งแต่อาตมาตั้งวัดสวนแก้วขึ้นมายังไม่เคยมีใครมาใส่ร้ายให้เสียหายต่อชื่อเสียงได้เท่ากับเหตุการณ์ครั้งนี้เลย

อาตมาจึงอยากฝากไปยังเว็บไซต์ต่างๆว่า อยากให้ช่วยกันหยิบข้อความตรงนี้ลงไป เพื่อช่วยทำให้ข้อเท็จจริงกระจ่าง จะได้เกิดความเป็นธรรมกับวัดสวนแก้วบ้าง คำพูดที่เขาบอกว่าไม่ศรัทธาวัดนี้แล้วก็ไม่เป็นไร แต่เชื่อว่ายังมีคนเข้าใจวัดสวนแก้วอยู่ แต่ขออย่าพยายามดึงคนอื่นให้มาเข้าใจผิดๆแบบที่คุณเข้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง

อาตมาจึงขอชี้แจงความเป็นจริงให้ทราบอย่างที่ได้กล่าวมา หากใครมีข้อสงสัยหรืออยากรู้ว่าหมูตัวนี้ตายอย่างไรให้เช็กไปได้ที่ปศุสัตว์อำเภอกบินทร์บุรี จะได้รู้ความจริง และไม่ต้องฟังความข้างเดียว น้ำหนักหูจะได้ไม่เอียงให้เสียศูนย์
เจริญพร

โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:13 น.] #570584 (7/26)
โวยไถ่ชีวิตหมูถูกฆ่ากิน วัดสวนแก้วสั่งคุมเข้ม

โดย คม ชัด ลึก วัน พฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2549 06:57 น.

วัดสวนแก้วเพิ่มมาตรการรับบริจาคสัตว์ เอกซเรย์-ตรวจสุขภาพถี่ยิบ ป้องกันข้อครหา หลังมีผู้บริจาคหมูให้สาขาที่กบินทร์บุรี แล้วเข้าใจว่า จนท.ชำแหละเนื้อบริโภค ปศุสัตว์แจงหมูตายเพราะกระดูกซี่โครงหักทิ่มปอด จนเลือดคั่งอวัยวะภายใน

เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในหมู่คนรักสัตว์ เมื่อมีผู้ตั้งกระทู้ในห้องสนทนา "จตุจักร" เวบไซต์พันทิปดอทคอม เกี่ยวกับการบริจาคสุกรตัวหนึ่งที่เจ้าของกระทู้ขอซื้อต่อจากเจ้าของ ซึ่งนำไปขายให้เขียงหมูในตลาดสำโรง จ.สมุทรปราการ ในราคา 6,000 บาท ก่อนจะเรียกสัตวแพทย์มารักษา แล้วนำไปบริจาคให้วัดสวนแก้ว และส่งต่อไปที่โครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ต่อมาเมื่อเจ้าของไปเยี่ยมกลับพบว่า สุกรตัวดังกล่าวถูกชำแหละแจกจ่ายเนื้อให้ชาวบ้าน กลายเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างถึงความเหมาะสมนั้น

เมื่อวันที่ 25 มกราคม "คม ชัด ลึก" ได้ติดต่อไปยังพระพิศาลธรรมวาที หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า มีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ พระพยอม กล่าวว่า วัดสวนแก้วมีโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ รวมถึงสัตว์ชนิดอื่นๆ โดยทำอย่างเป็นระบบ มีคนคอยดูแลใกล้ชิด เมื่อได้มาก็จะบริจาคต่อให้คนยากจนนำไปใช้ประกอบอาชีพ แต่ห้ามฆ่ากินโดยเด็ดขาด เพราะผลกรรมจะตกอยู่กับผู้กระทำผิดเงื่อนไข ส่วนสัตว์ประเภทอื่นๆ อย่าง สุนัขจะมีคอนโดให้อยู่อาศัย หมูก็จะมีคอกเลี้ยงดูอย่างดี ส่วนกรณีที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นี้ เป็นหมูตัวแรกที่กระดูกหัก มีความบอบช้ำมาก เพราะตกจากรถบรรทุก

พระพยอม กล่าวต่อว่า หมูบาดเจ็บนอนซมร้องเสียงดังสร้างความรำคาญให้เพื่อนบ้าน เจ้าของหมูที่ไถ่ชีวิตมาจึงติดต่อให้วัดรับมาดูแล เมื่อรับมาอยู่ที่มูลนิธิร่มโพธิ์แก้ว 2 เพียงไม่กี่วันมันก็ตาย โดยไม่ได้ฆ่าหรือทำลายมัน สัตวแพทย์ก็มาตรวจดูว่าไม่ได้เป็นโรคร้าย สามารถแบ่งเนื้อกันไป เพื่อคนกินจะได้สร้างกุศลให้มัน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้วัดได้รับความเสียหายมาก และเป็นบทเรียนในอนาคตจะต้องกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการไถ่ชีวิตสัตว์ที่เข้มงวดขึ้น มีการทำสัญญา ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ร่างกายสัตว์ก่อนรับบริจาค ถ้าป่วยก็จะไม่รับเด็ดขาด ไม่อยากให้เกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้นอีก

พร้อมกันนี้ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ได้นำเอกสารการผ่าพิสูจน์ซากสุกรของโครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 โดยนายสาโรจน์ วงษ์เจริญสมบัติ ปศุสัตว์อำเภอกบินทร์บุรี ที่ ปจ.0207/6 ลงวันที่ 23 มกราคม 2549 เรื่องรายงานผลการตรวจซากสุกร ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2549 ได้รับแจ้งจากนายสมพงษ์ บุญเกิด อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 10 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ว่าสุกรเพศเมียน้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ซึ่งเลี้ยงไว้ที่โครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 เลขที่ 205 หมู่ 3 ต.ลาดตะเคียน ได้ป่วยตายขอให้ไปตรวจสอบซากสุกรด้วย

สำนักงานปศุสัตว์อำเภอกบินทร์บุรีเข้าไปตรวจซากสุกรพบว่า ได้รับบริจาคสุกรเมื่อวันที่ 21 มกราคม สภาพก่อนตายมีอาการขาหลังทั้งสองข้างหัก เนื่องจากตกรถบรรทุก ต่อมาวันที่ 22 มกราคม เวลา 09.00 น.ได้ตายลง ตรวจซากพบขาหลังหักทั้งสองข้าง สะโพกซ้ายช้ำ ซี่โครงซ้ายหัก 2 ซี่ เศษซี่โครงแทงทะลุปอด สรุปการตรวจซากว่า สุกรตายเนื่องจากบาดเจ็บจากการตกรถบรรทุก และมีความเห็นว่า เนื้อสัตว์ส่วนที่ดีสามารถนำมาบริโภคได้ ส่วนอวัยวะภายในมีความบอบช้ำและมีเลือดคั่งไม่เหมาะที่จะนำมาบริโภค จึงสั่งให้ฝังอวัยวะภายในทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง น.พ.ภูริภัทร ภูริพันธุ์ภิญโญ แพทย์ รพ.ค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของกระทู้และเจ้าของหมู เปิดเผยว่า หลังบริจาคหมูให้วัดสวนแก้วแล้วส่งต่อไปยังโครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันอาทิตย์ตนพร้อมแฟนสาวได้เดินทางไปเยี่ยม โดยเดินวนดูรอบๆ โครงการราว 10 นาที แต่ไม่พบจึงเข้าไปสอบถามพระสงฆ์ 2 รูปในห้องจำหน่ายของบริจาคก็ได้รับคำบ่ายเบี่ยง กระทั่งมีคนวิ่งมากระซิบบอกว่าจัดการไปแล้ว ตนจึงทำทีเป็นไม่ได้ยิน พระรูปดังกล่าวสบถออกมาแล้วปิดประตูคุยกันอยู่นาน ก่อนที่พระอีกรูปจะพาเดินดูรอบๆ โครงการนานเกือบ 2 ชั่วโมงก็ยังไม่พบหมูที่บริจาคให้

น.พ.ภูริภัทร กล่าวต่อว่า ระหว่างที่พาเดินดูโครงการพระสงฆ์รูปเดิมพยายามพูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับหมู เมื่อถูกถามหนักเข้าท่านบอกว่าเมื่อวานหมูป่วยเลยพาไปส่งปศุสัตว์ เลยถามว่าปศุสัตว์ไปทางไหนจะได้ตามไปเยี่ยม ท่านก็บอกว่าวันหยุดราชการไม่เปิด จึงถามย้อนกลับไปว่าเมื่อไม่เปิดแล้ววันหยุดราชการปศุสัตว์มาตรวจได้อย่างไร จากนั้นได้ขอให้ท่านตามคนเลี้ยงหมูมาพบ ท่านก็บอกว่าไม่อยู่ แต่ตนยืนยันจะรอ เพราะไหนๆ ก็เดินทางมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว โดยรออยู่นานกระทั่งคนเลี้ยงหมูมาหา

"ผมถามว่าหมูอยู่ไหนเขาบอกว่า ป่วยเลยส่งให้ปศุสัตว์ ผมจะขอตามไปดูเขาก็บอกอีกว่าวันหยุดราชการ ไปไม่ได้ เมื่อซักถามหนักเข้าว่าสัตวแพทย์ชื่ออะไรก็อึกอัก สุดท้ายก็ยอมรับว่าอาการหนักมากเลยจัดการไปแล้ว ผมถามว่าจัดการอย่างไร เขาบอกว่าก็จัดการเหมือนทั่วๆ ไปอย่างที่โรงฆ่าสัตว์จัดการ อย่างไรก็ตามผมคงไม่เรียกร้องความรับผิดชอบจากใคร เพียงแต่สงสัยว่าเมื่อเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นจะมั่นใจได้อย่างไรกับสัตว์ที่เราบริจาคให้" น.พ.ภูริภัทร กล่าว

พร้อมกันนี้ "คม ชัด ลึก" ได้ตรวจสอบไปยัง นายสาโรจน์ วงษ์เจริญสมบัติ ปศุสัตว์อำเภอกบินทร์บุรี ก็ได้รับคำยืนยันว่า บ่ายวันที่ 21 มกราคม ได้รับแจ้งจากนายสมพงษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดตะเคียน (อบต.) และผู้จัดการฝ่ายบุคคลโครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 ว่าได้รับบริจาคสุกรบาดเจ็บที่ขาหลังทั้งสองข้างและตายในวันรุ่งขึ้น ให้ช่วยมาตรวจสอบ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นโรคระบาดร้ายแรง แล้วจะระบาดไปถึงโค-กระบือในสถานีทดสอบพันธุ์สัตว์ปราจีนบุรีที่อยู่ใกล้เคียง

นายสาโรจน์ กล่าวว่า ได้เดินทางถึงโครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 เวลา 10.30 น.วันที่ 22 มกราคม ลักษณะภายนอกไม่พบบาดแผลถูกทุบหัวหรือแทงคอ ยกเว้นรอยช้ำบริเวณสะโพกซ้ายช้ำมากและสีข้างซ้ายปรากฏรอยถลอก เมื่อผ่าพิสูจน์ซากสุกรดูว่าเป็นโรคระบาดร้ายแรง เช่น โรคอหิวาต์ หรือปากเท้าเปื่อยหรือไม่ก็ไม่พบร่องรอยของการเป็นโรคระบาดใดๆ แต่พบกระดูกซี่โครงซ้ายหัก 2 ซี่ ทิ่มปอด และมีเลือดคั่งบริเวณปอด ตับ ม้าม สันนิษฐานได้ว่าสาเหตุนี้เองที่ทำให้สุกรตาย นอกจากนี้ ยังพบกระดูกขาหลังทั้งสองข้างหัก สะโพกซ้ายช้ำ จึงทำรายงานส่งให้ปศุสัตว์จังหวัดรับทราบ

จากนั้น "คม ชัด ลึก" ได้เดินทางไปตรวจสอบที่โครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 พบนายสมพงษ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเมื่อวันที่ 23 มกราคม เวลาประมาณ 12.00 น.เจ้าของหมูเดินทางมาดูหมูที่โครงการ ซึ่งวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่โครงการที่รู้เรื่องละเอียดไม่มีใครอยู่ พระสงฆ์ก็ไม่ทราบเรื่อง เมื่อได้รับคำชี้แจงจากผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เลยทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน แต่เมื่อมีคนมาร้องเรียนจึงเรียกคนเลี้ยงหมูมาสอบถามข้อเท็จจริง โดยหมูตัวดังกล่าวบาดเจ็บจึงไม่ได้เลี้ยงรวมกับหมูปกติ คนเลี้ยงหมูเองก็ไม่ทราบ รู้เพียงว่าหมูตัวนั้นถูกชำแหละเนื้อแบ่งกันกิน ทำให้เรื่องราวบานปลายเกิดความไม่เข้าใจกันอย่างที่เป็นอยู่

"โครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 รับเลี้ยงคนด้อยโอกาสทางสังคมและสัตว์นานาชนิดที่ชาวบ้านไม่เลี้ยงแล้วนำมาบริจาค มีสัตว์อยู่หลายชนิด ทั้งวัว ควาย กว่า 10 ตัว หมู่ป่า 8 ตัว ไก่ หมา แมว ปลา เต่า จำนวนมาก ด้านข้างโครงการเป็นสถานีทดสอบพันธุ์สัตว์ปราจีนบุรี เมื่อมีสัตว์ตายต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบทันที ดูว่าสัตว์ตายเพราะอะไร ติดเชื้อหรือไม่ ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคระบาดไปสู่สัตว์ในสถานี" นายสมพงษ์ กล่าว

ขณะที่ นายคณา สามเมือง ผู้จัดการโครงการและดูแลเรื่องสิ่งของบริจาค กล่าวว่า โครงการขอยอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่หมูตายแล้วไม่แจ้งเจ้าของ แถมยังปล่อยให้คนในโครงการเอาเนื้อหมูไปชำแหละแบ่งกันกิน ถือเป็นความผิดพลาด แต่อยากให้เจ้าของหมูเข้าใจเจตนารมณ์ของโครงการ โดยเฉพาะหลวงพ่อพระพยอม หากจะเอาผิดให้เอาผิดกับตน จะให้ทำอย่างไรได้ เมื่อหมูมันตายแล้ว และเนื้อมันก็ยังเป็นอาหารให้คนกินได้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพระภิกษุสงฆ์เลยแม้แต่น้อย

สำหรับโครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ โดย 80 เปอร์เซ็นต์ ปลูกผลไม้นานาชนิด เช่น มะม่วง มะปราง นอกจากนี้ยังขุดบ่อเลี้ยงปลา สถานที่เลี้ยงโค-กระบือ ไก่ สุนัข และคอกสุกร ขณะเดียวกันยังจัดสรรที่ฝึกอาชีพสำหรับคนด้อยโอกาสกว่า 100 ชีวิต รับเลี้ยงเด็กกำพร้าอายุระหว่าง 3-18 ปี 40 คน ซึ่งโครงการส่งเรียนในสถาบันของรัฐ มีรถรับส่งเช้าเย็น หากคนไหนที่สามารถประกอบอาชีพได้แล้วก็จะแยกไปปลูกบ้านในพื้นที่ของ โครงการ

โดยคุณ คอปแมน (47K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:14 น.] #570588 (8/26)
***ผมก็ได้รับเมล์ครับ แต่ก็ไม่เชื่อแต่อย่างใด
เคยทำบุญกับท่านเมื่อท่านมาสำโรง1ครั้ง ท่านเป็นพระที่สำรวมมากครับ
นับถือที่ท่านช่วยให้ชาวบ้านได้มีอาชีพ
มากกว่าการสร้างวัดใหญ่โตหรูหรา
แต่ท่านมีคนไม่ชอบเยอะ เนื่องจากขัดผลประโยชน์คนหลายจำพวก

โดยคุณ pusit (1.7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:15 น.] #570590 (9/26)
นายแพทย์ชั่วนี้...มันอยู่ที่ไหน...เจ้าของเมล์

นพ . ภูริภัทร ภูริพันธุ์ภิญโญ

โดยคุณ ArtMaN7007 (1.2K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:15 น.] #570591 (10/26)

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:22 น.] #570600 (11/26)
เรื่องอื่นไม่ทราบครับ แต่สาขาที่กบินทร์บุรี มีแน่นอนครับ ผมยังเคยเจอหลวงพ่อพระพยอม ที่นี่เลยครับ

ผมเคยไปบ่อยๆ ช่วงแรกๆ เนื่องจากชอบสะสมของเก่า ก็เลยไปที่นี่ครับ เครื่องใช้ไฟฟ้า วิทยุเก่าๆ ล้วนได้จากที่นี่ทั้งสิ้นครับ ราคาไม่แพงมาก

แต่หลังๆ พอคนเริ่มรู้กันมากขึ้น ราคาก็แพงครับ และบางครั้งคนขับรถบริจาคก็รู้กันกับผู้ซื้อบางราย

ก็มีการนำของลงระหว่างทาง จนหลังๆ หลวงพ่อท่านต้องล๊อคกุญแจรถครับ ผมเคยไปรอตั้งแต่ตี 5 ครับ

มีอยู่ครั้งหนึ่งเจอท่านด้วย ก็มีโอกาศได้ฟังท่านเทศนาผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วยครับ

ชื่อ โครงการร่มโพธิ์แก้ว 2 ถ้าไปกบินทร์หรือโคราช จะอยู่ซ้ายมือครับ ว่างๆ จะถ่ายรูปมาให้ดูนะครับ..

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:31 น.] #570608 (12/26)


(D)


ตัวอย่างของเก่าที่ซื้อมาจากโครงการร่มโพธิ์แก้ว2 ครับ..

โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:31 น.] #570609 (13/26)


(D)



โดยคุณ ผู้จัดการ (2.4K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:33 น.] #570611 (14/26)


(D)


โดยส่วนตัวศรัทธาในแนวทางของหลวงพ่อพระพยอมครับ แต่ที่ไม่ค่อยได้ไปหลังๆ เนื่องจาก
ของไม่ค่อยมี หรือราคาสูงขึ้นครับ..

โดยคุณ bannapong (1.2K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:33 น.] #570613 (15/26)

โดยคุณ เบเร่ต์แดง (1.1K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:39 น.] #570619 (16/26)
ขอบคุณท่านผู้จ้ดการมากน่ะครับ ที่ให้ข้อมูล ผมเพิ่งทราบว่าหลวงพ่อท่านไปรับบูรณะพิ้นที่แห่งนี้ด้วย แต่ไม่คิดว่าจะเรียก"สาขา" เพราะฟังแล้วดูเหมือนธนาคารอ่ะครับ.

โดยคุณ brain (160)(2)   [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:45 น.] #570624 (17/26)


(D)
:embarass
ขอบคุณครัีบที่ทำให้ผมเห็นความงดงามของโลกไซเบอร์ ทำให้ได้รับข่าวสารข้อมูลอย่างชัดเจน

โดยคุณ BCC-106 (434)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 12:51 น.] #570629 (18/26)
ชัดเจนแล้วครับ มูลนิธิฯ และ วัดสวนแก้ว ไม่ผิด คนไถ่ชีวิตก็ไม่ผิด เพราะรับฟังมาไม่ถูกต้องจึงเกิดการเข้าใจผิด ......................... ที่ผิด ก็เห็นจะเป็นเจ้าหมูตัวนั้น ที่ดันตกลงมา เลยทำให้ พระกับฆราวาส ต้องวุ่นวายไปหมด .......สรุปแล้ว เลิกดูหมู แต่ ให้ดู หนูๆ อย่างน้องหมวยน่ารักแทน จะดีกว่าเยอะเลย ครับผม

โดยคุณ สิทธิโชติ (263)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 13:03 น.] #570636 (19/26)
เห็นด้วยกับ ท่านBCC-106 ครับ เป็นการสื่อสารที่ผิดอย่างไม่ควรให้อภัย จนทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิด ที่สำคัญทางโครงการฯ ก็ไม่ควรให้ผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้กับนายแพทย์ผู้นั้นได้รับฟัง ก็ทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ เหมือนไฟไหม้ฟาง ลุกลามขยายวงกว้างไป ดีล่ะครับที่ท่านพระพยอมได้ออกมาชี้แจงเอง ไม่งั้นคงจะเสียหายมากกว่านี้ ขอบคุณทุกท่านครับ

โดยคุณ phupha (3.4K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 13:08 น.] #570638 (20/26)


(D)


อ.ครับผมเห็นควรว่าเราๆท่านๆไม่เหมาะไปยุ่งกับวัดกับวาครับ........เรามาเน้นแบบเดิมของเราดีกว่า.........ถนัดกว่ากัยเยอะ.......ว่ามั้ย

โดยคุณ toei89 (625)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 13:29 น.] #570662 (21/26)

โดยคุณ tatipa (736)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 13:37 น.] #570673 (22/26)
ถูกแล้วครับที่นำมาลงอีกครั้งให้ได้เห็นข้อมูลที่ถูกต้องทั้งสองด้านครับ....

โดยคุณ มณีพระ (906)(1)   [อ. 24 มี.ค. 2552 - 14:18 น.] #570705 (23/26)


(D)
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ..... :เมล์นี้เห้นforword กันมาเป้นปีแล้วล่ะครับ

การสื่อ และ รับสื่อ ทุกวันนี้ เอาแต่ไวเข้าว่า ขาดการกลั่นกรอง ...เสพสื่อทุกวันนี้ต้องนิ่งครับ
ต้อง " ดูให้แน่ใจซะก่อน " ก่อน


โดยคุณ pui_l (1.2K)(1)   [อ. 24 มี.ค. 2552 - 14:34 น.] #570719 (24/26)

โดยคุณ sawang (596)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 15:38 น.] #570800 (25/26)
ได้รับเหมือนกัน.....แต่ไม่ปักใจเชื่อครับ..

โดยคุณ บ้านพระ (4.7K)  [อ. 24 มี.ค. 2552 - 17:05 น.] #570896 (26/26)

!!!! กรุณา Login ก่อนจึงจะเสนอความคิดเห็นได้ !!!



www1
Copyright ©G-PRA.COM